
(ชา ใบเมี่ยง ภาพประกอบจาก Internet)
ชีวิตทุกวันนี้ ที่ลำบากกัน ก็เพราะเรื่องของปากท้อง ซึ่งก็คือการ กิน นั่นเองครับ ถึงกับมีคำกล่าวที่ว่า " เรื่องกินเรื่องใหญ่ เรื่องตายเรื่องเล็ก" หรือ" เอดส์ไม่กลัว แต่กลัวอด" ขนาดโกทูโน ก็ยังชักชวนสมาชิกเขียนเรื่อง เมนูอาหารพื้นบ้าน ช่วยตอกย้ำว่าการกินนี้สำคัญ ผมเองโตมาจากอาหารพื้นบ้านเหมือนกัน เวลากินก็นั่งกับพื้น ล้อมวงกันกิน มีความสุข อิ่มหนำสำราญ เมนูอาหารพื้นบ้านก็หลายอย่างครับ ทำทีไรต้องบอกลูกว่า"เรากินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่อกิน"
สำหรับเมนู ที่นำมาเล่าให้ฟังในครั้งนี้ ไม่แนะนำให้ท่านไปทำทานครับ เพราะนอกจากท่านจะหา วัตถุดิบที่ทำไม่ได้แล้ว ท่านอาจเกิดเหตุการณ์ดังที่จะเล่าต่อไปนี้ นั่นก็คือ เรื่องของ "ซ่าเมี่ยง" ครับ หลายท่านอาจรู้จัก เมี่ยงคำ มาบ้าง แต่ทำซ่าเมี่ยง นี่ต่างกันครับ แม้จะมีคำว่าเมี่ยงเหมือนกันก็ตาม คำว่า "ซ่า" เป็นกรรมวิธีทำอาหารพื้นบ้านทางเหนือ โดยถ้าเป็นพืช จะใช้ส่วนยอดใบมาทำเป็นอาหาร เช่น ซ่างวม ซ่ายอดมะม่วง ซ่าผักกาด ถ้าท่าน อยากรู้ว่า ซ่า ทำอย่างไร ต้องไปทำในครัว โดยถาม พ่อครัวกูเกิล ดู แต่อย่าไปทำ ซ่า แบบอื่นนะครับ เพราะอาจจะไม่ความปลอดภัย เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอกกัน
ที่ไปที่มาของซ่าเมี่ยง ต้องย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน บ้านเกิดผมที่แพร่ เขามีการทำสวนเมี่ยงซึ่งปลูกบนดอยเหนือหมู่บ้านขึ้นไป แล้วก็จะมีชาวบ้านพากันขึ้นไปรับจ้างเก็บใบเมี่ยง เพื่อจะนำนึ่งแล้วหมักขาย เข้าใจว่า ยอดใบเมี่ยงคงจะอวบอ้วน น่ากินพอสมควร ดังนั้น หลังจากเสร็จจากงาน ต้องทำอาหารตอนเย็น ก็มีคนหัวใส เก็บเอายอดเมี่ยงติดมือมาทำอาหาร ซ่าเมี่ยง เมนูใหม่ เพราะไหนๆ ก็มีซ่ายอดมะม่วงแล้ว ทำซ่าใบเมี่ยงบ้าง ก็น่าจะดี ซึ่งแน่นอนครับหลังทำออกมา รสชาติที่ได้ อร่อยอย่าบอกใคร ถึงขนาดที่ทุกคนพากันเสียจนอิ่มแปล้ แถมคุยต่อว่า อร่อยขนาดนี้ ควรจะทำทานกันอีกในวันต่อๆ ไป จากนั้นก็คุยกัน สนุกสนานตามประสาคนบ้านเดียวกัน ซึ่งดูแล้วก็น่าจะจบด้วยดีมีความสำราญ แต่ปรากฏว่าแทนที่ พอหนังท้องตึง หนังตาจะหย่อน กลับกลายเป็นว่าทุกคนพากันตาแข็ง ข่มตาท่าไหนก็ไม่ยอมหลับ นั่งมองหน้า หัวเราะกันถึงเช้า เมนูสูตรใหม่ เลยต้องเก็บพับไว้แค่นั้น
ท่านอาจสงสัยว่าเกิดจากอะไร ความจริงแล้ว ใบเมี่ยง ก็คือ ใบชาชนิดหนึ่ง ที่มี สารคาเฟอีน นั่นเองครับ สรุปแล้ว เมนูชาวดอย อร่อยกว่าใคร กินน้อยพอได้ แต่กินมากไปไม่ดี ดังนั้นใครจะดัดแปลงเมนูอะไร ต้องคิดให้ดีๆ นะครับ
เคยกิน 2-3 ครั้ง ลำแต้ๆ เลยละครับ
สวัสดีครับพี่อักขนิช ผมเองไม่เคยกิน ซ่าเมี่ยง เคยกินแต่ซ่างวม เห็นคนกินเอามาเล่าเสียสนุกสนาน ผมเห็นเป็นสูตรแปลกๆ เลยเล่าสู่กันฟัง อาหารทางเหนือนั้นหลากหลายไม่แพ้ภาคอื่น ปัจจุบันผมมาทำงานที่ขอนแก่น อาหารที่นี่ก็แซ่บคือกันครับ
อ่านมาถึงตรงนี้ " กลับกลายเป็นว่าทุกคนพากันตาแข็ง ข่มตาท่าไหนก็ไม่ยอมหลับ นั่งมองหน้า หัวเราะกันถึงเช้า " นึุกไปถึงอีกใบหนึ่งอ่ะนะ....ใบกัญชา แต่พออ่านต่อไป จึงเข้าใจว่า มันเป็นใบชาชนิดหนึ่ง....แล้วไป...
สวัสดีครับพี่มะเดื่อ กัญชามีสารที่ออกต่อสมองหลายอย่าง ใครกิืนแล้วอาจเกิดอาการประสาทหลอน เคลิบเคลิ้ม เหมือนที่เขาบอกว่ายิ้มได้ แม้แค่เห็นใบไม้ร่วงก็ยิ้ม ส่วนเมี่ยงหรือใบชามีสารกระตุ้นประสาท ทำให้ระบบประสาทตื่นตัว หลับยาก ส่วนที่พาหัวเราะ น่าจะพากันทำอะไรแผลงๆ ที่เขาไม่ทำกัน คิดแล้วเป็นตลกประจำกลุ่มไปครับ
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าอารมณ์ดีค่ะน้องชำนาญ
ยังไม่เคยกินเลยค่ะ ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวค่ะ
ซ่าใบเมี่ยง...เกยได้ยินเหมือนกั๋นแต่ยังบ่เกยได้ชิมเลยเจ้า เลยบ่ฮู้ว่าทำฮื้อตาแข็งนอนบ่หลับ ของกิ๋นลำกิ๋นหน้อยๆปอหอมปากหอมคออี้เตอะเนาะ
สวัสดีครับพี่อุ้ม บางเรื่องที่ขบขันโดยที่เราไม่ตั้งใจ มักประทับใจไปแสนนาน สำหรับเรื่องนี้คนเล่าให้ฟัง ตอนนี้ไม่อยู่เล่าให้ฟังแล้ว ได้ข่าวว่าเสียไปหลายปีแล้ว แต่เป็นเรื่องราวสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่มีความสุขแบบเรียบง่ายครับ
สวัสดีครับพี่ครูตาล อาหารพื้นเมืองเหนือนั้นหลากหลายครับ โดยเฉพาะที่บ้านใกล้ดอยจะมีของป่ามากมาย สำหรับเมนูที่ผมนำมาเล่าเข้าใจว่าคนทำคงไม่รู้ว่าใบเมี่ยงมีผลอย่างไรต่อร่างกายบ้าง เห็นทำแล้วอร่อยๆ ก็เลยทานกันใหญ่ คิดว่ากินไม่เป็นไรแบบยอดใบผักอื่นๆ ก็เลยออกมาอย่างที่เห็น ผมเห็นว่าขำดีเลยนำมาเล่าสู่ฟัง เด็กๆ เปิดเทอมแล้ว เป็นอย่างไรบ้างครับ ท่าทางโรงเรียนจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง
สวัสดีครับปี้ครู DALA ตางลำปูนกะคงมีกำกิ๋นลำๆ นักเหมือนกันน้อครับ ส่วนซ่าใบเมี่ยงท่าจะเป๋นเมนูแห่งรอยยิ้มนักกว่าตี้จะลองครับปี้ครู เมินๆ ได้อู้กันกึ้ดเติงหาครับ
ชาวเมืองทำได้ไหมค่ะเนี่ยน่าลองบ้าง ใบเมี่ยงผสมทำครีมนวดลดไขมันที่เรียกกันว่าเซลลูไลท์ได้ด้วยนะคะ