สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ EADP รุ่น 9 ทุกท่าน
กลับมาพบกันอีกครั้งสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ ระยะที่ 4 กิจกรรมรักกาย
– รักษ์ใจ & ผู้นำแห่งทศวรรษใหม่
ถือเป็นกิจกรรมช่วงสุดท้ายในหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รุ่นที่ 9 (ปี 2556) หรือ EGAT ASSISTANT DIRECTOR DEVELOPMENT PROGRAM : EADP 2013 ระยะเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม – 18 พฤษภาคม 2556 โดยวันแรกพบกับกิจกรรมดูแลสุขภาพ ณ ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี (สามเสน)
กรุงเทพฯ และวันต่อไปเดินทางไปที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ศูนย์ฝึกอบรมบางปะกง ครับ หวังว่าลูกศิษย์ของผมจะได้รับความรู้ มุมมอง และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์เพื่อต่อยอดผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ สามารถนำมาพัฒนาตนเอง องค์กร กฟผ. และประเทศชาติต่อไปครับ ผมขอชื่นชมที่ทุกท่านสนใจ และได้นำเสนอแนวคิดดี ๆ จากการส่งการบ้านมาที่ Blog ซึ่งจะเป็นคลังความรู้ของพวกเรา มีประโยชน์มาก และผมดีใจที่ความรู้ดี ๆ ในห้องเรียนของเราจะได้แบ่งปันสู่สังคมในวงที่กว้างขึ้น
และเพื่อให้การส่ง Blog ของพวกเราง่ายขึ้น ผมจึงขอเปิด Blog ใหม่สำหรับกิจกรรม ระยะที่ 4 กิจกรรมรักกาย – รักษ์ใจ & ผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ ครับ
ธรรมชาติบำบัดปรับชีวิต เปลี่ยนอาหาร หลักการแพทย์พอเพียง
นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล
14 พฤษภาคม 2556
ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี กรุงเทพฯ
วิธีคำนวณดัชนีมวลร่างกาย
BMI= นน.(กก.)/ส่วนสูง (ม.)2
- เกิน 30 โรคอ้วน
- มากกว่า 25 อ้วน
เลปติน เป็นฮอร์โมนที่ทำให้เรากินแล้วรู้สึกอิ่ม ทำให้ไม่อ้วน แต่คนที่อ้วนเพราะไขมันเยอะขึ้น ฮอร์โมนเลปตินเลยไม่สร้าง และมีโอกาสเป็นมะเร็งมากกว่าคนผอม
หากไขมันในพุงมาก ฮอร์โมนไม่มี มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรค
- หัวใจ
- เบาหวาน
- อาการวัยหมดประจำเดือนมาก
- การกินฮอร์โมนเสริมมีอันตรายมาก ไม่ควรกินฮอร์โมน แต่ควรรักษารูปร่างให้ดี
คนอ้วน ทำให้ไขมันพอกตับ ข้อเข่าเสื่อม ทำให้เสียบุคลิก เหนื่อยง่าย เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ
ลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติ
1. กินให้น้อย
2. ออกกำลังกายเยอะ
ควรกินเนื้อ กินผัก
กิน เนื้อสัตว์ กินผักเส้นบุก
ไม่กิน ข้าว หรือ คาร์โบไฮเดต ไม่กินผลไม้ ไม่กินถั่ว/นม
อาหารห้ามกิน/อาหารให้กิน
ห้าม
