รูปแบบการส่งเสริมการนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ไปใช้อย่างมีประสิทธิผล
************************************
ส่วนที่ 1
วัตถุประสงค์ของรูปแบบ
 1. เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มีคู่มือการส่งเสริมการนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไปใช้อย่างมีประสิทธิผล
 2. เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีคู่มือการส่งเสริมการนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไปใช้อย่างมีประสิทธิผล
ส่วนที่ 2
หลักการของรูปแบบ

 1. หลักการพัฒนาบุคลากร หมายถึง การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ เพิ่มความสามารถ ความชำนาญ และประสบการณ์ให้แก่บุคลากรในด้านหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ มีเจตคติที่ดีต่องาน การพัฒนาบุคลากรมีความสำคัญมากต่อการพัฒนาหลักสูตรและใช้หลักสูตร ซึ่งในที่สุดจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาและใช้หลักสูตรแบบอิงมาตรฐานให้ประสบความสำเร็จ สถานศึกษาจะต้องพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง ดำเนินการสร้างความเข้าใจแก่ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ รวมทั้งการวัดประเมินผลโดยมีมาตรฐานและตัวชี้วัดเป็นเป้าหมาย
 2. หลักการมีส่วนร่วม หมายถึง การให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา เช่น เป็นคณะกรรมการ คณะทำงานโดยให้ข้อมูล ร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมเสนอแนะ ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ และร่วมตัดสินใจ ในการจะส่งเสริมให้การจัดทำและใช้หลักสูตรเป็นไปอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ
 3. หลักการทำงานเป็นทีม หมายถึง การสร้างและพัฒนาทีมงาน เป็นความร่วมมือร่วมใจของครูผู้สอน เพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน ต้องอาศัยความเข้าใจ ความผูกพัน และความร่วมมือซึ่งกันและกันของสมาชิกในกลุ่ม เพื่อให้สมาชิกสามารถทำงานร่วมกันจนประสบความสำเร็จและเป้าหมายสูงสุดของทีมได้
 4. หลักการนิเทศ ติดตาม หมายถึง การนิเทศติดตามในรูปของคณะกรรมการนิเทศเป็นกระบวนการที่สำคัญที่สถานศึกษาใช้ในการควบคุมคุณภาพ โดยใช้เทคนิควิธีการที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการติดตาม เช่น การตรวจเยี่ยมและการสังเกตการณ์ในชั้นเรียน การเสนอแนะ การตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ การบันทึกรายงานหลังการสอน สถานศึกษาควรจัดให้มีแผนการนิเทศ กำกับ ติดตาม การใช้หลักสูตรอย่างเป็นระบบ ดำเนินการให้กระบวนการนิเทศเป็นวัฒนธรรมในการปฏิบัติงานของครู บนพื้นฐานความรู้สึกที่เป็นกัลยาณมิตร มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และยอมรับการเปลี่ยนสถานภาพระหว่างการเป็นผู้นิเทศ และเป็นผู้รับการนิเทศ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา  ครูและผู้บริหารร่วมกันกำหนดความต้องการในการรับการนิเทศ หรือกำกับ ติดตาม เพื่อเฝ้าระวังมิให้คุณภาพการจัดทำและการใช้หลักสูตรเกิดปัญหา อีกทั้งสร้างความเข้าใจและสร้างทัศนคติเกี่ยวกับการนิเทศ ติดตามการใช้หลักสูตรในเชิงบวก มิได้เป็นกระบวนการจับผิด แต่เป็นกระบวนการดูแล ช่วยเหลือ เพื่อให้การใช้หลักสูตรดำเนินการได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ

ส่วนที่ 3
องค์ประกอบหลักของรูปแบบ
 องค์ประกอบหลักของรูปแบบการส่งเสริมการนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไปใช้อย่างมีประสิทธิผลในการวิจัยการวิจัยครั้งนี้มี 3 องค์ประกอบ คือ 1) กลไกในการดำเนินงาน 2) กระบวนการในการดำเนินงาน 3) การส่งเสริมการดำเนินงาน ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
 1. กลไกในการดำเนินงาน
 1.1 กลไกในการดำเนินงาน กลไกในการดำเนินงานของรูปแบบ คือ คณะกรรมการส่งเสริมการใช้หลักสูตรและนิเทศ ติดตามระดับเขตพื้นที่ กำหนดให้มีคณะกรรมการ ประกอบด้วย
 1.1.1 องค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการใช้หลักสูตรและนิเทศติดตามระดับเขตพื้นที่มีดังนี้
 1) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เป็นประธานกรรมการ
 2) รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ได้รับมอบหมาย เป็น รองประธานกรรมการ
