สื่อนำความสุข

ธรรมทิพย์
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ชีวิตของคนเราทุกคนหนึไม่พ้นวัฏจักร ๓ อย่าง

                               

           เมื่อกล่าวถึงพระสงฆ์ ในพระพุทธศาสนา เรามักคิดถึงเรื่องการประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับการเจริญพระพุทธมนต์  และการสวดพระอภิธรรมเป็นส่วนใหญ่  และหน้าที่ที่แท้จริงของสาวกพระศาสดานั่นคืออะไรกันแน่ ?

           ทุกคืนวันเสาร์ หากผู้เขียนมีเวลาว่างมักหาโอกาสไปทำวัตรเย็น และฟังธรรมที่วัดธารธรรมซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบล
กรับใหญ่  อำเภอบ้านโป๋ง  จังหวัดราชบุรี   วัดนี้เป็นสาขาหนึ่งของวัดสวนโมกข์  โดยมีพระอาจารย์ฉลองเป็น
เจ้าอาวาส  ทุกวันเสาร์ท่านจัดกิจกรรมให้มีการทำวัตรเย็น นั่งสมาธิ  และเทศน์ให้ญาติโยมมีดวงตาเห็นธรรมทุกสัปดาห์  โดยเริ่มตั้งแต่เวลา ๑๙.๐๐ - ๒๑.๐๐ น.  

          สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ วัดนี้จะมีพระจากสวนโมกข์แวะเวียนมาพักและเทศน์โปรดญาติโยมเป็นประจำ พระที่มาล้วนมีประสบการณ์ทางโลกที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นอดีตนายแพทย์  อดีตอาจารย์ ซึ่งถึงจุดอิ่มตัวในชีวิตทางโลกจึงเปลี่ยนเข็มทิศชีวิตเข้ามาแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดทางธรรม

                            


           ค่ำคืนวันที่ ๑๘ พฤษภาคม  ๒๕๕๖  ผู้เขียนมีโอกาสฟังธรรมจากพระจักวโร  ซึ่งท่านเล่าชีวิตทางโลกให้ญาติโยมฟังสอดแทรกแนวคิดทางธรรมอย่างสนุกสนานเพลิดเพลินทั้งผู้เล่าและผู้ฟัง  ท่านเล่าว่าบ้านเดิมท่านอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี บวชมานาน ๑๓ พรรษา  เรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ไม่มีโอกาสศึกษาต่อเพราะฐานะทางบ้านยากจน ช่วงนั้นเป็นช่วงยุคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นยุคที่เกิดกำแพงขวางกั้นความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว  ท่านได้ไปทำงานโรงงานที่ต่างจังหวัดทำเท่าไรก็ใช้เงินหมด  พ่อจึงเรียกตัวให้กลับมาทำงานที่โรงงานเดียวกับพ่อ
ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน

             เมื่อทำงานเริ่มมองเห็นว่าชีวิตเหมือนหุ่นยนต์  เงินเดือนออก  ดีใจดื่มเหล้า  เที่ยวผับบาร์   รู้สึกเหงาง่าย
เซ็งง่าย  อ้างว้าง  เดียวดายเปลี่ยวเหงาเหมือนไร้เพื่อนที่จริงใจ  รู้สึกเื่บื่อได้แต่ดื่มเหล้า  เที่ยวเธคกับเพื่อน  เคยเมาจนอาเจียน  สุนัขเลียปาก  เริ่มถามตัวเองว่า "เราเกิดมาทำไม ? ถามใครเขาก็หาว่าบ้า  ถ้าเราจะเดินทางชีวิตต่อไปจะทำอย่างไรดี  ดูพี่สาวที่แต่งงานแล้วก็ทะเลาะตบตีกับสามีเพราะปัญหาเงินทอง และดื่มเหล้า  พี่สาวคนโตที่เป็นโสดมีเงินมากมายแต่ก็ไม่มีความสุข