- ข้าว ก๋วยเตี๋ยว บะหมี วุ้นเส้น
- ผลไม้ทุกชนิด น้ำผลไม้
- นม นมเปรี้ยว โยเกิรต์
- นมถั่วเหลือง ถั่ว ข้าวโพด
- ไก่ชุบแป้งทอด น้ำจิ้มไก่
กิน
- หมู ไก่ ปลา ไข่ เต้าหู้
- ผัก
- อาหารว่าง ชิ้นไก่ หมู จิ้มซีอิ้ว
การอดเพื่อสุขภาพ
การอดเพื่อสุขภาพเป็นวิธีหนึ่งในการขจัดของเสีย หรือล้างพิษ สามารถปฏิบัติได้ง่ายและสะดวกสบาย สามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเองที่บ้าน ในปัจจุบันทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพได้ค้นพบอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุหลักของความเจ็บป่วยมากมาย การอดเพื่อสุขภาพนับเป็นวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการขจัดอนุมูลอิสระเหล่านี้
อดด้วยผลไม้อย่างเดียวทั้งวัน : มะละกอ ฝรั่ง แอปเปิ้ล แคนตาลูป ส้มโอ
กินชาฮูเอ่อ ทำให้ไม่อยากอาหาร
การล้างพิษ 1 วันทุก 2 สัปดาห์
ระดับ 1 การกินผลไม้ชนิดเดียวตลอดวันเพราะต้องการให้ระบบการย่อยได้พัก เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเอง
วันเลิกอด ในวันต่อมา ดื่มน้ำผสมน้ำมะนาว ในตอนเช้าวิธีผสมน้ำมะนาวมีสูตรดังนี้ คือ ใช้น้ำ 2 ขวด ขวดละ 800 cc. บีบมะนาวขวดละ 2 ลูก ใส่เกลือทะเล ขวดละ 1 ช้อนชาครึ่ง ผสมแล้วดื่มให้หมดในตอนเช้า วันนั้น จะทำให้เกิดการถ่ายอุจจาระ
กิจกรรมระหว่างลดน้ำหนัก
1. ออกกำลังกาย
2. อบสมุนไพร
3. นวดประคบ
4. บริหารร่างกาย
ไขมันเลือดเหมาะสม
Chol/HDL <4.6
การสวนล้างลำไส้
ตับที่แข็งแรงและลำไส้ที่สะอาดเป็นสิ่งจำเป็นต่อการล้างพิษ ดังนั้นเราจึงควรที่จะทำความสะอาดลำไส้ วิธีการทำความสะอาดลำไส้มี 2 วิธี คือ
- การสวนลำไส้ใหญ่ระดับบนเน้นการสวนด้วยน้ำอุ่น
- การสวนล้างลำไส้ใหญ่ระดับกลางด้วยสารบางอย่าง เช่น กาแฟ หรือสมุนไพร
การสวนลำไส้จะต้องกระทำควบคู่ไปกับการกินอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพในแต่ละระยะการอด การออกกำลังกายที่ฝึกปราณอย่างเช่นชี่กงหรือโยคะ การทำสมาธิ เพื่อให้กระบวนการฟื้นฟูสุขภาพเป็นไปอย่างครบถ้วน
การรักษาโรค
- หวัด
อาหาร อดล้างพิษ 1 วันด้วยผลไม้
การปฎิบัติ นอนพักผ่อนมากๆ
วิตามิน ซี
ฟ้าทะลายโจร 5 เม็ดลูกกลอน ขมิ้นชัน
- ภูมิแพ้
งด นมวัว งานวิจัยพบว่า นมวัวจะทำให้เป็นปัจจัยในการเกิดมะเร็ง หลีกเลี่ยงนมวัว ด้วยการกินอาหารไทย ปลาร้า กุ้งแห้ง
- ตู้วิตามินสมุนไพรประจำบ้าน
C100
ฟ้าทะลายโจร
ขมิ้นชัน
วารีบำบัดอานุภาพแห่งน้ำ
พญ.ลลิตา ธีระสิริ
วารีบำบัด
14 พฤษภาคม 2556
ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี กรุงเทพฯ
