ขับเคลื่อน PLC ที่ สพป.3 มหาสารคาม_04 : เป็น "วิทยากรบรรยาการณ์" (ต่อ)

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันที่ 21-23 พฤษภาคม 2556 ผมเป็น "วิทยากรบรรยาการณ์" ที่ สพป.เขต 3 มหาสารคาม บันทึกนี้ต่อจาก บันทึกแรกที่นี่ครับ บันทึกที่สองได้ที่นี่ และ บันทึกที่สามได้ที่นี่ครับ

สไลด์ที่ 9


... ในรูปแบ่งภารกิจของเราที่จะฝึกให้นักเรียนมีคุณลักษณะตามเป้าหมายครูเพื่อศิษย์วางไว้ออกเป็น 3 ส่วน ผมมักเรียกกิจกรรมนี้ว่า "กระดาษ 3 พับ" เริ่มที่ คิดเป็น ทำเป็น(หรือแก้ปัญหาเป็น) และสามารถที่จะเรียนรู้ได้ด้วยตนเองเป็น...อย่างไรก็แล้วแต่ ธรรมชาติการเรียนรู้ของมนุษย์นั้น เรายังไม่สามารถสรุปได้เป็นรูปแบบเดียว ต่างคนต่างแบบ แต่ละคนก็ใช้หลายรูปแบบ สรุุปอาจเรียกว่า ไม่มีรูปแบบ ดังนั้น อย่าเพิ่งเชื่อด้วยการคิดไปเองว่า สิ่งที่เสนอนี้เป็นขั้นของการเรียนรู้... 

...หลักเหตุผลง่ายๆ ที่ต้องทุกคนไม่อาจโต้เถียงได้ในยุควิทยาศาสตร์ครองโลกแบบนี้ คือ  หากจะคิดเป็น คิดเก่ง ต้องทำให้นักเรียนฝึกคิด หากจะให้ทำเก่ง แก้ปัญหาเก่ง ก็ต้องให้ฝึกทำฝึกแก้ปัญหา และ หากจะฝึกให้สามารถเรียนเรียนรู้เองเป็น ต้องเปิดโอกาสใหนักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง  วิธีที่ดีมากวิธีหนึ่งคือ PBL

...วิธีการที่ดีที่สุดสำหรับครูที่ช่วยให้นักเรียนฝึกคิด คือ ครูตั้งคำถาม แล้วสร้างสถานการณ์หรือโอกาสให้นักเรียนได้อภิปราย ถอดบทเรียน สะท้อน แสดงความคิดเห็น บ่อยๆ ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ จนเกิดเป็นนิสัย และทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณขึ้น  ผลการฝึกคิดอย่างต่อเนื่องคือ ทำให้นักเรียนคิดเป็น มั่นใจในตนเอง รู้เข้าใจเรื่องต่างๆ ด้วยการคิดพิจารณาอย่างเป็นเหตุเป็นผล กล้าคิดกล้าพูด .... มีครู้เพื่อศิษย์อีสานเรา เรียกการเรียนรู้ในขั้นนี้ว่า การเรียนรู้ในรูปแบบ หรือ Pattern-based Learning เป็น 1stPBL ในหลักสูตร 3PBL 

... ในกรณีการฝึกให้คิดเป็น มีทักษะการคิดเบื้องต้นนั้น ไม่จำเป็นว่า นักเรียนจะต้องได้ลงมือกระทำในเรื่องนั้นหรือสิ่งนั้นมาก่อน อาจเป็นเพียงข่าว คลิปสื่อ หรือสิ่งที่ได้รับความสนใจจากนักเรียน เช่น  เฟสบุ๊คให้ทำให้คนอกหักเพิ่มขึ้นหรือไม่ เป็นต้น ..... 

...แต่ในกรณีของการ "ฝึกทำ" หรือฝึกแก้ปัญหานั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่นักเรียนจะต้องได้ลงมือทำ และมีการนำกระบวนการเรียนรู้แบบทีมมาใช้ตลอดการทำงาน เช่น ก่อนทำงานมีการทำ BAR หลังทำมีการ AAR หรือหลายท่านเรียกว่า "ถอดบทเรียน" ทั้งก่อน ระหว่าง และหลัง  ภายในโรงเรียน กิจกรรมทุกกิจกรรมในโรงเรียน ควรได้ฝึกให้นักเรียนเรียนรู้จากการลงมือทำ โดยพิจารณาคำนึงถึงความเชื่อมโยงระหว่าง สิ่งได้เรียนรู้ในห้อง กิจกรรมที่ทำ และการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน (ผมเขียนเรื่องนี้ไว้ในหัวเรื่อง 3 เชื่อมที่นี่ครับ)  เช่น กิจกรรมชมรม ชุมนุม ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาติ ลอยกระทง เข้าพรรษา คริสมาสต์ วันวิสาขะ เป็นต้น

... การฝึกฝนให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยกิจกรรม ครูเราต้องทำงานเป็นทีม และเป็นผู้อำนวย ไม่เน้นการบอกสั่ง แต่เน้นความร่วมมือ ช่วยตั้งคำถามหากจำเป็น เพราะภารกิจการดูแลนักเรียนรายบุคคล และการเรียนรู้ของนักเรียนจะหนักมากเกินไปหากไม่บูรณาสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน และต้องชัดเจนว่า แต่ละกิจกรรม มีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนเกิดทักษะใด ทักษะนั้นเกิดหรือไม่ (วัดประเมินอย่างไร) หากเกิดกับนักเรียนเก่งจะทำอย่างไร หากไม่เกิดกับนักเรียนอ่อนจะทำอย่างไร การเรียนรู้ในขั้นนี้จะทำให้นักเรียนได้ทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะการทำงาน เช่น การทำงานตามวงจรคุณภาพ PDCA ซึ่งทุกโรงเรียนใช้เป็นวิถีในการทำงานตาม พ.ร.บ. การประกันคุณภาพการศึกษา... เราเรียกการเรียนรู้ในขั้นนี้ว่า การเรียนรู้ผ่านโครงการ หรือ Project-based Learning  (แปลโปรเจ็คว่า โครงการ) เป็น 2ndPBL ในหลักสูตร 3PBL

...ขั้นสุดท้ายคือการฝึกให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง ผลงานวิจัยต่างๆ ชี้ว่า วิธีที่ดีคือ การเรียนรู้ผ่านปัญหาหรือโครงงาน ขอเรียกเพื่อไม่ให้สับสนกับโครงการคือ Problem-based Lerning หรือ 3rdPBL นักเรียนจะได้ใช้ทักษะการคิดและทักษะการทำงานมาใช้ในการเรียนรู้ของตนเอง หลักสำคัญคือ นักเรียนได้ต้องเป็นผู้ทำทั้งหมดด้วยตนเอง ตั้งแต่ตั้งปัญหา หาปัญหา วิเคราะห์ ออกแบบแก้ปัญหา ลงมือแก้ ปรับปรุง จนถึงนำเสนอด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นเหมือนครูฝึก คอยเอื้อให้นักเรียนได้ฝึกวิธีการเรียนรู้ของตนเอง โดยไม่เน้นเนื้อหาแต่เน้นกระบวนการเรียนรู้เป็นหลัก

หากท่านลองตีความคำ 3 คำ จากสไลด์ด้านบน ท่านจะเข้าใจสิ่งที่ผมเสนอมากขึ้นครับ

เจอกันบันทึกต่อไปครับ การเป็น"วิทยากรบรรยาการณ์" ยังไม่จบครับ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์



ความเห็น (0)