ผมห่างหายจากการเขียนบันทึกมาหลายวันแล้ว
รู้สึกคิดถึงและอยากเขียนบันทึกอย่างจับใจ
และยิ่งจับใจคือ ความรู้สึกอบอุ่นกับพื้นที่ และกัลยาณมิตรทุกๆ ท่าน
แต่เนื่องจากช่วงนี้...มีภาระกิจเรียงรายมากมายเหลือเกิน...
ทั้งต้องรักษาคนไข้ งานโครงการ งานของนักศึกษา
งานประสาน งานวิชาการ การประชุม และอื่นๆ อีกมากมาย
และงานหนึ่งที่หนักและเหนื่อย...ท่ามกลางความร้อน (ร้อนมากๆ)
แต่มีความสุขมากมาย...นั้นคือ การเยี่ยมบ้าน...ลงหมู่บ้าน และเรียนรู้กับชาวบ้าน
เมื่อวานที่ผ่านไปยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง...
ผมได้ไปหมู่บ้านหนึ่งที่ห่างจากอนามัยมากที่สุดในบรรดาหมู่บ้านที่รับผิดชอบ
เพราะต้องออกไปควบคุมโรคไข้เลือดออก...
ผมต้องไปพบและประสานงานกับผู้ใหญ่บ้าน อบต. และ อสม.
แต่ไปที่บ้านใครๆ กลับไม่มีคนอยู่ครับ
มาที่ศาลปู่ตา...เกือบหมดหมู่บ้าน
เรียกว่า...ลงหมู่บ้านทั้งที่ได้นกหลายตัว
ผมเพิ่งตระหนักในใจว่า...
ตามจริงแล้ว...ผมไม่มีความรู้อะไรมาแนะนำชาวบ้านเลย
ชาวบ้านต่างหากที่เป็นครู และให้ความรู้กับผม
(บันทึกนี้ขอเขียนน้อยๆ นะครับ...โชว์รูป...คิดเขียนอะไรไม่ออก เพราะรีบร้อนครับ)
...ทางเข้าไปศาลปู่ตา...ร่มรื่น...ก่อนเข้ามาร้อนรุ้ม...แต่ต้นไม้น้อยใหญ่
ทำให้การมาทำงาน เหมือนไม่ได้มาทำงานเลยครับ....
....ผู้คนมากมาย...กองทราย ชาวบ้านบอกว่า...ก่อประทาย...เลี้ยงบ้านครับ...
...แห่กันขอน้ำมนต์...สายสิจญ์...อย่างสนุกสนาน...ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่
ผมชื่นชมที่เห็นเด็กๆ ได้มาพบปะผู้เฒ่า...ผู้แก่...และผู้ใหญ่มากครับ....
...มีการแบ่งข้าววิเศษ...หรือข้าวเหนียวที่ถวายปู่ตาแล้วครับ...
เป็นอาหารที่เป็นสิริมงคลครับ....
....คุณหมอขา...มากินข้าววิเศษกัน...จะได้โชคดีค่ะ...
...ถาดข้าว (พาข้าว) วิเศษ....
...เขียนชื้อที่อยู่....ปู่ตาจะตามไปคุ้มครองครับ
คนไปเรียนที่อื่น...ไปทำงานที่อื่น...ย้ายเข้า...ย้ายออก...
ต้องมาหาปู่ตาครับ...
...ปู่ตาบุษบา...ประทับในศาลา พร้อมพรั่งด้วยบริวารครับ...
...ยิ้มแย้มแจ่มใสถ้วนหน้าครับ....
....หญ้าคา...หมายถึง...ตัวแทนของคน...ที่มัดไว้เป็นกำ คือ แต่ละครอบครัวครับ
เป็นตัวแทนแห่งการเคารพ และกตัญญูที่มีต่อปู่ตาครับ
ข้างหลังศาลปู่ตา...จะเป็นสระน้ำ...และดอกบัวสีชมพูสวยมากครับ...
