(หรือภิกษุณีให้หายไปไหน..ฤาสอดไส้พระไตรปิฎก (ตอน ๒))

ผมได้วิจารณ์ครุธรรม ๘ ประการไว้แล้วในตอน ๑ โดยเฉพาะข้อ ๖ ที่กำหนดว่าภิกษุณีจะบวชได้ต้องบวชใน “สงฆ์สองฝ่าย”  (คือทั้งฝ่ายหญิงและชาย)  แต่วันนี้อ้างกันว่าภิกษุณีสงฆ์สิ้นไปแล้วจึงทำให้หมดสิทธิบวช...

ผมไปค้นต่อเล็กน้อย พบหลักฐานสำคัญว่า สามารถบวชในสงฆ์ฝ่ายเดียวได้  จาก พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓   ภิกขุนีวิภังค์ คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๓  และ สิกขาบทที่ ๔  ลองไปหาอ่านกันดูนะครับ  (หมายเหตุ..นางสิกขมานา..คือสตรีผู้ต้องเข้ารับการศึกษาก่อน ๒ ปีจึงจะมีสิทธิบวชเป็นภิกษุณี)  
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/r.php?B=3&A=4979&w=%A4%D1%BE%C0%D4%B9%D5%C7%C3%C3%A4
สิกขาบทนี้แสดงให้เห็นว่า คณะสงฆ์โดยนางภิกษุณีล้วนยังสามารถบวชสตรีได้  กล่าวคือ บวชในสงฆ์ฝ่ายเดียว  ซึ่งขัดกับบัญญัติข้อ ๖ ของ ครุธรรม ๘ อย่างแรง  ซึ่งแสดงว่า มีการสอดไส้ ครุธรรมอย่างแน่นอน 
ที่นี้ แม้นว่าภิกษุณีสงฆ์สิ้นไปแล้ว  ถามว่า สามารถบวชสตรีโดยภิกษุสงฆ์(ชายล้วน) ได้ไหม ก็ต้องตอบว่าได้สิ  เพราะภิกษุนั้นถือกันทั่วไปว่าสูงกว่าภิกษุณีด้วยซ้ำไป อีกทั้งในตอนแรกก็บวชโดยภิกษุสงฆ์ล้วนอยู่แล้ว 
น่าสังเกตการณ์ใช้ศัพท์ในสิกขาบททั้งสองว่า มีการใช้คำว่า ภิกษุ  ภิกษุณี และ สงฆ์  การบวชจะต้องบวชโดยสงฆ์ (หมายถึงพระที่ครบองค์ประชุม ๔ รูป)  ซึ่งอาจเป็นภิกษุสงฆ์ หรือ ภิกษุณีสงฆ์ ก็น่าจะย่อมได้ หรือผสมกัน(สองฝ่าย)  แต่ในบริบทแห่งสิขาบททั้งสองนี้เป็น ภิกษุณีสงฆ์ล้วน  
...คนถางทาง (๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖)