สุอ่านบทความเรื่อง “เศรษฐกิจตัวเพลี้ย” เล่มที่ 3 สะกิดหัวใจในคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียงหายไปไหน” ในบทความชวนเชิญให้ทบทวนพฤติกรรมรัฐบาลที่พยายามจัดตั้งหน่วยงานเพื่อสนับสนุนเกษตรกร มีบุคลากรลงพื้นที่ตลอดจนตั้งสำนักงานบริการทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล ทุกหมู่บ้านมาเกือบศตวรรษ ในบทความชวนให้นึกถึงภาพการให้ความรู้-ให้นโยบายรัฐ-และการหาประโยชน์! จนถึงจุดที่เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเศรษฐกิจตัวเพลี้ย (เศรษฐกิจที่ร่ำรวยโดยเพลี้ยกลุ่มหนึ่ง เกษตรกรคือแรงงานที่กินขี้เพลี้ย)

         ในบทความพยายามให้สติผู้อ่านว่าคนทำงานในระบบเศรษฐกิจตัวเพลี้ยนี้อ่อนแออย่างเหลือเกิน พึ่งตนเองไม่ได้ เป็นสภาพสร้างคนให้ไม่เป็นคน ดึงรั้งให้สังคมชนบทล่มสลาย เป็นบทความที่ฉายภาพให้น่าเป็นห่วงประเทศไทยเหลือเกิน

         จากนั้น สุอ่านบทความจากวารสารดังกล่าวของผู้เขียนท่านเดิม เรื่อง “แนวทางการช่วยชาติอย่างเป็นรูปธรรมโดยการซื้อของที่ผลิตจากชุมชน” กล่าวไว้อย่างซึ้งหัวใจว่า “ผักหนึ่งยอดที่ท่านซื้อ คือ หมื่นพันชีวิตที่อยู่ข้างหลัง ผลพวงจากการซื้อสินค้าชุมชนหนึ่งชิ้น กลับมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน”

          สิ่งสะกิดใจคือ พฤติกรรมผู้บริโภคของประเทศไทยทั่วๆไปทุกวันนี้ 1) นิยมของตามห้าง รังเกียจสินค้าชาวบ้าน 2)นิยมซื้อสินค้าราคาถูก (เช่นของจากเมืองจีน) จนละเลยเรื่องการมีบทบาทช่วยอุดหนุนสินค้าชาวบ้าน

          ณ วันนี้นายห้างใหญ่จึงไม่ใช่เกษตรกร จึงไม่ใช่ประชาชนผู้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิต  สุถึงบางอ้อ ของคำว่าเศรษฐกิจตัวเพลี้ยตามหลักธรรมเรื่อง “สัมมาทิฏฐิ” คือความเห็นถูก ความเห็นชอบ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังคงหลับใหลจากความไม่รู้เบื้องหลังการถ่ายทำชีวิตหรือคุณค่าความเป็นคน หรืออาจพอตื่นรู้อยู่บ้างแต่ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเมตตาต่อประชาชนผู้ปิดทองหลังพระบนแผ่นดินไทย  มาถึงตอนนี้สุอยากเชิญชวนให้คนไทยตั้งสติ อย่าลืมตัว เราผ่านวิกฤตการณ์มาหลายครั้ง แต่เราไม่ค่อยจำ สุดท้ายการคิดเอาแต่สะดวกสบายของเรากำลังส่งเสริมสภาพคนทิ้งบ้าน บ้านแตกสาแหรกขาด พ่อแม่แยกทาง ชนชั้นสูงก็รักษาฐานะชนชั้นสูง คนรวยปกป้องประโยชน์ให้คนรวย เป็นชนชั้นที่หาช่องทางกัดกินประเทศทุกรูปแบบ

          ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหันมาดำรงชีวิตแบบประหยัด รักชาติ รักแผ่นดิน ต้องอุดหนุนสินค้าชาวบ้าน ไม่ใช่รักประเทศไทยแต่ปากนะคะ

                            

                                             สุอุดหนุนยำทะเลพี่น้องไทยมุสลิม อ.เมือง จ.สงขลา 6/มิ.ย./2556

                             

                  สุอุดหนุนปลากระบอกที่หัวเขื่อนปากทะเลชลธาราม อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช 7/มิ.ย./2556

                  ที่นี่คือบริเวณคลองสามน้ำ หมายถึง คลองที่น้ำจืดลงสู่ทะเล ทำให้บริเวณนี้มีสภาพน้ำกร่อย และน้ำเค็มพร้อมๆกันบนเส้นทางราว 1 กิโลเมตร เป็นลำคลองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยปลากระบอก ปลาทราย ปลายี่เก ปลากระพง กุ้งหางแดง กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม ปูดำ ปูม้า หอยนางรม ชาวบ้านทอดแหเอง ปลอดภัยจากฟอร์มาลีน 100%   พบกับสินค้าชาวบ้านเหล่านี้ได้ที่ห้างสรรพสินค้าความร่วมมือชุมชนท่าศาลา _ Thasala Associated Community Superstore -TACS เร็วๆนี้