วารีบำบัด เป็นศาสตร์ที่สืบทอดมาจากยุคกรีกและโรมัน ได้แพร่ไปสู่ยุโรปภาคตะวันออก กลายเป็นการอบไอน้ำแบบรัสเซีย (Russian bath) และการอบซาวน่าแบบฟินแลนด์ (Finnish bath) มาภายหลังได้รับการพัฒนาเพื่อการบำบัดรักษาโรคโดย วินเซนต์ เพรียนสนิตช และ เซบัสเตียน คไนป์ ชาวเยอรมันเขียนตำราเกี่ยวกับวารีบำบัด ที่นิยมทำตามคือ การว่ายน้ำในน้ำเย็น
วารีบำบัดสร้างสมดุลของร่างกายโดยอาศัยความร้อนความเย็นของน้ำที่มากระทบผิวกาย คนเรามีพื้นที่ไฮโปทาลามัสคอยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้เป็น 37 องศาเซลเซียสอยู่ตลอดเวลา เมื่อใดที่เราถูกความหนาวเย็น ร่างกายจะปกป้องตนเองโดยหดเส้นผิวกายเพื่อรักษาความร้อนไว้ และเพิ่มการทำงานของอวัยวะภายในเพื่อสร้างความร้อนเพิ่มขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อสั่นกระตุก ทำให้หัวใจ ปอด ต่อมฮอร์โมนต่างๆ ทำงานเพิ่มขึ้นเพื่อผลิตความร้อนออกมา ในทางตรงกันข้ามถ้าเราเข้าไปอยู่ในที่ร้อน ไฮโปทาลามัสจะสั่งให้เส้นเลือดขยายตัว เพื่อระบายความร้อนออก สั่งให้หัวใจ ปอด ตับ กล้ามเนื้อ และต่อมฮอร์โมนทำงานน้อยลง เพื่อลดความร้อน เหตุนี้เองเราสามารถใช้ความร้อนเย็นของน้ำที่มากระทบผิวกาย ออกคำสั่งไปยังอวัยวะต่างๆ ให้ปรับการทำงานสู่สมดุล
เมื่อเราถูกความเย็นระยะแรก เส้นเลือดผิวกายหดตัว ผิวหนังซีด ขนลุก รู้สึกหนาว เจ็บสะท้าน ชีพจรเต้นเร็ว แต่เมื่อออกจากความเย็นระยะหนึ่ง จะเกิดปฎิกริยาตรงกันข้ามคือ เส้นเลือดขยายตัว ผิวหนังแดง หยุดขนลุก รู้สึกอุ่น และผ่อนคลายสบาย
เมื่อถูกความร้อนระยะแรก เส้นเลือดขยายตัว ผิวแดง ชีพจรเต้นช้า เหงื่อออก ประสาทตื่นตัว กล้ามเนื้อกระฉับกระเฉง แต่เมื่อถูกความร้อนนานๆ ระยะหนึ่ง จะเกิดผลคือ เส้นเลือดที่ขยายตัว จะขยายต่อไปจนเกิดอาการคั่งเลือด ชีพจรเต้นเร็ว เหงื่อไม่ออก เกิดกระวนกระวาย ประสาทอ่อนล้า ง่วงนอน ซึมเศร้า กล้ามเนื้อปวกเปียก อ่อนล้า และเงื่องหงอย
เราสามารถประยุกต์วารีบำบัดในชีวิตประจำวันได้คือ ถ้าจะอาบน้ำเพื่อความสดชื่น ให้ความเย็นแทนที่จะอาบน้ำร้อน เพราะถ้าอาบน้ำร้อนหรือแช่น้ำร้อนนานๆ จะมีผลทำให้เลือดคั่ง ประสาทอ่อนล้า กระวนกระวาย และง่วงเหงาซึมเซา ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องของการถูกความร้อนนานๆ แต่อาบน้ำเย็นจะมีผลสืบเนื่องทำให้อบอุ่น สดชื่น และสบายตัว การอาบน้ำร้อนควรทำกรณีเดียวคือ เมื่ออาบน้ำแล้วเข้านอน เพราะผลของความร้อนจะทำให้นอนหลับ
