เจ้าดอกยาสูบ...โลกที่หยั่งลึกของข้าพเจ้า...


“ชีวิตเราเปรียบเหมือนช่องหน้าต่าง ด้านหนึ่งเปิดออกสู่โลกภายนอกแห่งความสัมพันธ์ อีกด้านหนึ่งเปิดเข้าหาโลกภายในแห่งความคิดฝัน

ในชีวิตที่ประสบสุขสมบูรณ์นั้น โลกทั้งสองสอดคล้องได้สมดุล ต้นไม้ใดที่จะเติบใหญ่ชูยอดขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงลิบ รากของมันจะต้องยึดติดดิน และหยั่งลึกลงสู่ความสงัดนิ่งใต้พื้นปฐพี ชีวิตที่จะขยายออก และบรรลุความสุขสูงส่งก็โดยพลังจากรากลึกในจิตใจ

ในการพัฒนาชีวิตให้ก้าวหน้า ด้านหนึ่งคือแสวงหาความรู้ และประสบการณ์ เรียนรู้จากสังคมและธรรมชาติสิ่งแวดล้อม อีกด้านหนึ่งจะต้องหยั่งลึกลง ทำความรู้จักและเข้าใจตนเอง”


-----------------------------------------------------------ระวี  ภาวิไล------------------------------------------------------------




ในเช้าวันหนึ่...เป็นวันที่ผมสามารถทำนายทายทักแบบฟันธงว่า อากาศต้องร้อนอบอ้าวทั้งวันแน่นอน เพราะผ่านเจ็ดนาฬิกายามเช้าไม่นานเลย  แสงแดดแก่กล้าร้อนแรง และแผ่รัศมีไชชอนรูขุมขนในร้อนระอุแล้ว...


วันนี้เป็นวันทำงานของผม แต่ผมไม่ได้เข้าไปอนามัยเหมือนเช่นทุกวัน...แต่ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมทำงานเช่นเคย เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่และพื้นที่ทำงานเท่านั้น...ผมเดินทางมาถึงหมู่บ้านในตำบลแห่งหนึ่ง ที่ระยะห่างของตำบลของผมและที่นี้ เหมือนอยู่กันคนละขั้ว


ก่อนจะถึงหมู่บ้าน..สองข้างทางของถนนสายนำทาง มีต้นไม้ใหญ่ยืนหยัด และใบไม้สีเขียวบานสะพรั่งมากมาย เหมือนอุโมงค์ใบไม้ ยามที่ขับรถผ่าน....ความรู้สึกสบายใจ ปลอดโปร่ง และร่มเย็นในหัวใจถึงไม่สามารถบรรยายเรียงร้อยได้ด้วยตัวอักษร


ผมมาหมู่บ้านแห่งนี้...เพราะต้องมาช่วยงานสถานีอนามัยแห่งนี้...เพราะโรคไข้เลือดออกระบาดอย่างหนักหน่วง ลุกลามจนไม่สามารถควบคุมได้หมด...หมออนามัยก็ทำงานสุดกำลังในบทบาทผู้ประสานงานกับชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง สอบสวนโรคและควบคุม อสม. ก็ขยันขันแข็งเสียสละเวลาทำมาหากินช่วยกันรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลาย เช่น ใส่ทรายอะเบท และปล่อยปลาหางนกยูง  ทาง อบต. ก็สนับสนุนแรงงาน เครื่องพ่น น้ำยา พ่นรอบหมู่บ้านหลายรอบแล้ว


ในหลายๆ ครั้ง...ผมก็ค้นพบว่า ความพยายามไม่ได้ช่วยให้ผมทำอะไรได้สำเร็จเลย...แต่ผมก็ชอบที่จะพยายาม...พยายาม และแอบทวบทวนเตือนตนเองด้วยว่า...”พยายามแต่อย่าดันทุรัง”....แม้ผมพยายามแต่ไม่สำเร็จ...ผมอาจจะเลียแผลในใจตนเองบ้าง...และเมื่อระยะเวลาผ่านไป...เวลาคือการเยียวยาชีวิตขนานเอก...และกลับไปมองกระจ่างในสิ่งหนึ่งอีกรอบ...ผมกลับพบว่า...ความพยายามที่ไม่ประสบผล...ความพยายามในความว่างเปล่า...แต่ความว่างเปล่านั้น...คือ การเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต


หมู่บ้านแห่งนี้...ทำให้ผมเกิดการเรียนรู้

...เรียนรู้กับความงดงามของหัวใจของจิตอาสาทุกท่าน...ขยันขันแข็งในการรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลายทั้งตัวแก่และตัวอ่อน เพื่อไม่โรคไข้เลือดออกระบาด


...ผมสัมผัสถึงความมีจิตใจที่งดงาม และบริสุทธิ์ของชาวบ้านที่นี้....เมื่อผมสุ่มลูกน้ำยุงลาย...ทุกท่านจะออกไปเรียนรู้กับผมด้วย...เมื่อดูรอบๆ บ้านเสร็จ...ต่างยกน้ำเย็นๆ และเชิญชวนให้ผมดื่ม...นับเป็นเสน่ห์ของคนอีสานมากๆ ครับ