 3) ศึกษานิเทศก์ ที่รับผิดชอบแต่กลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และหนึ่งกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกรรมการ
 4) หัวหน้ากลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลเป็นกรรมการ และเลขานุการ
 1.1.2 หน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมและนิเทศ ติดตามหน้าที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้
 1) ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาและใช้หลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
 2) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น และความต้องการ จุดเน้นของสถานศึกษาด้วยกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม
 3) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสถานศึกษา และชุมชนอย่างสม่ำเสมอเพื่อร่วมมือช่วยเหลือกันในการพัฒนาและใช้หลักสูตรสถานศึกษา
 4) นิเทศ กำกับ ติดตาม ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือผู้บริหาร สถานศึกษาและครูผู้สอนเพื่อให้เกิดการปรับปรุง/พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้มีคุณภาพ
 5) ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพหลักสูตร
 6) สรุปรายงาน และเผยแพร่ผลการใช้/การพัฒนาหลักสูตร
 1.2 กลไกในการดำเนินงาน กลไกในการดำเนินงานของรูปแบบ คือ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)  พ.ศ. 2545 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 กำหนดให้มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย
 1.2.1 องค์ประกอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีดังนี้
   1)  ผู้แทนผู้ปกครอง
   2)  ผู้แทนครู
   3)  ผู้แทนองค์กรชุมชน
 4)  ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
   5) ผู้แทนศิษย์เก่าของสถานศึกษา
   6) ผู้ทรงคุณวุฒิ
 7) ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ
 1.2.2 หน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานหน้าที่ของคณะกรรมการมีดังนี้
 1) ร่วมกับสถานศึกษากำหนดนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ จุดหมายหลักสูตรสถานศึกษาจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษาและแนวดำเนินงาน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม
   2) ร่วมประสานงานกับองค์กรทุกภาคส่วนในชุมชน เพื่อบริการแหล่งเรียนรู้ และร่วมส่งเสริม สนับสนุน โดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน
 3) ส่งเสริมสนับสนุน และร่วมระดมทรัพยากร เพื่อการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์
 4)  ส่งเสริมสนับสนุนการบริหารด้านวิชาการของสถานศึกษาตลอดจนงานอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร
 1.3 กลไกในการดำเนินงาน กลไกในการดำเนินงานของรูปแบบ คือ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 กำหนดให้มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วย
 1.3.1 องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ มีดังนี้
 1) ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นประธานกรรมการ
 2) ผู้ช่วยผู้บริหารที่ผู้บริหาร มอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ
 3) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นกรรมการ
 4) ครูวิชาการโรงเรียน เป็นกรรมการและเลขานุการ
 1.3.2 หน้าที่ของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของหน้าที่ของคณะกรรมการมีดังนี้
 1) ส่งเสริม สนับสนุนและนำพาให้บุคลากรในสถานศึกษาพัฒนาหลักสูตร แผนการจัดการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา ท้องถิ่น ตลอดจนเทคโนโลยี
 2) ส่งเสริม สนับสนุนและนำพาบุคลากรในสถานศึกษาจัดการเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง
 3) ส่งเสริม สนับสนุนและนำพาบุคลากรในสถานศึกษา วัดและประเมิน ผลการเรียนรู้ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย พร้อมนำผลการวัดและประเมินมาพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็น ระบบอย่างต่อเนื่อง
 4) ส่งเสริม สนับสนุนและนำพาบุคลากรในสถานศึกษาให้ใช้กระบวนการ วิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
 5) นิเทศ ติดตามและอำนวยการให้การพัฒนาหลักสูตร และการจัด การเรียนรู้ให้บรรลุตามเป้าหมายของหลักสูตร