เมื่อถวายอาหารเสร็จแล้ว...คุณยายนำกลับไปให้ลูกหลานทานต่อเพื่อโชคดี มีชัยครับ....
...แม่จ้ำ...(ร่างทรง)...ชื่อ แม่หวังครับ
แม่หวังเป็นจ้ำมานาน...
ผมได้ให้ท่านผูกข้อมือด้วย...ท่านให้พร และแนะนำหลายสิ่งหลายอย่างให้ผม
ผมรู้สึกโชคดีจังครับ...
พ่อและแม่...ให้ผมดื่มน้ำหอม (หรือเหล้าขาว)
พ่อให้ผมดื่มนิดหน่อย เพื่อเป็นสิริมงคล...
นิดหน่อย...แต่ผมไม่ค่อยได้ดื่ม...ออกร้อนท้อง และเกือบเซ...
....พี่หนุ่ม...ผู้ใหญ่บ้าน...เอาหญ้าคาถัก...ที่ทำพิธีแล้ว
ไปแขวนตามประตูทางเข้าของหมู่บ้าน
ต้อนรับแต่สิ่งดีเข้ามาในหมู่บ้าน
และป้องกันภยันอันตรายไม่ให้เข้ามาในหมู่บ้าน...
ไม่ต้องบอกเลยว่า...
คำสุดท้ายที่จะเขียนบันทึกนี้ของผม คือ
"Happy ba" มากๆ ครับ...
ความเชื่อ ความศรัทธา ของบรรพบุรุษ
บ้านเฮาเอิ้นว่า "ปู่ตา"
แต่ทางเหนือเรียกว่า "พ่อบ้าน" หรือ "เสื้อบ้าน" นะครับ
happy ba ค่ะท่าน
เป็นภูมิปัญญาที่ยังคงอยู่กับชาวบ้าน
รู้สึกอบอุ่น(แม้อากาศจะร้อน)
จุใจเลยนะคะ สำหรับภาพและเรื่องเล่าอันอบอุ่น ขอบคุณมากมายค่ะ
ไม่ค่อยได้เห็นวัฒนธรรมที่ยังรักษาไว้อย่างเหนียวแน่นเช่นนี้มานานมาก ชื่นชมค่ะ
หลาย ๆ ท้องที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษไว้ได้อย่างดีนะจ๊ะ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปัน
ดิฉันเป็นคนภาคกลาง มาอยู่อีสานตั้งแต่ต้นปี 2530 อาศัยทำความรู้จักคนอีสานจากการศึกษาและร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอย่างนี้ละค่ะ ในพื้นที่ที่ดิฉันคุ้นเคยนั้นศาลปู่ตาเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน ใครไป-มาก็ต้องแวะกราบไหว้ มี 'พ่อจ้ำ' ดูแลและประกอบพิธีกรรมแบบอยู่ประจำถึง 3 คน ศาลปู่ตามีขนาดใหญ่ขึ้นทุกปี ปัจจุบันได้กลายเป็น 'ลานวัฒนธรรม' ของชุมชนไปแล้ว ดิฉันยังไปกินข้าวเย็นที่ชุมชนนี้ทุกสัปดาห์และให้ความเคารพกราบไหว้ปู่ตาเหมือนบรรพบุรุษของตนเอง
ดูแล้วมีความสุข คนเฒ่าคนแก่ได้มาพบกัน เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่แฝงในหลายประเด็นนะครับ
แค่รูปก็สื่อถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณีมากมาย เหนือคำบรรยายใด ๆ ได้เลยค่ะ ขนาดไม่ค่อยมีเวลา ยังอุตส่าห์นำภาพประเพณีที่น้อยคนจะมีโอกาสได้เห็นมาให้เราได้ภาคภูมิใจกัน ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ และการได้เห็นรอยยิ้มของผู้หลักผู้ใหญ่วัยชรา มัน Happy Ba บอกไม่ถูกค่ะ