เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า " เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" พระราชดำริ พระราชวินิจฉัย และพระราชกรณียกิจนานัปการ จนเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาของผองชนชาวโลก สิ่งที่ทรงคิดทรงปฏิบัติ จึงเป็นแบบอย่างของความเป็นครู พระองค์จึงเป็น ครูของแผ่นดิน โดยแท้ และพระองค์ท่านได้เล็งเห็นความสำคัญของวิชาชีพครูเป็นอย่างมาก จึงทำให้ครูทุกคนรู้สึกปลาบปลื้ม และอดที่จะภูมิใจไม่ได้ พระองค์ทรงพระราชดำรัสเกี่ยวกับความเป็นครูไว้ว่า ผู้ที่เป็นครูจะหวังผลตอบแทนเป็นยศศักดิ์ ร่ำรวย เป็นที่ตั้งไม่ได้ แต่สิ่งที่ได้จะเป็นผลทางใจ เพราะความมั่งมี และความยิ่งใหญ่ไม่อาจบันดาล หรือซื้อหาความผูกพันทางใจอันแท้จริงจากผู้ใดได้ " แต่ความเป็นครูนั้นผูกพันใจคนไว้ได้ โดยอัตโนมัติ"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ทรงเป็นพระมหากษัตราธิราชเจ้าผู้ทรงคุณอันประเสริฐ มีพระราชอัธยาศัยและพระราชจริยวัตรอันงดงามบริสุทธิ์
มั่นคงในทศพิธราชธรรม ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานมากว่า 50 ปีได้ทรงมีพระราชหฤทัยที่เอื้ออาทรห่วงใยผูกพันอย่างลึกซึ้งกับพสกนิกรไทยทั่วประเทศพระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษาก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ทรงปฏิบัติ พระราชภารกิจสืบเนื่องมาโดยลำดับ พระบรมราโชวาทที่พระราชทานในโอกาสต่างๆ ทรงพระราชปรารภให้ผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาตระหนักว่า การศึกษาและผู้มีหน้าที่ ให้การศึกษาโดยตรงคือ ครูนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดการศึกษาของประชาชนเป็นเครื่องบ่งชี้ความเจริญและความเสื่อมของประเทศ
หน้าที่ของผู้ที่เป็นครูคือความเป็นความตายของประเทศผู้เป็นครู จำเป็นต้องมีความพร้อมในสามประการสำคัญ
คือ เป็นผู้รู้ดีมีความดี และมีความสามารถดี รวมทั้งต้องพยายามปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สำเร็จโดยสมบูรณ์
ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2544
นี้ใคร่อันเชิญ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่พระราชทานแก่ครูอาวุโสในโอกาสที่คณะครูอาวุโสเข้าเฝ้าฯรับพระราชทางเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ เมื่อวันอังคารที่ 9 ตุลาคม 2516 ซึ่งมีสาระสำคัญให้ครูได้ตระหนักในความสำคัญและหน้าที่แห่งตนเพื่อน้อมน้ำใจและยึดถือเป็นแนวปฏิบัติเป็นราชบูชาดังนี้
งานของครูเป็นงานพิเศษ ผิดแปลกกว่างานอื่นๆ กล่าวในแง่หนึ่งที่สำคัญก็คือว่า ครูจะหวังผลตอบแทนเป็นยศศักดิ์ความร่ำรวยหรือประโยชน์ทางวัตถุเป็นที่ตั้งไม่ได้ ผลได้ส่วนสำคัญจะเป็นผลทางใจ ซึ่งผู้เป็นครูแท้ก็พึงใจและภูมิใจอยู่แล้วความเป็นครูนั้น ผูกพันใจคนไว้ได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องซื้อหาหรือใช้อำนาจราชศักดิ์ข่มขู่เอามา ขึ้นชื่อว่าครูกับศิษย์แล้วที่จะลืมกันได้นั้นยากนัก ผู้ที่จะไม่รู้จักไม่เอื้อเฟื้อ ครูดูเหมือนจะมีแต่คนที่กำลังลืมตัวมัวเมาในลาภยศอย่างใด อย่างหนึ่งอยู่เท่านั้น ฉะนั้น ครูจึงไม่มีเหตุอันใดที่จะต้องแสวงหาความพอใจในประโยชน์ทางวัตถุให้มาจนเกินจำเป็น เพราะหากหันมาหาประโยชน์ทางวัตุเกินไปแล้ว ก็จะทำหน้าที่ ครูหรือเป็นครูได้ไม่เต็มที่