หลังจากที่ นายสรวีย์ นัดที หรือ แจ๊ส อายุ 24 ปี อดีตมิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2009 ตัดสินใจ เข้าพิธีอุปสมบท เพื่อตอบแทคุณบิดามารดาที่วัดเลียบเขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิด เมื่อวันที่12 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้รับฉายา มหาวิริโยหรือผู้มีความเพียรยิ่ง และขอครองผ้าเหลืองตลอดชีวิต ซึ่งกระแสสังคมต่างตั้งคำถามและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบวชของพระแจ๊ส โดยที่พระแจ๊สบอกว่าขอละทางโลกตลอดชีวิต เผย'วันนี้เราโชคดีที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์ ยิ่งดีไปกว่านั้นคือ เกิดแล้วได้เจอพระพุทธเจ้า เกิดมาทันในพระพุทธเจ้าองค์นี้'
การที่กระแสสังคมต่างคำถามและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวพระแจ๊สว่าสามารถบวชได้หรือไม่ ในฐานะชาวพุทธผมก็เลยมีแนวคิดอยากจะตอบ ดังนี้
1. ในคัมภีร์พวกกะเทยสามารถแบ่งได้ 2 แบบ คือ 1. บัณเฑาะว์ 2. อุภโตพยัญชนะ บัณเฑาะว์คือ ผู้มีเครื่องหมายแห่งบุรุษสตรีขาดตกบกพร่องไป ผู้นั้นชื่อว่าปัณฑกะ หมายถึงไม่มีลักษณะของบุรุษและสตรี หรือชาย มีราคะกล้า ประพฤตินอกรีต ในทางเสพกาม ยั่วยวนชายอื่น ให้เป็นเช่นกัน หรือ ชายที่ถูกตอน และกะเทย โดยกำเนิด อุภโตพยัญชนะ คือ องคชาติและโยนีทั้งสองชนิดที่เกิดขึ้น เพราะอาศัยกรรมทั้ง ๒ มีแก่บุคคลใด ฉะนั้นบุคคลนั้นชื่อว่าอุภโตพยัญชนกะ หมายถึงมีเครื่องเพศทั้งสองเพศ
2. บัณเฑาะก์ 5 จำพวก คือ 1. อาสิตตกะบัณเฑาะก์บุคคลผู้ใดบังเกิดความกำหนัดยินดี มีความกระวนกระวายขึ้นแล้ว เอาปากคาบองคชาติของบุรุษอื่น ดูดกินซึ่งน้ำอสุจินั้นแล้ว จึงระงับดับความกระวนกระวาย บุคคลชนิดนี้ได้ชื่อว่า อาสิตตกะบัณเฑาะก์ หรืออีกพวกหนึ่ง เมื่อตอนแรกยังไม่เกิดความกำหนัดยินดี ต่อเมื่อได้สูดกินซึ่งน้ำอสุจิแล้ว จึงเกิดความกำหนัดยินดีขึ้น บุคคลชนิดนี้ก็ได้ชื่อว่า อาสิตตกะบัณเฑาะก์ เช่นเดียวกัน (มีร่างกายปกติ แต่จิตใจเบี่ยงเบน)2. อุสฺสูยปณฺฑกบุคคลใดได้โอกาสแอบดูบุรุษและสตรีกำลังร่วมรสกันอยู่ ก็บังเกิดความอิจฉาริษยาขึ้นมา ในขณะเดียวกันนั้น ความกำหนัดยินดีของตนก็ระงับดับลง เหมือนกับว่าตนเองได้เสพด้วยฉะนั้น บุคคลชนิดนี้ได้ชื่อว่า อุสสยะบัณเฑาะก์ (พวกเราที่เป็นผู้ชายเป็นกันทุกคนใช่ไหมครับ 555) (อีกอย่างหนึ่งครับพวกนี้มีร่างกายปกติ แต่จิตใจเบี่ยงเบน) 