ภารกิจปิดรูกุฏิกันงูและสัตว์พิษเข้า

  เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ห้องกุฏิแฝดที่หนูเคยเข้าไปนอนมีงูเข้าไป ครูจึงให้เอาเสื่อน้ำมันลองปู แต่ดูท่าทางแล้วยังมีช่องเปิดที่สัตว์พิษอาจจะเข้าได้ ครูจึงให้โจทย์เพิ่มว่าทำยังไงจึงจะปิดช่องได้ จะใช้ทิชชู ปืนกาว ก็แล้วแต่

  หนูมานั่งมอง ๆ รูใหญ่และเป็นจำนวนไม่น้อยเลยค่ะ และมีเศษผ้าที่เหลือจากการตัดหนูจึงลองเอามายัดปิดรูซึ่งก็ใช้ได้ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ครูเคยเมตตาพาทำ เพราะเคยมีตะขาบไม่ทราบมาจากไหนขึ้นกุฏิครู ซึ่งครูก็ให้โอกาสหนูมีส่วนร่วมในการเอากระดาษทิชชู่มาอุดรูและหาปืนกาว ครั้งนี้ครูจึงมาบอกให้เห็น สิ่งที่ต้องทำ แล้วก็ชี้แนะแนวทางให้ไปพิจารณาเลือกทำแบบ “ชี้ให้เป็น” แล้วก็นึกย้อนถึงครั้งหนึ่งที่ครูเคยทำให้ดูแล้ว แก้ไขปัญหานี้ให้ดูแล้ว “แบบเป็นให้ดู”

  กุฏิเล็ก ๆ แต่รู้เป็นเรื่องใหญ่ ทำ ๆ ไปก็ได้เรียนรู้ว่า วิธีไม่จำเป็นต้องซ้ำ เรียนรู้ที่จะใช้ต้นทุน หรือ ของที่มีให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เสื่อน้ำมันที่เหลือ หยิบมาเย็บปิดฝั่งประตูด้านล่างที่มีรู เศษผ้าที่ไม่ได้ใช้ ค่อย ๆ ตัดแล้วก็ม้วนสอดเข้าไปในช่องต่าง ๆ อันที่สูงก็สุดเอื้อมพอได้เจ้าค่ะ


  ครูเข้ามาให้กำลังใจ รับทราบแนวทางที่หนูเลือก แล้วครูก็ชี้ว่า “เอารังร้างของปลวกออกด้วย”

ตอนนี้ไม่มีปลวกแล้ว เพราะมีสมาชิกมารช่วยดูแล ตอนนี้จึงมีแค่กองดินที่เป็นรังปลวกร้าง หนูทำไปก็รู้สึกร้อน “เพราะหนูไม่ได้อาบน้ำ”  ตัดสินใจลุกไปอาบน้ำ ก็ปัญหา คือ ไม่อาบน้ำ หนูจะแก้ด้วย ซู่ซี่ทำงานไปเรื่อย ๆ คงจะผิดจุด พออาบน้ำเสร็จรู้สึก สบายตัว ขอสารภาพว่า อยู่มาจนอายุปูนนี้ สามสิบกว่าปี พึ่งจะเข้าใจว่า การอาบน้ำนั้น นอกจากเป็นการชำระร่างกายแล้ว ก็เป็นการปรับสภาพร่างกาย เหมือนปรับอุณหภูมิให้เย็นลงค่ะ เย็นทั้งกาย เย็นทั้งใจ หลังได้อาบน้ำ


   กลับมาลุยงานต่อ เสร็จแบบวางมือได้ตอนบ่ายสองกว่า จะว่าไปก็ถือว่า หนูใช้เวลาไปนานทีเดียวค่ะ

แต่ก็รู้สึกพอใจกับตนเอง แม้จะช้าแต่ว่า ก็พอได้

  ประโยชน์ที่เกิดขึ้น ครู จากเดิมที่ครูเมตตาพาทำ เหมือนข้างในมันกล้าที่จะลองปรับกับตนเอง ให้ใช้การอะไรได้ดีขึ้น ประหยัดและสะดวก

  คุณค่า ใจข้างในรู้สึกนี่ไม่ใช่แค่อุดรูกุฏิ แต่ใจหนูได้รับการซ่อมแซมด้วยเจ้าค่ะ สัมผัสข้างในใจตนเองที่น้อมรับหน้าที่มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ที่มัวเมาแต่ต่อต้าน แล้วก็สงสัย หรือ ก็ไม่ทำ แต่มาตอนนี้ เหมือนว่า น้อมรับภารกิจอย่างเต็มใจเจ้าค่ะ

  ได้เรียนรู้ว่าหากตั้งใจ สาระไม่ใช่เสร็จเร็วหรือช้า สาระอยู่ที่ว่า หนูรู้ตัวไหมหนูทำอะไรอยู่และเต็มที่แค่ไหน

ปัญหาที่ประจักษ์กับตอนนี้แบบชัด ๆ คือ ใจที่ทำอะไรไม่เต็มที่ สารพัดกิเลสจะงัดมาเป็นข้ออ้าง

แต่ครูก็ชี้ว่า “นี่เรามาฝึกฝน มาฝึกมาหัด มาขัด ให้ฝืนใจ ให้ข่มใจ ถ้าไม่ขัด ไม่ฝืนแล้วจะมาทำไม”

สาธุเจ้าค่ะ

พอจะมาอัพก็ผ่านมาหลายวัน

พอเข้าไปใช้งาน 

ครูเมตตาเอาผ้าไปปิดรูโบ๋ย ใหญ่ ๆ รุ่งเช้ามาหนูถึงได้เห็นเจ้าค่ะ ครูทั้งบอกให้เป็น คือ บอกให้เป็น ชี้ให้เห็น และเป็นให้ดูแบบทำให้ดูเลย แบบนี้ แล้วก่อนกลับครูก็ให้ได้แก้ไข โดยให้หนูนำผ้าไปอุดรูแทน

พอลงใช้งานจริง ระหว่างที่ฝนตกหนัก แม่ออกน้อยและหนูอยู่ในกุฏิ 

นั่งเล่านิทานชาดกให้เด็ก ๆ ฟัง

มีแมงป่องตัวน้อย คลานออกมาโชว์ บอกหนูว่า "ยังมีรูโบ๋อยู่นะ ยังเข้าได้"

จึงจับเขาออกมาปล่อยข้างนอก 


แต่ไม่ว่าอย่างไรพอฝนหยุดตก 

แม่ออกน้อยก็ยังรื่นเริง พร้อมกับขอฟังนิทานชาดกต่อ 

เขาสดใสมีความสุขได้ตลอดเวลาเจ้าค่ะ