 2. กระบวนการในการดำเนินงาน กระบวนการในการดำเนินงาน ในการนำหลักสูตรแกนการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  ไปใช้ มีวิธี 4 ด้าน 1) การเตรียมความพร้อม 2) การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา 3) นำหลักสูตรไปใช้ 4) นิเทศ ติดตามและประเมินผลการใช้หลักสูตร ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
 2.1 การเตรียมความพร้อม ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
 2.1.1 สร้างความตระหนักให้แก่บุคลากร ซึ่งประกอบไปด้วย คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ ครูผู้สอน  ผู้ปกครอง ชุมชน นักเรียน เพื่อให้เห็นความสำคัญความจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา
   2.1.2 พัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
 2.2 การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
 2.2.1 องค์ประกอบด้านหลักสูตรสถานศึกษา ควรมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ ผู้บริหาร และครูต้องเข้าใจกระบวนการจัดทำหลักสูตรก่อนศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น เพื่อนำมาผนวกในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ครูผู้สอนต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน อบรมเชิงปฏิบัติการในการจัดทำหลักสูตร มีการวางแผนการจัดทำหลักสูตร อีกทั้งต้องสร้างทีมงาน และมอบหมายให้ครูไปศึกษาตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีการนิเทศ ติดตาม กำกับดูแล อย่างต่อเนื่อง การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาเรียบร้อยแล้วต้องนำไปใช้จริง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน
 2.2.2 องค์ประกอบด้านโครงสร้างรายวิชา ควรมีวิธีการดำเนินการดังนี้ คือ  เข้าใจโครงสร้างเวลาเรียนของหลักสูตรสถานศึกษาในแต่ละสาระการเรียนรู้ รวมทั้งคำอธิบายรายวิชา  เข้าใจมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในแต่ละสาระการเรียนรู้ จัดกลุ่มมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่สอดคล้องกันมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นหน่วยการเรียนรู้ให้เหมาะสมตามสาระการเรียนรู้เพื่อนำมาตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ กำหนดเวลาเรียนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ และกำหนดน้ำหนักคะแนนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด และความยากง่ายของเนื้อหา
 2.2.3 องค์ประกอบด้านการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ควรมีวิธีการดำเนินการดังนี้ นำหน่วยการเรียนรู้จากโครงสร้างรายวิชามาใช้วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชื่อมโยงของมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ครูผู้สอนต้องเข้าใจธรรมชาติวิชานั้น ๆ อย่างแท้จริง การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ เป็นขั้นตอนที่สำคัญของการนำหลักสูตรสถานศึกษาเข้าสู่ชั้นเรียน การจัดทำหน่วยการเรียนรู้ต้องอิงมาตรฐาน ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ควรครอบคลุม 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย การกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ ประกอบไปด้วยการกำหนดชื่อหน่วยการเรียนรู้ กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด กำหนดสาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด สาระการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านหลักฐานการเรียนรู้ ประกอบไปด้วย ชิ้นงาน/ภาระงาน การวัดและประเมินผล และด้านการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ประกอบด้วย กิจกรรมการเรียนรู้ และเวลาเรียน ครูทุกคนในโรงเรียนต้องร่วมมือร่วมใจกันทำงาน ใช้กระบวนการวิจัย ในการพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ และมีการกำกับนิเทศ ติดตามอย่างต่อเนื่อง
 2.2.4 องค์ประกอบด้านการจัดสถานที่  ควรมีวิธีการดำเนินการดังนี้ มีอาคารสถานที่ อาคารเรียนเรียน ห้องเรียน เพียงพอ จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ใช้พื้นที่ในโรงเรียนมีประโยชน์มากที่สุด มีส่วนร่วมของคณะครูและผู้บริหาร สร้างแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนที่สำคัญ คือ จัดบรรยากาศในเรียนให้น่าอยู่น่าเรียนเพราะห้องเรียนเป็นสถานที่มีความสำคัญมากที่สุดในการเรียนรู้ 
