หลักหนึ่งของงานพัฒนานั้นคือ ผลงานพัฒนาจำนวนมากที่สำเร็จนั้นเป็นเพราะปัจจัยภายในเอง คือตัวเกษตรกร หรือชาวบ้าน หรือผู้นำชาวบ้านเอง

นักพัฒนา หรือราชการเสมือนคนนอกที่ไปทำหน้าที่ชี้ทางออก บอกทางไป และสนับสนุนเท่านั้น จะก้าวเดินต่อไปหรือไม่ ก้าวไปแบบไหน อย่างไรนั้น นักพัฒนาไม่สามารถไปจับมือทำได้ ราชการไม่สามารถไปจ้ำจี้จ้ำไชได้ หาก บุคคลเป้าหมายตื่นขึ้นมาทำอย่างจริงจังและคิดดัดแปลงให้เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพตัวเองแล้ว ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น


กรณีพ่อแสนก็เช่นกัน เราเป็นเพียงองค์ประกอบจากภายนอกเท่านั้น พ่อแสนเป็นคนทำ และพัฒนาสร้างสรรค์ต่อไปไม่หยุด กิจกรรมจำนวนมาก เราไม่ได้แนะนำด้วยซ้ำไป พ่อแสนคิดเอง ทำเอง เช่นคำว่า พึ่งตนเอง พ่อแสนมองเงื่อนไขตัวเองว่าอยู่ตรงไหน แค่ไหน อย่างไร ในสถานภาพ เงื่อนไขของตัวเองนั้น พึ่งตนเองคือการดัดแปลงความรู้ที่เคยมี และที่แสวงมาได้ทำมันขึ้นมา ... 

ต้นผักหวานป่านั้นเป็นพืชที่เรียกว่า พืชป่าเศรษฐกิจ ราคาต่อกิโลกรัมนั้น 400 บาทขึ้นไปแล้ว แต่การเก็บใบผักวานป่านั้นยากลำบากเพราะต้นจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ  ใครจะไปคิดวิธีง่ายๆที่จะเก็บยอดผักหวานป่า พ่อแสนก็ทำให้กิ่งไม่สูงน่ะซี  หลายวิธี เช่นเอาเชือกมาโน้มกิ่งให้ต่ำลงมา  วิธีฟันกิ่งให้งอโน้มต่ำลงมาโดยไม่ตาย ตางข้ามกลับแตกยอดใหม่มากมาย  ผักหวานป่าที่หลายคนเรียกชื่อว่า ผักซาดิด  หากโดนไฟลวก โดนหักกิ่ง ฟันกิ่งแล้วจะแตกใบใหม่มากมาย.....  นักพัฒนาอย่างเราคิดไม่ถึงว่าชาวบ้านจะคิดวิธีง่ายๆแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เอง....

หลักพอเพียงนั้น  พ่อแสนไม่มีมอเตอร์ไซด์ ไม่มีมือถือ  ใครอยากติดต่อไปหาเองที่สวน อยากไปไหน หาใครก็เอาจักรยานไป ไกลแค่ไหนก็ไป  พ่อแสนได้รับรางวัลหลายสถาบัน รวมทั้งทีวีมาสัมภาษณ์และเอาไปเผยแพร่ ดังบันทึกข้างบนนั่น..
 
การกระทำดีเช่นนี้สมควรเป็นตัวอย่างให้สาธารณะได้เรียนรู้ต่อไป