ขณะเดียวกันการอบสมุนไพร หรืออบซาวน่า ซึ่งปัจจุบันเป็นสิ่งที่หาปฏิบัติได้ไม่ยากนัก ที่ถูกหลักจะต้องใช้การอบร้อนสลับเย็น เช่น อบซาวน่าให้อบร้อน 3 นาที แล้วลงบ่อในน้ำเย็น หรือรดน้ำฝักบัวน้ำเย็นสัก 2 นาที สลับกัน 3 รอบ ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นการปรับสมดุลของอวัยวะภายในใหม่ ช่วยให้หัวใจ ปอด ตับ ไต ต่อมฮอร์โมน และภูมิต้านทานทำงานเป็นปกติ การอบร้อนสลับเย็นยังมีผลช่วยลดความอ้วนในทางอ้อม เพราะสาเหตุของความอ้วนมีปัจจัยหนึ่งคือ ระบบฮอร์โมนชนิดเสริมสร้าง ( Anabolic hormone) และฮอร์โมนชนิดสลาย ( Catabolic hormone) ทำงานไม่ได้สมดุลกัน เมื่ออบซาวน่าจะช่วยให้ฮอร์โมนทั้ง 2 กลุ่มนี้ปรับตัวทำงานเสียใหม่
การอบซาวน่าและสมุนไพรที่ถูกวิธีต้องอบร้อนสลับเย็นเสมอ โดยอบร้อน 3 นาที สลับเย็น 2 นาที จำนวน 3 รอบ ส่วนอบสมุนไพร 10 นาที อาบน้ำเย็นแล้วอบใหม่ 3 รอบเช่นเดียวกัน การอบร้อนอย่างเดียวเป็นเวลานาน ๆ เป็นอันตรายต่อร่างกายทำให้หน้ามืด เป็นลม หัวใจขาดเลือดหากอยู่นานเกินไปหมดสติ เป็นอันตรายต่อชีวิต
ผลของซาวน่า
1. ในที่ร้อนเลือดจะออกไปที่ผิวหนัง ที่เย็นเลือดจะกลับเข้าสู่อวัยวะส่วนกลาง ทำให้อวัยวะภายในได้รับเลือดใหม่ไปเลี้ยงเป็นระยะๆ เป็นการลดการอักเสบ หรือโรคภายใน
2. เป็นการบริหารอวัยวะภายในให้แข็งแรง
3. ไขมันพอกตับ พอกไตจะหายไป
4. ความร้อนเพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดขาว
5. ให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย
- คนที่เป็นโรคหัวใจ เป็นโรคความดันสูง หรือต่ำมาก ผู้ที่มีร่างกายอ่อนเพลียมากไม่ควรเข้าห้องอบซาวน่า
ประสบการณ์ในการรักษา
ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวีในการทำวารีบำบัด มีประโยชน์มากในการเสริมภูมิต้านทานและปรับภูมิต้านทาน เช่นภูมิแพ้ หอบหืด ภูมิต้านทานไวเกิน เช่น SLE รูมาตอยด์ และมีประโยชน์อย่างยิ่งในการเสริมรักษาผู้ป่วยมะเร็ง
นอกจากนี้ประโยชน์ของการออกกำลังกายในน้ำหรือ ไฮโดรแอโรบิค จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ปวดข้อ ปวดเข่า เพราะเมื่ออยู่ในน้ำจะมีแรงพยุงตัวทำให้น้ำหนักตัวลดลงประมาณ 30% ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ ผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต จะใช้การฝังเข็มประกอบการเดินในน้ำ สตรีมีครรภ์ก็จะคลอดได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ควรปฏิบัติร่วมกับวิธีการอื่น ๆ เช่น การฝังเข็ม การอดเพื่อสุขภาพ การฝึกจิตลดความเครียด การฝึกโยคะ ชี่กง แล้วแต่กรณี
อาบแสงตะวัน
อาบแสงตะวันเป็นศิลป์และศาสตร์ที่ตกทอดมากว่า 5000 ปี ของอายุรเวท เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เสริมสร้างความอ่อนเยาว์แก่ร่างกายได้ เรารู้ว่าในแสงตะวันมีทั้งหมด 7 สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง นั่นคือคลื่นแสงส่วนที่เรามองเห็นได้ด้วยตา ยังมีรังสีอื่น ๆ ที่ตาเรามองไม่เห็น แต่เกิดผลแก่ร่างกายได้ เช่น รังสีอัลตร้าไวโอเลต ซึ่งมีคลื่นความถี่สูงมาก มีอำนาจทะลุทะลวง ทำให้เกิดอันตรายกับเซลล์ของเรา ส่วนอีกรังสีหนึ่งคือ อินฟราเรด มีคลื่นความถี่ต่ำให้ความร้อนแรง ซึ่งก็ไม่เป็นประโยชน์แก่สุขภาพ เรารู้อีกว่า คลื่นแสงสีเขียว ซึ่งเป็นคลื่นตรงกลางเป็นคลื่นที่อำนวยความมีชีวากับเซลล์ร่างกายได้