 2.2.5 องค์ประกอบด้านการจัดสื่อการเรียนการสอน ควรมีวิธีการดำเนินการดังนี้ คือ มีแหล่งเรียนรู้ภายใน และภายนอกสถานศึกษา การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง และชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน มีการผลิตสื่อ จัดหาสื่อให้ครบทุกชั้น สื่อที่ใช้เป็นสื่อตามธรรมชาติ และสื่อจากเทคโนโลยี ใช้กระบวนการวิจัยในการพัฒนาสื่อ เชิญวิทยากรในท้องถิ่นมาช่วยสอน และ มีการเผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่ครูพัฒนานวัตกรรมขึ้นมาเพื่อใช้พัฒนาผู้เรียน   
   2.2.6 องค์ประกอบด้านงบประมาณและทรัพยากร ควรมีวิธีการดำเนินการดังนี้ ได้งบประมาณได้รับจัดสรรจากทางรัฐบาล ต้องระดมงบประมาณจากครู ผู้ปกครองและคณะกรรมการ ในการสนับสนุนการจัดการศึกษาของชุมชน การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน และคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนจัดครูผู้สอนตรงตามความรู้ ความสามารถและความถนัด และบริหารจัดการงบประมาณในรูปของคณะกรรมการ เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้
 2.2.7 องค์ประกอบด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ด้านการจัดการเรียนการสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรมีวิธีการดำเนินการดังนี้ คือ มีการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอนเน้นให้ผู้เรียนเสาะแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง เน้นการจัดการเรียนรู้ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอนให้นักเรียนมีคุณธรรมและจริยธรรม ครูต้องยึดหลักว่าผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็นและแสดงออกอย่างอิสระ ครูเป็นผู้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครูจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ครูต้องเข้าใจรูปแบบการสอนที่เน้นกระบวนการคิด เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
 2.2.8 องค์ประกอบด้านการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อ ด้านการจัด การเรียนการสอนโดยใช้สื่อ ควรมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนต้องครูใช้สื่อในการจัดการเรียนการสอนทุกครั้ง ใช้สื่อที่มีในท้องถิ่น ใช้สื่อทางด้านด้าน ICT ใช้โทรทัศน์ทางไกลช่วยสอนใช้สอนในเนื้อหาที่ครูไม่สามารถสอนได้ ใช้สื่อการสอนสำเร็จรูปใช้สื่อที่หลากหลายในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเชิญบุคลากรในท้องถิ่นมาให้ความรู้ อีกทั้งใช้แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา
 2.2.9 องค์ประกอบด้านการวัดผลประเมินผลควรมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ วัดและประเมินผลตามที่ในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ วัดและประเมินผลตามมาตรฐานการเรียนรู้  การวัดผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนการเรียนรู้ ใช้วิธีการวัดผลที่หลากหลาย การวัดผลเพื่อดูความก้าวหน้า การมีส่วนร่วมในการประเมินผลงานของผู้เรียน มีเกณฑ์ในการให้คะแนนชัดเจน และโรงเรียนมีระเบียบการวัดและประเมินผลการเรียน
 2.3 การนำหลักสูตรไปใช้
   2.3.1 นิเทศ ติดตามและประเมินผลการใช้หลักสูตร
 1) มีคณะกรรมการนิเทศภายในของสถานศึกษา
 2) มีแผนงานโครงการนิเทศ ติดตาม กำกับ ในสถานศึกษา
 3) มีแผนการจัดการเรียนรู้ และร่องรอยการบันทึกการใช้แผนการจัดการจัดการเรียนรู้ ที่เป็นปัจจุบัน
   4) มีรายงานการนิเทศปรากฏเป็นหลักฐาน
   5) มีระบบกำกับ ติดตามและประเมินผล

 3. การส่งเสริมการดำเนินงาน การส่งเสริมการนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไปใช้ มีสาระสำคัญ 9 ด้าน ดังนี้
 3.1 ส่งเสริมด้านหลักสูตรสถานศึกษา ควรมีวิธีส่งเสริม ดังนี้ การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจ ในกระบวนการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดทำหลักสูตร ในกลุ่มเครือข่ายทางวิชาการของโรงเรียน การมีส่วนร่วมในการดำเนินงานร่วมคิดร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ การนิเทศ ติดตาม กำกับดูแล อย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการวิจัยหลักสูตรสถานศึกษา
