สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อวันที่ ๓๐ มี.ค. ๕๖ พิจารณาภาพรวมของหลักสูตรพิเศษของมหาวิทยาลัย ซึ่งทำตามนโยบายของสภาฯ คือ ไม่จัดเพื่อหาเงิน แต่จัดเพื่อให้โอกาสแก่ผู้เรียน
แต่ผมกลับคิดว่า เวลานี้ประเทศไทยมีสถาบันอุดมศึกษาและหลักสูตรสารพัดแบบมากเกินพอ มอ. ไม่ควรเข้าไปแข่งขันในตลาดล่าง แต่ควรแข่งขันในตลาดบน คือ นศ. ที่ต้องการเรียนรู้จริงๆ ได้ความรู้จริงๆ คนที่ต้องการเพียงกระดาษแสดงวิทยะฐานะโดยไม่ต้องการเรียนจริงจัง ยกให้ตลาดล่างไป
ผมคิดว่า หลักสูตรพิเศษ สำหรับ มอ. และมหาวิทยาลัยวิจัยทั้งหลาย มีความท้าทาย หรือโอกาส ๓ ด้าน
๑. การหา นศ. ที่ต้องการเรียนรู้จริงจัง พร้อมที่จะทำงานหนักเพื่อการเรียนรู้ของตน ปูทางสู่โอกาสทำงาน และชีวิตในอนาคต
๒. การใช้งานที่ นศ. กำลังทำอยู่ เป็นวัตถุดิบ ในการสร้างสรรค์ผลงานวิชาการ คือ ในหลักสูตรพิเศษของมหาวิทยาลัยวิจัย การเรียนรู้ต้องไม่เน้นการถ่ายทอดความรู้ แต่เน้นการสร้างความรู้ จากการทำงานนั้นเอง
๓. การใช้ online learning ช่วยเสริมการเรียนรู้ ช่วยปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดอย่างเป็นระบบระหว่างอาจารย์กับ นศ. และระหว่างเพื่อน นศ. ด้วยกัน เพื่อให้ นศ. เรียนรู้แบบ “รู้จริง” (mastery learning)
ผมเชื่อว่า ในมหาวิทยาลัยวิจัย การเรียนรู้ทั้งหมดหรืออย่างน้อย ร้อยละ ๘๐ - ๙๐ ต้องมาจากการสร้างความรู้ โดยตัว นศ. เอง ไม่ใช่มาจากการรับถ่ายทอดความรู้สำเร็จรูป
รศ. ดร. ยืน ภู่วรวรรณ ได้เล่าให้ที่ประชุมสภาฯ ฟังว่า ทั้งในต่างประเทศ และในประเทศไทย การศึกษาแบบ online กำลังเฟื่องฟูอย่างไร มหาวิทยาลัยในประเทศที่เป็นผู้นำส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยแบบหวังกำไร แต่ผมคิดว่า มหาวิทยาลัยวิจัยก็ควรเข้าไปใช้พลังของ online learning ช่วยเสริมความเข้มแข็งของการเรียนรู้ด้วย
สำหรับมหาวิทยาลัยวิจัยในยุคใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่าง นศ. กับมหาวิทยาลัยไม่ควรรวมศูนย์อยู่ที่วิชาความรู้ แต่ควรรวมศูนย์อยู่ที่การนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริงของสังคม ซึ่งหมายความว่า รวมศูนย์อยู่ที่การสร้างสรรค์ความรู้บนฐานชีวิตจริง ซึ่งจะดำเนินต่อไปแม้ นศ. จะกลายเป็นบัณฑิตไปแล้ว และการดำเนินต่อไปนั้นจะราบรื่นหรือมีพลัง ต่อเมื่อมหาวิทยาลัยยังคงเข้าไปหนุนศิษย์เก่าของตน
ในวิธีคิดใหม่นี้ ความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยวิจัย- ศิษย์ (ทั้งศิษย์ปัจจุบัน และศิษย์เก่า) จะเป็นความสัมพันธ์ตลอดชีวิต ที่ผูกพันกันผ่านการทำงาน ที่มีการสร้างสรรค์วิชาการฝังแฝงอยู่ภายใน
หลักสูตรพิเศษของมหาวิทยาลัยวิจัยในยุคนี้ ต้องมีจุดยืนที่จำเพาะ ที่นำเสนอมานี้เป็นแนวคิดหนึ่ง ซึ่งไม่ทราบว่าถูกต้องหรือไม่
วิจารณ์ พานิช
๓๑ มี.ค. ๕๖
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
ทางหนึ่งเรียนเพื่อเอาวุฒิปริญญา อีกทางหนึ่งเรียนเพื่อรู้จริงเป็นประโยชน์จริง
ให้ข้อคิดเรื่องการจัดการศึกษาดีค่ะ