ในระหว่างที่อาบแสงตะวัน แสงทั้ง 7 สีจะถูกใบตองสีเขียวกรองไว้ เหลือเพียงสีเขียวเท่านั้นที่ใบตองจะปล่อยให้ลอดลงกระทบผิวกายของเรา สีดังกล่าวเป็นสีที่จรรโลงชีวิต จะเกิดผลให้เซลล์ร่างกายทั้งหมดเกิดความกระปรี้กระเปร่า สดชื่น มีชีวิตชีวาเหงื่ออกทำให้รู้สึกสบายตัว
ประโยชน์ของการประคบร้อน เย็น
- ปวดที่ไหน บวมที่ไหน ให้เริ่มประคบด้วยน้ำร้อน 3 นาที และประคบด้วยน้ำเย็น 3 นาทีทำทั้งหมด 3 รอบ ยกเว้นการปวดศีรษะ ต้องใช้การนวด
การออกกำลังกายในน้ำ
- แรงลอยตัวของน้ำทำให้ยกตัวเราขึ้นและช่วยลดน้ำหนักตัวได้ถึง 70%
- เหมาะกับคนน้ำหนักตัวมาก
- ผู้สูงอายุ
- มีปัญหาทางสมอง
ประโยชน์ของการอาบน้ำแร่
- ระบบกระดูกและข้อ : ข้อเสื่อม ข้อติด
- ระบบกล้ามเนื้อ:ปวดกล้ามเนื้อ
- ระบบผิวหนัง: ผื่นคัน เรื้อนกวาง สิว
- ระบบไหลเวียน: มือเท้าเย็น เวียนศีรษะ ความดันเลือดต่ำ โรคหัวใจ
- ระบบฮอร์โมน : ปวดประจำเดือน
เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ
หัวข้อ กฟผ.กับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
โดย ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล
ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
15 พฤษภาคม 2556
อ.พงษ์ชัย: เปิดเสรีอาเซียนวันที่ 31 ธันวาคม 2558
ปัจจัยสำคัญของศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยที่สำคัญในปัจจุบันและอนาคต
- ภาวะโลกร้อน
- วิกฤติพลังงาน
- ประชาคมอาเซียน มี 3 เสา เรื่องเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเรื่องความมั่นคงทางทหาร
- ขาดแคลนทรัพยากร
Toll logistics เป็นบริษัทออสเตรเลีย แต่ Take over มาจากสิงคโปร์
อาเซียน แบ่งเป็นอาเซียนบก คือ ไทย และทะเล คือ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโด
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน C L M V เป็นประเทศที่เพิ่งจะพัฒนาอุตสาหกรรม ส่วนประเทศไทย อินโด ฟิลิปปินส์ ถือเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว
ประเทศที่ค่าแรงถูก คือ เวียดนาม
เป้าหมาย AEC
1. เปิดเสรีการลงทุน
2. เปิดเสรีการค้าสินค้า
3. เปิดเสรีการค้าบริการ
4. การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ
5. เปิดเสรีการเคลื่อนย้ายเงินทุน
กฟผ.กับอาเซียน