 3.2 ส่งเสริมด้านโครงสร้างรายวิชา ควรมีวิธีส่งเสริม ดังนี้ ครูต้องวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัดในแต่ละสาระการเรียนรู้  เสาะแสวงหาและสืบค้นหาความรู้ด้วยตนเอง มีการพัฒนาบุคลากรในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง การทำงานต้องอาศัยการมีมีส่วนร่วมของครูทุกคน ส่งเสริมให้มีการยืดหยุ่นโครงสร้างเวลาเรียน มีการนิเทศ ติดตามทั้งภายในและภายนอก ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายนอก และครูผู้สอนนำโครงสร้างวิชาที่กำหนดไว้ไปใช้จริง หากมีปัญหา หาทางแก้ไข โดยใช้กระบวนการ วิจัยเข้าช่วย
 3.3 ส่งเสริมด้านการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ควรมีวิธีส่งเสริม ดังนี้ การส่งเสริมให้ครูได้ศึกษาหาความรู้และทำความเข้าใจในเนื้อหาสาระการเรียนรู้ที่สอน ส่งเสริมให้ครูสามารถวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัดในสาระการเรียนรู้ ให้ได้พัฒนาความรู้ทางด้านวิชาการอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยส่งครูเข้าร่วมประชุมสัมมนา อบรมเชิงปฏิบัติการ ศึกษาดูงาน ส่งเสริมให้ครูทำวิจัยในชั้นเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่สอนที่เป็นปัญหา ส่งเสริมให้ครูทำหน่วยการเรียนรู้ครบทุกสาระการเรียนรู้ที่สอน ครู นำหน่วยการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้นมานำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และมีคณะกรรมการนิเทศ ติดตาม จากภายในโรงเรียนและภายนอกโรงเรียน
 3.4 ส่งเสริมด้านการจัดสถานที่ ควรมีวิธีส่งเสริม ดังนี้ การส่งเสริมจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน และในท้องถิ่น จัดทำป้ายนิเทศ มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกประจำอาคาร  จัดห้องเรียนมีมุมในการสืบค้นหาความรู้ เพื่อให้ผู้เรียนเสาะแสวงหาความรู้เพิ่มเติม ส่งเสริมให้มีห้อง ปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
 3.5 ส่งเสริมด้านการจัดสื่อการเรียนการสอน ควรมีวิธีส่งเสริม ดังนี้ ส่งเสริมให้ครูผู้สอนผลิตสื่อและจัดหาสื่อการเรียนการสอน จัดให้มีสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลายเป็นสื่อในธรรมชาติมีในท้องถิ่นและใช้ในชีวิตประจำวัน ส่งเสริมให้ใช้สื่อที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์มากที่สุด ส่งเสริมการให้ใช้กระบวนการวิจัยในการผลิตสื่อการเรียนการสอน และมีการเผยแพร่สื่อหรือนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ
 3.6 ส่งเสริมด้านงบประมาณและทรัพยากร ควรมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ ส่งเสริมให้มีงบประมาณจัดสรรจากรัฐบาลเพิ่มขึ้น 2) ส่งเสริมให้มีงบประมาณในการพัฒนาบุคลาการ สนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ที่ทันสมัย การมีส่วนร่วมของชุมชน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนจัดครูผู้สอนตรงตามวิชาเอกหรือตามความถนัด ส่งเสริมให้มีการระดมทุนจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และส่งเสริมให้บริหารงบประมาณในรูปของคณะกรรมการ
 3.7 ส่งเสริมด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ ส่งเสริมสนับสนุนจัดสถานการณ์ที่เอื้อต่อการเรียนรู้  ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ค้นพบโดยการแสวงหาความรู้  ครูผู้สอนควรมีข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล จัดการเรียนรู้ต้องบูรณาการ คุณธรรม  จริยธรรม เข้ากับการเรียนการสอน ความร่วมมือของผู้ปกครอง ส่งเสริมให้ครูทำวิจัยในชั้นเรียน และมีการนิเทศติดตามอย่างต่อเนื่อง
 3.8 ส่งเสริมด้านการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อ ควรมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ส่งเสริมให้ครูใช้สื่อการเรียนการสอนทุกครั้ง  ส่งเสริมใช้สื่อการเรียนการสอนที่มีในท้องถิ่น ส่งเสริมการใช้สื่อการสอนที่มีอยู่ให้คุ้มค่าเกิดประโยชน์ ส่งเสริมการใช้กระบวนการทางวิจัยในการพัฒนาสื่อเพื่อนำสื่อไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และมีการนิเทศติดตามอย่างต่อเนื่อง
 3.9 ส่งเสริมด้านการวัดผลประเมินผล คือ ส่งเสริมครูมีการวัดและประเมินผลการเรียนเรียนรู้ที่ตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่หลากหลาย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการประเมินของผู้ปกครอง ส่งเสริมให้ผู้เรียน และเพื่อนร่วมประเมิน และเน้นการวัดผลตามสภาพจริง
ส่วนที่ 4
การประเมินผลการใช้รูปแบบ