3. โอปกฺกมิกปณฺฑกบุคคลผู้ที่ถูกตอนไม่ให้มีความกำหนัดยินดีเกิดขึ้น เช่น พวกขันทีที่ต้องมีหน้าที่ใกล้ชิดกับนางสนมกำนัลของพระเจ้าแป่นดิน บุคคลชนิดนี้ได้ชื่อว่า โอปักกมิกบัณเฑาะก์ มิใช่เป็นขึ้นเกิดขึ้นเอง4. ปกฺขปณฺฑกบุคคลใดในกาฬปักข์คือข้างแรม ให้เกิดความกำหนัดยินดี กระวนกระวายด้วยอำนาจแห่งอกุศลกรรม ครั้นเมื่อถึงชุณหปักข์คือข้างขึ้น ความกระวนกระวายก็หายไป หรือเมื่อชุณหปักข์เกิดความกระวนกระวาย ครั้นถึงกาฬปักข์หายไป ข้างใดข้างหนึ่งเช่นนี้ บุคคลชนิดนี้ได้ชื่อว่า ปักขะบัณเฑาะก์5. นปุงสกปณฺฑกบุคคลใดเพศหญิงเพศชายไม่ปรากฏทั้งสองเพศ มีแต่ช่องที่สำหรับถ่ายปัสสาวะเท่านั้น บุคคลชนิดนี้ชื่อว่า นปุงสกะบัณเฑาะก์
3. อุภโตพยัญชนะ บุคคลประเภทนี้ เป็นหญิงก็ได้เป็นชายก็ได้ มีด้วยกันทั้งสองเพศ เนื่องด้วยอำนาจของอกุศลกรรมที่เป็นกาเมสุมิจฉาจารเข้าแทรกแซงกุศลกรรมที่ทำให้เกิดมาเป็นมนุษย์ และทำให้อำนาจของกุศลกรรมลดน้อยลง ฉะนั้นจึงปรากฏเพศ 2 เพศขึ้นในบุคคลเดียวกัน แต่เพศทั้งสองนี้ หาใช่ปรากฏทีเดียวพร้อมกันไม่ เวลาใดปุริสภาวรูปปรากฏขึ้น เวลานั้นอิตถีภาวรูปก็ไม่ปรากฏ และเมื่อเวลาใดอิตดีภาวรูปกำลังปรากฏ เวลานั้นปุริสภาวรูปก็ไม่ปรากฏ อุภโตพยัญชนกนี้มีอยู่ 2 จำพวก คือ อิตถีอุภโตพยัญชนก และปุริสอุภโตพยัญชนก
บุคคลที่เป็นอิตถีอุภโตพยัญชนกนั้น มีรูปร่างสัณฐานลักษณะอาการเป็นหญิง ตลอดจนอวัยวะเพศเป็นหญิงอย่างธรรมดา ต่อเมื่อเวลาใดที่มีความพอใจในหญิงอื่นๆ เกิดขึ้นแล้ว จิตใจที่เป็นหญิงอยู่ก่อนนั้นก็หายไป เปลี่ยนสภาพเป็นจิตใจของผู้ชายขึ้นมาแทน และในเวลาเดียวกันนั้น อวัยวะเพศชายก็ปรากฏขึ้นอวัยวะเพศหญิงก็หายไป สามารถสมสู่ร่วมกับหญิงนั้นได้
บุคคลที่เป็นปุริสอุภโตพยัญชนกนั้น มีรูปร่างสัณฐานลักษณะอาการเป็นเพศชายอวัยวะเพศก็เป็นชายอย่างธรรมดา แต่เมื่อเวลาที่แลเห็นผู้ชายมีความพอใจรักใคร่เกิดขึ้นแล้ว จิตใจที่เป็นชายอยู่ก่อนก็หายไป เปลี่ยนสภาพเป็นจิตใจของหญิงขึ้นมาแทน และในเวลาเดียวกันนั้น อวัยวะเพศหญิงก็ปรากฏขึ้นอวัยวะเพศชายก็หายไป สามารถสมสู่ร่วมกับชายนั้นได้
ความแตกต่างกันระหว่างอิตถีอุภโตพยัญชนกบุคคลกับปุริสอุภโตพยัญชนกบุคคล มีดังนี้คืออิตถีอุภโตพยัญชนกบุคคลนั้น ตัวเองก็มีครรภ์กับบุรุษทั้งหลายได้ ทำหญิงอื่นทั้งหลายให้มีครรภ์กับตัวเองก็ได้สำหรับปุริสอุภโตพยัญชนกบุคคลนั้นตัวเองหาได้บังเกิดครรภ์ไม่ แต่ทำให้หญิงอื่นทั้งหลายบังเกิดครรภ์ได้