1. เรื่องเชื้อเพลิง ลม น้ำ ชีวมวล น้ำมัน แสงอาทิตย์
2. พม่า อินโด ลาว กัมพูชา ออสเตรเลีย
3. CP all กับ แมคโคร ใครได้ประโยชน์ CPF ได้ประโยชน์ในการกระจายสินค้า
4. จุดแข็ง คือ
- ทำเลที่ตั้ง ไทยได้เปรียบมาก เพราะอยู่ตรงบก
- สายส่ง
- ความสามารถในการผลิตเอทานอล และไบโอดีเซล
อ.ไกรฤทธิ์: ต้องทำให้ EGAT มีpower need of modern people ของอาเซียน
1. single window ต้องเอาแนวร่วมทั้งไทยและต่างประเทศมาทั้งหมด รวมทั้งปตท. และแหล่งต้นน้ำด้วย
2. good school of project management ใครที่อยู่ในอาเซียนมาเรียนก็ได้
3. ให้ยืมผู้จัดการ หรือ Export คน ออกไปอาเซียน
4. เลือกประเทศชายแดน ที่เราจะขายและพึ่งพาเขาได้
5. ต้องเป็น Good host ไม่ต้องคิดเงินกับพวก VIP ที่มาเมืองไทย เพื่อสร้าง trust ให้เกิดในอาเซียน และในประเทศไทยด้วยกัน
- แบ่งปันไฟ
- เป็นลูกค้า
อยากทราบว่าใน EGAT มีการเตรียมการเรื่อง AEC หรือยังไม่มีอย่างไรบ้าง
คุณราณี: เรื่องความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องถ่านหินจากประเทศออสเตรเลีย
คุณภูวดา: เรื่องอาเซียน EGAT มีบริษัทเครือมาก แต่ในอดีตบริษัทลูกแย่งงานกันเอง ถ้าเรารู้ว่าปี 2558 จะเปิดอาเซียน กฟผ.ต้องดูว่า จะแบ่งกันอย่างไร
บริษัท EGCO ก็มีบริษัทลูกอีกเช่นกัน เพราะฉะนั้นต้องแบ่งทุกอย่างให้ลงตัว
คุณมานิจย์: เห็นด้วยเรี่องtrust ที่ต้องสร้างให้เกิดในอาเซียน
อ.จีระ: เรื่องสร้างtrust EGAT ต้องใช้ผู้ที่มีประสบการณ์ แต่ประเทศไทยล้มเหลวในการที่ดูประสบการณ์จากประเทศที่เคยทำมา
ต้องมอง ASEAN ให้เป็น Holistic และต้องอ่าน ASEAN Blueprint เรื่องพลังงานให้ดี
วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับ กฟผ.
(วัฒนธรรมองค์กร/การสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กรและลูกค้าและ Stakeholder)
โดย ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล
ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
15 พฤษภาคม 2556
ศูนย์ฝึกอบรมบางปะกง
ศ.ดร.จีระ: การจัดการกับความไม่แน่นอน องค์กรเป็นsilo และเป็นวิศวกรเป็นส่วนใหญ่จึงต้องปรับไปตามสถานการณ์
ผศ.ดร.พงษ์ชัย: ขอมองกฟผ.ทั้ง 3 กลุ่ม คือ ผู้ใช้ไฟฟ้า ผู้เสียภาษี และ ผู้ลงทุน
เมื่อดูการผลิตไฟฟ้า ผลิต 46% มีการนำเข้ายังน้อยอยู่ ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ในงาของการผลิต ต้องตั้งคำถามว่าใครโตมากกว่ากัน คำถามต่อไปคือ สัดส่วนในอนาคตเป็นอย่างไร
ในระยะยาว การผลิตของกฟผ.น่าจะลดลง กำลังการผลิต ปี 2555 10,000เมกกะวัตต์
เงินที่ลงไปใน egco มีเพียง 25%
การผลิตและซื้อพลังงานไฟฟ้า
กำลังการผลิต 46% การใช้ไฟ 44%
การใช้เชื้อเพลิงกฟผ.