การประเมินผล

 1. ครูมีความสามารถแปลงหลักสูตรไปสู่การสอน
 1.1 ครูมีการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด
 1.2 ครูจัดทำโครงสร้างรายวิชาได้อย่างชัดเจน
 1.3 ครูสามารถกำหนดหน่วยการเรียนรู้เชื่อมโยงกับมาตรฐานและตัวชี้วัด
 1.4 ครูสามารถกำหนดชื่อหน่วยการเรียนรู้สะท้อนถึงสาระสำคัญ
 1.5 ครูมีแผนการจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
 1.6 ครูมีการจัดการเรียนรู้แบบอิงมาตรฐาน
 1.7 ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลาย โดยให้ผู้เรียนเลือกเรียนตามความสนใจ
 1.8 ครูมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อนำพาให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
 1.9 ครูมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อนำพาผู้เรียนเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์
 1.10 ครูสามารถวัดและประเมินผลผลตรงตามมาตรฐานและตัวชี้วัด โดยใช้วิธีที่หลากหลาย
 1.11 ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน
 1.12 ครูมีการเตรียมการสอนและบันทึกการสอนทุกครั้ง
 1.13 ครูได้รับการนิเทศภายในอย่างต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ
 2. มีการจัดปัจจัยและสภาพต่าง ๆ ภายในโรงเรียน เพียงพอและครบถ้วน
 2.1 โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษา
 2.2 โรงเรียนมีอาคารเรียนที่เพียงพอต่อการเรียนการสอน
 2.3 โรงเรียนมีห้องปฏิบัติการเพียงพอ
 2.4 โรงเรียนมีสื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสมและทันสมัย
 2.5 โรงเรียนมีการประยุกต์สื่อที่หาได้จากท้องถิ่น มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน
 2.6 โรงเรียนมีคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการสอนอย่างเพียงพอ
 2.7 โรงเรียนมีโสตวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพียงพอต่อการเรียนการสอน
 2.8 จัดสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนสะอาด สวยงาม และมีความปลอดภัย
 2.9 มีห้องเก็บสื่อการเรียนการสอน
 2.10 มีงบประมาณสนับสนุนในการทำวิจัยในชั้นเรียน
 2.11 มีงบประมาณเพื่อให้ครูเข้ารับการอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน เพื่อพัฒนาตนเอง
 2.12 มีงบประมาณในการจัดทำเอกสารและผลิตสื่อ
 2.13 มีการจัดบรรยากาศห้องเรียนให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอน
 3. ครูมีความสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 3.1 ครูมีการวิเคราะห์ศักยภาพผู้เรียนเป็นรายบุคคล
 3.2 ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
 3.3 ครูมีความสามารถใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน
 3.4 ครูมีการประเมินผลการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับสภาพการเรียนรู้ที่อิงพัฒนาการ ของผู้เรียน
 3.5 ครูมีการนำผลการประเมินมาปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ
 3.6 ครูมีการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนและนำผลไปใช้พัฒนาผู้เรียน
 3.7 ครูมีการแจ้งวัตถุประสงค์ของการเรียนทุกครั้ง
 3.8 ครูมีการจัดการเรียนการสอนที่คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
 3.9 ครูมีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อที่มีในท้องถิ่น
 3.10 ครูมีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แหล่งเรียนรู้
 3.11 ครูมีการผลิตสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย เหมาะสมกับเนื้อหาสาระ
 3.12 ครูจัดกิจกรรมหลากหลาย ในการจัดการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ
 3.13 ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียน โดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน
 3.14 ครูมีปฏิสัมพันธ์ทางบวกกับนักเรียน โดยการเสริมแรง เพื่อให้นักเรียนกล้าคิดและกล้าแสดงออก
 3.15 ครูจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อ ICT
 3.16 หลังการครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ต้องมีการสรุปบทเรียนทุกครั้งโดยผู้เรียน
 3.17 ครูจัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการกลุ่ม
 3.18 ครูผู้สอนจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์และสมรรถนะสำคัญ
 3.19 ครูจัดการเรียนการสอนที่เน้น ส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