             ในส่วนของฐานะทางบ้านมีุทุกอย่างพร้อม  กินทุกอย่างที่คิดว่าดีที่สุด  มองชีวิตรู้สึกว่ามีปัญหา รู้สึกเหงา
 เืืบื่อหน่าย  อิ่มแล้วชีวิตชาวบ้าน  จึงบอกแม่ว่าจะไปบวช
 เป็นจังหวะที่พ่อป่วยหนักจนเสียชีวิต  งานศพพ่อจัดอย่างใหญ่โตหมดเงินราวสองแสนบาท (เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว)  ซื้อพลุลูกละ ห้าร้อยบาท  (เขามีหลายขนาด หลายราคาและส่งไปยังสวรรค์ชั้นต่าง ๆ ตามที่เราต้องการ) 

             ก่อนที่ท่านจะได้บวชต้องผ่านอุปสรรคมากมาย  โดยเฉพาะเรื่องสตรีที่พ่อและเพื่อนพ่อเคยสัญญากันไว้ว่าจะให้ลูกของทั้งสองฝ่ายแต่งงานกัน  แม่ของฝ่ายหญิงมาทวงสัญญาหลังจากที่พ่อฝ่ายหญิงเสียชีวิตแล้ว  ท่านพยายามบ่ายเบี่ยงแต่ฝ่ายหญิงก็ไม่ลดละความพยายาม  แกล้งลืมสมุดบัญชีธนาคารทิ้งไว้ให้เห็นว่ามีเงินฝากในธนาคารนับสิบล้านบาท  แต่ท่านไม่สนใจและแก้ปัญหานี้ได้ในที่สุด

              ครั้งหนึ่งท่านได้อธิษฐานจิตต่อหน้าหิ้งพระ  ขอให้ได้พบกับพระที่สอนตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้ามากที่สุด  เพราะพระแถวบ้านในเวลานั้นมักฉันลาบวัวหลังเที่ยงคืนเพราะบอกว่าเป็นวันใหม่แล้ว  บ้างก็ดูมวย บ้างก็เลี้ยงไก่ชน  บ้างก็เล่นปลากัด  ท่านจึงไม่รู้สึกศรัทธาแต่อย่างใด

              ต่อมาท่านได้พบพระธุดงค์ตกรถ  ท่านจึงรับอาสาไปส่งเมื่อไปส่งพระรูปนั้นได้เล่าเรื่องราวชีวิตของท่านให้ฟัง  ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง  พระบอกว่า "บวชเพราะมันเต็มแล้ว"  ท่านเรียนจบปริญญาโท และสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร  ชีวิตฆราวาสมันเต็มแล้วและไม่มีความสุข  ท่านชอบธรรมะของท่านพุทธทาสมากที่สุดเพราะสอนโดยตรงในฐานะเป็นทาสของพระพุทธเจ้า   พระรูปนั้นให้หนังสือคู่มือมนุษย์  และเกิดมาทำไม ให้ไปศึกษา  จนกระทั่งท่านออกบวชตามแนวทางของสวนโมกข์

                        

             ช่วงบวชสามปีแรก คิดถึงแต่เรื่องเก่า ๆ เรื่องอดีตตลอดเวลา  เห็นภาพแฟนสาว  การดื่มเหล้า การเที่ยวกับเพื่อน ๆ  จึงรู้ว่าเพราะขาดสติสัญญาเก่า ๆ จึงกลับคืนมา   เริ่มเดินธุดงค์  แต่ละวันเดิน ๕๐ - ๗๐ กิโลเมตรเพื่อต่อสู้กับความคิดของตัวเอง  แต่ละวันต้องให้ความคิดออกมาให้หมด

