ผมได้เล่าไปแล้วที่ได้ย้ายสถานที่ จากนอกชานหน้าบ้าน  ให้พระไปสวดบนลานดินหลังบ้านที่ร่มรื่นแทน.....มีคนถามว่าสวดเนื่องในโอกาสอะไร 

ผมเข้าใจว่า..เพื่อแผ่ส่วนกุศลให้วิญญาณเร่ร่อนรอบๆ  (อาจมีประเด็นอื่นๆ ซ้อนเข้ามาก็เป็นได้ เพราะผมเองก็ได้รับแจ้งแบบกะทันหัน) 

เรื่องที่รับการบอกเล่าคือ ลูกชาย (อายุ ๑๘) เขาเห็นดวงวิญญาณมากหลายมาขอส่วนบุญ (ส่วนผมไม่เคยเห็นเลย)   แต่เขาก็ไม่กลัวนะ ทุกครั้งที่เห็น เขาเล่าว่าเขาก็สวดมนต์แล้วแผ่ส่วนกุศล แผ่เมตตาไปให้  (เขาปฎิบัติธรรมพอใช้ได้ เพราะแม่เขาพาทำมาแต่เล็ก) 

ผมเลยบอกเขาว่า แสดงว่า ลูกเป็นคนมีบุญมากนะ พวกวิญญาณเร่ร่อนมันรู้ มันเลยมาขอส่วนบุญ ขอให้ทำดีแล้วอุิทิศบุญไปให้เขาเหล่านั้น 

คุณแม่็ก็เลยถือโอกาสไปนิมนต์พระมาสวด เข้าใจว่าเพื่อให้บุญเสริม เพื่อแผ่ไปให้วิญญาณเร่ร่อนเหล่านั้น......

ว่าไปแล้วประวัติศาสตร์พื้นที่ตั้ง ม.เทคโนโลยีสุรนารี (ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านที่เราอาศัยอยู่)  เมื่อก่อนเป็นป่าเสื่อมโทรม  เป็นพื้นที่  “นั่งยาง”  (ตำรวจวิสามัญโจรแบบนอกกฎหมายแล้วเอามาเผาบนยางรถยนต์ใช้แล้ว)  ...ก็พอมีเ้ค้าว่า วิญญาณเร่ร่อนที่ไม่ไ้ด้ไปผุดเกิด คงยังมีอีกมาก  ทีเรียกกันว่า สัมภเวสี

แต่วันนี้ผมว่า สัมภเวสีทางการเมืองน่ากลัวกว่า อิอิ

...คนถางทาง (๑๙ พค. ๒๕๕๖)