 3.20 ครูมีการวิเคราะห์ผลการสอบของนักเรียน เพื่อนำมาปรับปรุงการเรียนการสอน
 3.21 ครูมีการรายงานผลการเรียนของนักเรียนต่อผู้บริหารและผู้ปกครอง

ส่วนที่ 5
เงื่อนไขความสำเร็จ

เงื่อนไขความสำเร็จ

 1. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สนับสนุนงบประมาณ และทรัพยากร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สนับสนุนงบประมาณ และทรัพยากร โดยคำนึงถึงสิ่งสำคัญ คือ จัดสรรงบประมาณและทรัพยากรอย่างเพียงพอในการพัฒนาและใช้หลักสูตร เพื่อให้การดำเนินงานด้านการจัดการเรียนการสอน เป็นไปอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ จัดลำดับความสำคัญของการจัดสรรงบประมาณ และทรัพยากร โดยมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพราะคุณภาพผู้เรียนคือเป้าหมายสูงสุดของการจัดการศึกษา และมีการจัดด้านทรัพยากร บุคคล และการบริการด้านวัสดุ และสื่อการเรียนต่าง ๆ เพื่อให้ความสะดวกและช่วยเหลือครูให้สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 2. ผู้บริหารคณะครูและบุคลากรเข้ารับการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการช่วยให้การนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ การพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการและสร้างความตระหนักให้แก่ผู้บริหาร ครูและบุคลากรให้เห็นถึงความสำคัญเรื่องการใช้หลักสูตร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอันเป็นเป้าหมายสูงสุดของการจัดการศึกษา ผู้บริหารเป็นผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจดำเนินงานต่าง ๆ ของโรงเรียน หากผู้บริหารมีวิสัยทัศน์เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงจะช่วยให้การพัฒนาและใช้หลักสูตรประสบความสำเร็จได้โดยง่าย ผู้บริหารโรงเรียนเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนา และใช้หลักสูตรระดับสถานศึกษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นและชักนำให้บุคลากรในโรงเรียนได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามที่ต้องการ ดังนั้นหากผู้บริหารสามารถเป็นผู้นำทางวิชาการ มีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรอย่างชัดเจน และให้การสนับสนุนส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนของครู รวมทั้งสามารถทำงานร่วมกับ คณะครูในโรงเรียนได้ จะสามารถทำให้การใช้หลักสูตรเป็นไปตามเป้าหมายได้ไม่ยาก ครูผู้สอน เป็นตัวกลไกที่สำคัญที่สุดในการจัดทำและนำหลักสูตรไปใช้ ดังนั้นครูจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เพื่อให้ทันต่อความก้าวหน้าทางวิชาการใหม่ ๆ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความมุ่งหมายของหลักสูตร ซึ่งรวมถึงการเลือกวิธีการสอน สื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียน แนวการวัดประเมินผลอิงมาตรฐาน ตลอดจนการวิจัยปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาการสอนของตนให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
 3. ผู้มีส่วนได้เสียให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนการจัดการศึกษาผู้มีส่วนได้เสียให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนการจัดการศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสีย ได้มีบทบาทร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมจัดการศึกษาของรัฐ ทั้งผู้ปกครอง นักเรียน และตัวแทนศิษย์เก่า ตัวแทนชุมชน ตัวแทนภาคธุรกิจ มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา จะเกิดความรู้สึกถึงความรับผิดชอบและความเป็นเจ้าของ ในการจัดการศึกษามากขึ้น
 4. มีการนิเทศ ติดตาม ทั้งภายในและภายนอก มีการนิเทศ ติดตาม ทั้งภายในและภายนอก สถานศึกษาต้องมีการนิเทศ ติดตาม ดูแลคุณภาพการจัดทำหลักสูตรและการใช้หลักสูตร อย่างต่อเนื่อง และควบวงจร และนำผลจากการติดตาม กำกับดูแลคุณภาพนั้นมาพิจารณาปรับปรุงหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
 5. มีการวิจัย และติดตามผลการใช้หลักสูตรมีการวิจัย ประเมินผล และติดตามผลการใช้หลักสูตร การวิจัยเป็นที่มาของข้อมูลข่าวสารที่แม่นตรง แสดงจุดแข็ง จุดอ่อน ปัญหา สาเหตุ และแนวทางปรับปรุงพัฒนาให้สถานศึกษาสามารถจัดหลักสูตรการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การประเมินผลการ