...น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ หรือน้ำมงคล หรือชาวบ้านเรียกว่า “น้ำมังคุณ” (((((((ผมน่าจะจำภาษาอีสานคำนี้ถูกนะครับ) เป็นที่ผ่านพิธีกรรมในการเลี้ยงบุญหมู่บ้าน....ที่ทำพิธีไปแล้ว 3 วัน...ชาวบ้านจะนำขวดเพื่อมากรอกน้ำมนต์ไว้บูชา หรือพรมเพื่อเป็นสิริมงคล แต่บางหลังคาเรือน ลืมเอาขวดน้ำมนต์ของตนเองกลับบ้าน...เพียงแค่สามวัน ในน้ำนั้น ก็มีลูกน้ำยุงลายยั้วเยี้ยได้ครับ  


...เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตของชาวบ้าน ในหมู่บ้านแห่งนี้...ผมได้เรียนรู้โลกกว้างที่กว้างกว่ามุมมองสุขภาพที่ทำให้ผมเฉพาะเจาะจงจนหลงลืมนึกถึงความสัมพันธ์กับสิ่งอื่นที่เป็นโลกรอบตัว


...ได้เห็นดอกยาสูบ...ต้นยาสูบ...ไร่ยาสูบ...การซอยยาสูบ...เครื่องซอยยาสูบ...การผึ่งตากยาสูบ...และการเก็บยาสูบของชาวบ้าน...และได้เห็นเม็ดยาสูบ ที่จะนำไปเพาะปลูกเป็นต้นยาสูบต่อไป...



...เรื่องราวการปลูกยาสูบที่ชาวบ้านเล่าให้ฟังก็น่าเรียนรู้มาก...จนผมบอกกับชาวบ้านว่า...จำผมไว้นะครับ...โอกาสอันดีที่จะมาถึง...ผมน่าจะมาขอเรียนรู้ชีวิตกับการปลูกยาสูบของหมู่บ้านแห่งนี้...ข้อมูลที่กระตุกใจผมมากๆ คือ เจ้าของสวนยาสูบจะฉีดยาฆ่าแมลงมกในทุกขั้นตอน...และผู้ฉีดคือ ตัวแทนของสวน หรือแทบทุกหลังคาเรือนต้องฉีดยาเอง...ซึ่งแตกต่างจากเรื่องที่ผมไปเก็บข้อมูล “แรงงานอ้อย” ที่เจ้าของไร่อ้อย จะไม่ฉีดเอง แต่จะจ้างแรงงานชายและเป็นบุคคลที่คุ้นเคยกับการฉีดยาพ่นยามาจัดการให้...อดนึกไม่ได้ว่า นอกจากผู้สูบบุหรี่จะได้รับสารที่มาจากบุหรี่แล้ว จะมีสารหรือยาฆ่าแมลงแถมมาให้ด้วยไหม?


...ผมได้กลิ่นเหม็นและฉุนของยาสูบ แต่ชาวบ้านกลับหัวเราะผม...เพราะทุกคนคุ้นเคยกลับกลิ่นนี้เข้าแล้ว...จนผมนึกไปเองว่า ยุงลายที่บินว่อนคงไม่ตาย เพราะยาพ่นที่กำจัด...เพราะคงคุ้นชินกับกลิ่นยาสูบ




...ผมถูกมองเป็นคนประหลาด...มีโลกส่วนตัวสูง...เพราะขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ พักผ่อนกัน...ผมกลับถีบจักรยานชมรอบหมู่บ้าน...ไปกราบพระที่วัด...ชื่นชมโบสถ์วัด และกำแพงที่สวยมาก....


...นกในวัดแห่งนี้....ตอนแรกผมนึกว่า นกอาจจะปวดขาหรือบินไม่ได้...จนไม่บินหนีผมไป....เมื่อผมเดินไปใกล้หรือถ่ายรูปเขาด้วยกล้องธรรมดา...ที่ต้องใช้เวลาในการบันทึก...แต่นกกลับไม่บินจากผมไป...แต่กลับมองเข้ากล้องอย่างรู้มุมกล้อง...ทำให้ผมประหลาดใจ...อาจเป็นเพราะนกในที่นี้คงคุ้นเคยกับผู้คน ท่ามกลางสถานที่ที่เงียบสงบร่มเย็นเช่น “วัด”




...ต้นไม้ มีคุณสมบัติมหัศจรรย์...สามารถเติบโตได้แม้กระทั่งพื้นที่ที่ไม่เอื้อให้เติบโต...ในขณะที่ผมบางครั้ง...ในสถานการณ์ที่คับขัน...ผมกลับหลีกเลี่ยงและหลบหนีจากสถานการณ์


...ได้พบคุณยายท่านหนึ่งอายุร้อยปี...แต่ยังแข็งแรง และยิ้มสวยและแสนหวาน...ทำให้มองเห็นว่า สิ่งหนึ่งที่บ่งบอกว่า การมีสุขภาพดี มีดีอยู่ที่ “รอยยิ้ม” และชีวิตที่ยืนยาว ไมสำคัญเท่ากับเรา...ทำอะไรให้โลกและคนอื่นบ้าง