             ขณะที่เดินธุดงค์ต้องต่อสู้กับกิเลสของตนเอง "จะมาเดินทำไมให้ลำบาก"  คอยลุ้นว่าจะบิณฑบาตได้อะไรเพราะชาวบ้านมักมีความเชื่อว่า  "พระธุดงค์มักฉันมาม่า  ปลากระป๋อง  หมูหยอง" เดินเหนื่อยมากแต่ก็มีความสุขมาก ได้คำตอบของชีวิตว่า "ความสุขเกิดได้ตลอดเวลา" 
 สุดท้ายท่านก็สรุปว่า  ชีวิตฆราวาสหนีไม่พ้นวัฏจักรชีวิต ๓ ช่วงได้แก่

                                  ๑. หนูถีบจักร  ที่ต้องคอยแข่งขันในการทำงาน  คอยรอคอยความสุข  จากเงินเดือนออกแล้วนำไปเสพสุขตามที่ตนปรารถนา
                                  ๒. หนุ่มเ้จ้าสำราญ  คือการคิดฝันว่าจะได้ไปเที่ยวไกล ๆ ไปต่างประเทศ  ไปตากอากาศเพื่อพักผ่อน  โดยไม่ทำอะไร  เบื่อหน่ายการทำงาน อยากไปโน่นอยากไปนี่
                                  ๓. หมดอาลัยตายอยากในชีวิต  คือพวกที่ผิดหวังกับระบบการทำงาน  เบื่อหน่ายไม่อยากทำงาน  ตลอดจนพวกที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ  จึงไม่มีความสุขกับการทำงาน

               หากต้องการหลุดพ้นจากวัฏจักรดังกล่าว ต้องเป็นผู้เข้าถึงธรรมเท่านั้นจึงจะสามารถหลุดพ้นได้  หากเราดำเนินชีวิตถูก  ความสุขจะมากขึ้น  ความทุกข์จะน้อยลง  ความสุขอยู่แค่ปลายจมูก  ความสุขอิสระไม่ขึ้นกับใคร และหน้าที่ของพระที่แท้จริงคือ สื่อนำความสุข

              สายลมที่วัดธารธรรมในยามค่ำคืนโบกพลิ้วนำไอน้ำแห่งความเย็นจากกระแสธารอันเวิ้งว้างให้ผู้สัมผัส
ทั้งธารน้ำและธารธรรมรู้สึกสงบเย็น  ผู้เขียนอดคิดถึงวัฏจักรชีวิตของตนเองไม่ได้  แต่ก็ยินดีที่วันนี้ได้มีโอกาสรับฟังเรื่องราวดี ๆ พร้อมกับบันทึก "สื่อแห่งความสุข" เพื่อเป็นสะพานบุญให้ผู้อ่านได้ข้ามฝั่งเพื่อพบกับความสุขที่ยั่งยืนสงบเย็น

                                                                                          ธรรมทิพย์
                                                                                 ๑๙  พฤษภาคม  ๒๕๕๖



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกร็ดธรรมนำชีวิต



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 

ได้พบกับความเย็นในดึกคืนนี้ ขอบคุณธรรมะก่อนนอนครับอาจารย์

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณสำหรับแนวคิดธรรมะ
๓ ช่วงที่ต้องก้าวผ่าน.....สู้ๆ ค่ะ (บอกตนเองค่ะ)

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณ คุณ พ.แจ่มจำรัส ที่แวะมาให้กำลังใจ  ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณ คุณนกทะเล  ที่แวะมาเป็นกำลังใจให้กันค่ะ
สู้ ๆ ด้วยกันนะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณ ครูมากนะครับ

ธรรมะรักษาใจ...

เห็นธรรมเท่ากับเห็นพระพุทธองค์  

ครูโชคดีมากเลยครับ

..

ด้วยความระลึกถึงครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณtuknarak
ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

เขียนเมื่อ 

  • สวัสดีค่ะ คุณแสงแห่งความดี
    "ผู้ใดเห็นทุกข์ผู้นั้นเห็นธรรม  ผู้ใดเ็ห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราตถาคต"
  • ขอบพระคุณสำหรับการเยี่ยมเยือนและกำลังใจค่ะ