สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิด “หอพระพุทธสิริมารวิชัย” ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ฯ ร่วมกับกรมศิลปากร และจังหวัดสุโขทัย จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิริมารวิชัย และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน สำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖


                     


          หอพระพุทธสิริมารวิชัย จัดสร้างตามรูปแบบสถาปัตยกรรมของวิหารสมัยสุโขทัย  มีแนวคิดหลักในการออกแบบให้เป็นสถานที่สำคัญของพระพุทธศาสนิกชนในการมาสักการะบูชาและประกอบพิธีกรรมในวันสำคัญทางพุทธศาสนา งานประติมากรรมตกแต่งเป็นศิลปกรรมพุทธศิลป์ที่เสริมสร้างความงามให้เป็นเอกภาพเดียวกับสถาปัตยกรรมและองค์พระพุทธสิริมารวิชัย  สะท้อนความรู้สึกประหนึ่งว่า ไร้น้ำหนัก ลอยได้ อันเป็นอุดมคติทางพุทธศาสนาแสดงถึงการ “หลุดพ้น” 

       ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในหอพระ แสดงพระพุทธประวัติ  ความรุ่งเรืองในสมัยกรุงสุโขทัย กรุงรัตนโกสินทร์ รวมถึงภาพจำลองเหตุการณ์เมื่อครั้งเกิดอัคคีภัย จนมาถึงการบูรณปฏิสังขรณ์หลวงพ่อสุโขทัย และการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพิธีเบิกพระเนตรและวางศิลาฤกษ์หอพระ จัดเป็นจิตรกรรมไทยประเพณีสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๙   ซึ่งผสานแนวคิดแบบโบราณและประยุกต์รูปแบบการเขียนในปัจจุบัน โดยเป็นครั้งแรกของการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังในประเทศไทยที่ใช้วิธีการเขียนภาพลงบนผืนผ้าใบด้วยสีอะครีริค ซึ่งเป็นสีวิทยาศาสตร์แบบสมัยปัจจุบัน ที่มีคุณสมบัติช่วยให้ภาพจิตรกรรมทนทานต่อการชำรุดเสียหาย  

     จิตรกรได้ศึกษาลักษณะการเขียนภาพจิตรกรรมในสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาตอนต้นมาเป็นแนวทางการจัดแบบภาพและรูปทรงด้วย จึงถือเป็นงานตกแต่งพื้นผนังภายในที่มีความสมบูรณ์ งดงามตรงตามความมุ่งหมายของการสร้างหอพระเพื่อประดิษฐาน “พระพุทธสิริมารวิชัย” ซึ่งเป็นสมบัติมรดกชิ้นสำคัญของชาติ 

    พระพุทธสิริมารวิชัย องค์นี้เป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ที่มีพุทธลักษณะงดงามตามแบบศิลปะสุโขทัย เดิมประดิษฐานที่วัดใหม่ เมืองเก่าสุโขทัย สันนิษฐานว่าเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองสุโขทัยมีอายุกว่า ๗๐๐ ปี ต่อมาได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในวิหารหลวงพ่อสุโขทัย ที่วัดราชธานี ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดสุโขทัย ชาวสุโขทัยเลื่อมใสศรัทธาเรียกกันว่า “หลวงพ่องาม” หรือ “หลวงพ่อสุโขทัย”  ต่อมาเมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๑ เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ พระพุทธรูปสำริดองค์นี้ชำรุดเสียหายมาก ชิ้นส่วนต่างๆ เก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง

.................................................................................................................

ภาพจากสายบริหารงานสื่อสารองค์กร SCB