- น้ำ 4%
- ก๊าซธรรมชาติ 67.56%
- ลม 1.6%
การจำหน่ายไฟ
ส่วนใหญ่ขายให้ในประเทศ ส่วนมากคือ กฟน. รองลงมา คือ กฟภ แต่ขายไฟให้ประเทศเพื่อนบ้านยังน้อยอยู่
กฟผ. มีบริษัทลูกคือ EGCO 25.4% โรงไฟฟ้าราชบุรี 45%
กฟผ.ต้องมีสัดส่วนการถือโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
ศ.ดร.จีระ: ดร.พงษ์ชัยได้นำเอา ตัว Vทั้ง 2 ตัวมาใช้คือ Value added และเกิดvalue creation
ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์: วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับ กฟผ. กฟผ.มีวัฒนธรรมดั้งเดิมเป็นวิศวกรไฟฟ้า แต่ก็ได้มีการพัฒนาการ การสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียมาโดยลำดับจากการเน้นสร้างเขื่อน และโรงงานผลิตไฟฟ้ามาเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร ตั้งแต่พลังงานต้นน้ำ การผลิตไฟฟ้าทางเลือกต่าง ๆ ตลอดจนถึงการวางสายส่งระดับต่าง ๆ จนถึงการบริการร่วมกับการไฟฟ้าอื่น ๆ รวมทั้งผู้ผลิตภาคเอกชนมาโดยลำดับ
1. ประเด็นแรก Supply side ต้องให้ค่าไฟถูกที่สุด คือมี cost advantage
2. มีสัญญาต่อลูกค้าปลายน้ำของกฟผ. ต้องผูกมัดให้นานที่สุด
กฟผ.ในอนาคตควรมีแผงโซล่าร์เซลล์
3. สายส่งสำคัญมาก ซึ่งอีก 10 ปีข้างหน้าอาจจะเป็น wireless
กำไรการไฟฟ้าในอนาคตมาจากสายส่ง
4. ต้องมี Source of fund เอง
- เข้าตลาดหุ้น เช่น ขายหุ้นกู้ ดอกเบี้ยเป็นศูนย์ ต้องลงทุนโดยเอาเงินจากตลาดหุ้น ได้เงินแล้วค่อยใช้หนี้
- ซื้อบิ๊กซี เหมือนที่ CP ซื้อแมคโคร
5. ลงทุนกับธนาคารต่างประเทศ
6. เขื่อนสาละวิน
ประเด็นท้าทายของกฟผ.
1. เกี่ยวกับต้นทุนและการลงทุน ผู้รู้ส่วนใหญ่ทางด้านพลังงานและปรากฏการที่เป็นจริงได้แสดงชัดแจ้งว่า ยุคพลังงานราคาถูกได้ผ่านพ้นไปแล้ว อนาคตต่อจากนี้ไปพลเมืองของโลกจะต้องใช้ไฟราคาแพงอันเกิดจากต้นทุนการผลิต ถ้าพลังงานต้นน้ำและค่าใช้จ่ายในการนำส่งไฟถึงผู้บริโภค รวมทั้งการบริหารตลอดเส้นทาง Value Chain
ประเด็นท้าทาย กฟผ.ต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการลงทุนมากขึ้นในระดับนโยบายและหัวหน้าปฏิบัติการ และตัวแสวงหาโอกาสอย่างจริงจัง ในการร่วมมือด้านการเงินกับเพื่อนบ้านและภาคธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้า
2. ประเด็นวัตถุดิบต้นน้ำ กฟผ.ในอนาคตจะมีทางเลือกวัตถุดิบมากขึ้น แต่ก็มีข้อจำกัดในวัตถุดิบแต่ละตัว ที่ต้องการการวิจัยและพัฒนาเป็นตัว ๆ ไป เช่น การสร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและโรงไฟฟ้าถ่านหิน จะต้องมีวิธีบริหารจัดการผู้ได้ผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างมีสมรรถภาพสูง
ประเด็นท้าทาย มีโอกาสการทำงานวิจัยพัฒนาวัตถุดิบต้นน้ำร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและประเทศเพื่อบ้านในอาเซียนและประเทศอื่น ๆ ที่จะเป็นแหล่งพลังงานต้นทางในอนาคตได้
3. มลภาวะและความหวั่นวิตกของคนพื้นที่ เรื่องนี้อยู่ที่การพัฒนาการประชาสัมพันธ์และผลกระทบบนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง เพื่อการสื่อสารสาธารณะอย่างได้ผล
ประเด็นท้าทาย กฟผ.มีผลงานและต้นแบบที่ดีอยู่แล้วที่แม่เมาะและในท้องถิ่นอื่นที่มีการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ทั้งนี้น่าจะได้หาโอกาสการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญและชุดความรู้ในเรื่องนี้จนสามารถขายและแบ่งปันให้ประเทศในอาเซียนได้ในอนาคต
