บ่อยครั้งที่ฉันต้องทำงานเกินหน้าที่ เหนื่อย ง่วงนอน แต่ก็ต้องอดทน เพราะฉันคือ " พยาบาล " ฉันคิดว่าการที่ฉันได้เป็นพยาบาลมันเป็นโอกาศและความโชคดีที่ได้ทำงานมีเกียรติ. มีเงินเดือนเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ไม่ต้องก้มหน้าทำนาเหมือนพ่อกับแม่ มันคงเข้ากันได้กับบทความบทความหนึ่งในภาพยนต์ที่ฉันชื่นชอบมาจนถึงทุกวันนี้ "พรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง"
เช้านีั้ฉันต้องลงเวรดึกแล้วไปต่อด้วยการประชุม ESI. ตอนแรกก็ถามตัวเองว่ามันคืออะไรน้าาาาาา ถ้าไม่ได้เข้าประชุมก็คงสงสัยไปตลอด พึ่งรู้ว่าจริงๆแล้วมันก็คือสิ่งที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้ เพียงแต่เพิ่มระบบการทำงานให้มันชัดเจน มีระเบียบ และลดขั้นตอนการทำงานให้เหลือน้อยมากที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยในความดูแลของเราปลอดภัย โดยแบ่งระดับความเร่งด่วนออกเป็นสีๆ
สีแดง -----------> ต้องให้การช่วยเหลือทันที
สีเหลือง --------> รีบให้การช่วยเหลือ แพทย์ต้องมาภายใน 15 นาที
สีเขียว ----------> พยาบาลสามารถตรวจ สั่งการรักษาหรือส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการก่อนพบแพทย์ และสามารถรายงานแพทย์ทางโทรศัพทย์เพื่อให้แพทย์ทราบอาการผู้ป่วยก่อนได้
สีขาว -----------> พยาบาลสามารถให้การรักษาและแนะนำให้ผู้ป่วยมาตรวจตามนัด
วิทยากรยังบอกอีกว่าการทำ ESI Triage. นั้นอาจจะมีทั้ง Overtriage และ Undertriage ถ้ามากไปเราก็เสียงบประมาณ คนไข้รอนาน ถ้าน้อยไปคนไข้ก็จะแย่ส่งผลแต่ปัญหาสุขภาพและอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้สูง สำหรับฉันขอเลือก Overtriage ถึงจะเปลืองงบไปบ้าง รอนานไปหน่อย แต่เรารพ.ขนาดเล็กคนไข้น้อยก็ขอดูแลอย่างสุดๆไปเลยดีกว่า อย่างน้อยคนไข้ก็ดีขึ้นการวินิจฉัยก็ถูกต้อง การดูแลก็เป็นไปตามระบบ