หากท่านติดตามบันทึกที่ผมกล่าวถึงพ่อแสนนั้น ย่อมทราบดีว่า พ่อแสนเป็นนักทดลอง นักศึกษา นักเรียนรู้  นักจำลองสภาพธรรมชาติ เช่น การทำบ้านให้ค้างคาวเพราะต้องการมูลค้างคาว  การเอาเห็ดป่ามาเพาะปลูกในสวนตามต้นไม้ที่มักพบเขาในป่า การทำบ้านให้ผึ้งป่า การทำคอกหมูแบบเคลื่อนที่  การทำบ่อดักสัตว์ป่า การโน้มกิ่งผักหวานป่า  การเลี้ยงแมงโย่งเย่ง และ การเลี้ยงบึ้งป่า ทั้งหมดนี้ทำในสวนสวนเกษตรของตัวเองพ่อแสนทำคนเดียว แม่บ้านเป็นผู้ช่วยครั้งคราวเท่านั้น


ครั้งหนึ่งที่ผมไปเยี่ยมพ่อแสน เห็นสิ่งก่อสร้างในรูปนี้ก็ถามพ่อแสนว่า นั่นคืออะไร พ่อแสนยิ้มๆแล้วตอบว่า ผมทดลองเลี้ยงบึ้งครับ....  จริงๆมีฝาปิดมิดชิด ตอนนี้หยุดกิจกรรมนี้เลยเปิดทิ้งไว้ บึ้งนั้นเป็นอาหารตามธรรมชาติของชาวบ้านมานาน ก็เลยทดลองเลี้ยงแทนที่จะไปหาจากป่า ไปรบกวนป่า เหมือนสิ่งอื่นๆที่ผมทำในสวนแห่งนี้  ผมเลี้ยงมาสองครั้ง ยังไม่สำเร็จ 

ครั้งที่หนึ่งบึ้งมาอยู่พักหนึ่งก็หนีไป  ครั้งที่สองมาอยู่นานจนออกลูกเต็มไปหมด พ่อแสนกล่าวว่าผมไม่รู้จักวิถีชีวิตเขา พบว่า มันกินลูกมันหมดเลย  แล้วมันก็หนีไป  ผมถามว่า ตัวบึ้งตัวแม่มันกินลูกมันหรือครับ  พ่อแสนย้ำว่าจริง ผมเห็นมันจริงๆ กว่าจะรู้ตัวมันก็กินหมดแล้ว  จริงๆในป่ามันก็กินแต่ลูกมันหนีได้เพราะพื้นที่มันกว้าง แต่ตรงนี้มันแคบลูกมันหนีไม่ได้ ความจริงต้องเอาแม่มันแยกออกไป.....  พ่อแสนกล่าวบทสรุปที่เรียนรู้มา
 

หลายท่านไม่รู้จักบึ้ง  ขอแนะนำบึ้ง โดยใช้ข้อมูลที่ระบุในท้ายบันทึกนี้

บึ้ง เป็นแมงมุมในกลุ่มทารันทูร่า (taruntura) มีวิวัฒนาการจากแมงมุมโบราณในกลุ่มโลกเก่า มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเมืองไทย และเป็นแมงมุมที่มีพิษร้ายแรงเป็นอันดับสองรองจาก "แมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาล" ที่มาจากต่างถิ่น โดยปกติแล้วจะหากินโดยการขุดรูอยู่ตามพื้นดิน และชักใยมาปิดปากรู เพื่อจับอาหารพวกแมลงปีกแข็งต่างๆ ส่วนตัวผู้ในบางฤดูพบว่า อาจจะออกมาตามบ้านเรือนมนุษย์ที่อยู่ใกล้ป่า เพื่อจับคู่ผสมพันธุ์ รวมทั้งหาแมลงกิน เนื่องจากบ้านคนเมื่อเปิดไฟจะมีแมลงมาตอมและตกลงพื้น 

 

"บึ้ง" ในประเทศไทย มี 3 สี คือ สีดำ สีน้ำเงิน และสีน้ำตาลและมีประมาณ 15-16 ชนิดปกติบึ้งจะไม่ค่อยเข้ามาที่บ้านคน แต่ถ้าหากเข้ามาก็ด้วยสาเหตุ 2 ประการ คือ มาจับแมลงที่มาตอมไฟ และบ้านรกเกินไป  บึ้งดำไทย นั้นเป็นแมงมุมที่มีพิษน้อยแต่กับบางคนที่แพ้สารพิษก็เป็นอันตรายในทางกลับกันแมงมุมก็มีประโยชน์ เช่นกัน  เพราะมันช่วยกินแมลงศัตรูพืชในไร่นา แถมยังเป็นเมนูเด็ดที่ชาวบ้านบางพื้นที่ชื่นชอบนำมาปรุงเป็นยาอีกด้วยโดยธรรมชาติของบึ้ง จะใช้เขี้ยวกัดเหยื่อ โดยใช้เขี้ยวจะฝังลึกลงไปในเนื้อ ปล่อยน้ำพิษผ่าน เขี้ยวเข้าสู่ร่างของเหยื่อ เมื่อเหยื่อรับพิษ เหยื่อจะไม่มีแรง ในที่สุดก็จะเป็นอัมพาตขยับเขยื้อนไม่ได้ เนื่องจากพิษบึ้งจะค่อยๆ ย่อยเนื้อของเหยื่อ ทำหน้าที่เหมือนกรดกัดกร่อน ให้เนื้อกลายเป็นของเหลว แล้วบึ้งจะดูดของเหลวออกมา...จนเหยื่อแห้งเหลือแต่ซาก


ปัจจุบัน คนเริ่มหันมาเลี้ยงบึ้งเหมือนสัตว์เลี้ยงกันมากขึ้น แต่บึ้งดำไทยไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะนิสัยขี้ระแวงสุดๆ มีนิสัยดุ อาจวิ่งหนีลงรูเมื่อถูกรบกวน มักจะขึ้นจากรู เพื่อหากินอาหารในตอนใกล้ค่ำ หรือตอนกลางคืน  โดยจะกินจิ้งหรีด และหนอน เป็นอาหาร  

บึ้ง เป็นเมนูยอดฮิตในอีกหลายๆ ประเทศ รวมถึงกัมพูชา ในเมือง สะกุน จ.จำปงจาม ที่มีเมนูทั้งอบและทอดกรอบเป็นที่นิยมของชาวกัมพูชา และนักชิมอาหารจานแปลกเป็นอย่างมาก จนบางคนกล่าวว่าอร่อยกว่าแฮมเบอร์เกอร์เสียอีกแน่ะ

ขอบคุณแหล่งข้อมูลครับ

ที่มา  http://hilight.kapook.com/view/36842