…ผมเกิดมาในชีวิตการทำงานเป็นหมออนามัย ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงที่แบกเครื่องพ่นยากำจัดยุงลายตัวแก่ ที่หนักหนาเอาการ...ที่ผมเห็นปกติคือ ผู้ชายจะแบกและพ่นเอง...นี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมทึ่ง...กับศักยภาพของผู้หญิง...เมื่อผมเห็น ผมก็สังเกตไปเรื่อยๆ...เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งเหนื่อย...ผู้หญิงอีกคนก็มาแบกเครื่องต่อ...สลับไปสลับมา...เหมือนกับความคิดของผมที่สลับไปสลับมาเช่นกัน


...สุดท้ายที่ผมได้สัมผัสและได้รู้จักชีวิตมากขึ้น ทั้งที่เป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้และตระหนักเสมอๆ ว่า “ความตายเป็นสิ่งที่ธรรมดาและสามัญ และทุกคนต้องเข้าสู่อ้อมกอดความตายทุกคน” ผมเห็นคุณตาท่านหนึ่ง กำลังนอนหลับ...หน้าตาดูอ่อนแรง...ที่เปลหน้าบ้าน...ลูกหลานบอกว่า เมื่อเช้าพาไปหาหมอที่โรงพยาบาล หมอบอกว่า เป็นถุงลมโป่งพอง และไปพ่นยาประจำ...เคยไปเจาะคอมาด้วย...ก็ดูแลอย่างเต็มความสามารถที่สุด แต่ก็เตรียมใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น....คุณตาตอนหนุ่มชอบสูบบุหรี่ เพราะปลูกยาสูบขาย มวนสูบด้วย สูบเรื่อยๆ มาจนกระทั่งหยุดสูบเพราะป่วย...


...สุดท้ายของบันทึกนี้ของผม ที่เขียนไปเรื่อยเปื่อย...ผมขอตลบกลับสุดท้ายของบันทึกผนวกคืนกลับกับชื่อบันทึก...ที่มีถ้อยคำว่า “โลกที่หยั่งลึกของข้าพเจ้า”


...โลกที่หยั่งลึก เกิดจากชีวิตที่หยั่งรู้...สำหรับห้วงความคิดที่จะหยุดลงพร้อมบันทึกนี้...เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ในวันนี้...


ขอบคุณมากครับ...”ด้วยสมองที่อยากเรียนรู้...และหัวใจที่อยากแบ่งปัน” ครับ...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสุขของหมออนามัย



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณที่แบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กันอยู่เสมอนะครับ คุณหมอ

เขียนเมื่อ 

ขอแจมค่ะ....อาชีพการปลูกยาสูบทางภาคเหนือก็ปลูกกันมาก บ้านพี่สัมผัสมานานมาก สุดท้ายคุณพ่อก็เสียชีวิตเพราะมะเร็งปอด หมอซักประวัติจะเล่าถึงอาชีพการทำสวนยาบ่ม ที่ขั้นตอนการเก็บยาไม่เหมือนกับยาสูบแบบนี้ค่ะ เก็บใบแก่ออกเหลืองไปบ่มในเตาอบให้ใบยาแห้ง นำไปอัดก้อนส่งโรงงานยาสูบค่ะ แต่สิ่งที่ต้องดูแลต้นยาสูบไม่ให้แมลงมาเจาะใบเป็นรูต้องใช้ยาฆ่าแมลงพ่น เช่นกัน ไม่มีอุปกรณ์ปิดจมูก แดดร้อน คงจะรับสารพิษเต็มๆ ทุกครั้งนะคะ ถ้าเก็บสถิติการตายของคนในหมู่บ้านจะเกิดจากการไหลตาย หลอดลมอักเสบ มะเร็ง ต่างๆ ทุกคนล้วนแต่มีอาชีพทำสวนยาสูบค่ะ (ปัจจุบันนี้โรงบ่มปิดตัวลง ชาวบ้านทำสวนผักแล้วค่ะ)

เขียนเมื่อ 

ถ้าโลกนี้คือห้องเรียนใหญ่ จะดีที่สุด คือ การได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์อันทรงคุณค่าจากหลาย ๆ ท่าน เช่น  คุณทิมดาบครับ ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 



สวัสดีวันงดสูบบุหรี่โลกจ้ะ  หันมากินแครอทดีกว่าเนาะ

เขียนเมื่อ 

ขอให้มีความสุขในการทำงานนะครับคุณหมอ

เขียนเมื่อ 

ทำงานด้วยความรัก รักที่จะทำ.. ทำให้เกิดเรื่องเล่าประสบการณ์ดีๆมากมาย 

ขอบคุณจริงๆค่ะ

ตามมาให้กำลังใจนะครับ

เขียนเมื่อ 

สิ่งที่คุ้นชิน ยากนักจะเปลี่ยนแปลงได้ 

เป็นกำลังใจให้ค่ะน้องชาย;)