4. การทำนายปริมาณใช้ไฟได้ยากขึ้น ปรากฏการณ์ในไม่กี่ปีมานี้แสดงให้เห็นว่าการพยากรณ์การใช้ไฟทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานมีความยุ่งยากขึ้น ในแง่อัตราการเจริญเติบโตและความต้องการอย่างฉับพลัน ทั้งตามฤดูกาลในระหว่างเดือนและในระหว่างวัน
ประเด็นท้าทาย กฟผ.ต้องมีวิธีพัฒนากลไกในการตอบสนองความต้องการฉับพลันและการขาดเชื้อเพลิงต้นน้ำฉับพลัน เช่น การปิดซ่อมบำรุงท่อแก๊ซของพม่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นภาคีผู้ผลิตและแนวร่วม ของทั้งเอกชนและเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาขีดความสามารถการผลิตโดยองค์รวม ที่ตอบสนองอุปสงค์และการคาดเดายากได้อย่างทันการ
5. การผลิตไฟฟ้าทางเลือก นอกจากเป็นการสำรวจเพื่อได้ส่วนผสมของแหล่งผลิตไฟฟ้านานาชนิดแล้ว ยังเป็นการได้ความจริงสำหรับแผนเผื่ออีกด้วย
ประเด็นท้าทาย กฟผ.จะต้องมีข้อมูลและการเตรียมพร้อมเรื่องพลังงานทางเลือก ไว้ให้พร้อมรับมือทุกสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลังงานไฟฟ้าสะอาดตั้งแต่ ลม แสงแดด ความร้อนใต้ดินและโรงไฟฟ้านิวเคลีย ทั้งนี้โดยไม่มองข้ามแหล่งผลิตไฟฟ้าระดับชุมชน เช่น การผลิตไฟฟ้าจากเชิงชีวะภาพ เป็นต้น
6. การรับมือการแข่งขัน หน่วยการผลิตไฟฟ้าระดับต่าง ๆ เป็นทั้งคู่แข่งและภาคีร่วมผลิตของ กฟผ.เอง ดังนั้นจึงต้องมีกลยุทธ์กำหนดความสัมพันธ์ที่สมดุล
ประเด็นท้าทาย กฟผ.ควรเป็นตัวนำในการริเริ่มและส่งเสริมให้เกิดหน่วยผลิตไฟฟ้านานาชนิด ตั้งแต่ผลพลอยได้ที่บ้าน ที่โรงงานและจากโรงไฟฟ้าเอกชนทั้งในและนอกประเทศ โดยสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีเอกภาพ
7. ปัญหาอุบัติเหตุและโจรภัย นับวันที่กฟผ.เจริญเติบโตขึ้นก็จะมีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นเงาตามตัว ตั้งแต่การขโมยชิ้นส่วนและสายส่งไปขาย จนถึงระดับวินาศภัยและการก่อการร้าย
ประเด็นท้าทาย ปัจจุบันกฟผ.มีการบริหารจัดการในเรื่องนี้ ในเชิงรับมือค่อนข้างดี แต่น่าจะได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในระหว่างรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาคล้ายคลึงเชิงรุกมากขึ้น และในระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีประสบการณ์ ซึ่งในอนาคต กฟผ.สามารถเป็นศูนย์กลางรวบรวมประสบการณ์ด้านนี้เพื่อแบ่งปันและขายได้ด้วย
8. ประเด็นนโยบายภาครัฐและทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ กฟผ.ควรมีการประมาณการสิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี ไปพร้อมกันกับทางหนีทีไล่หลาย ๆ ทางตั้งแต่ของบอร์ดขึ้นไปในแต่ละช่วงเวลาในอนาคต ทั้งนี้รวมทั้งการพร้อมเป็นผู้นำด้านธรรมาภิบาล เป็นต้น
ประเด็นท้าทาย กฟผ.สามารถริเริ่มด้วยจัดการความรู้คือ การแลกเปลี่ยนและสะสมประสบการณ์ โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงานและมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนหรือจัดให้มีการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการผลิตไฟฟ้า ให้ทันกับความต้องการของ กฟผ.
9. รูปแบบในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนและ AEC กฟผ.ในอนาคตอาจมีทางเลือก Business Models ที่ต่างกันกับปัจจุบันไปได้หลากหลายรูปแบบ เช่น จะเน้นผลิตไฟฟ้ามหภาคอย่างเดียวหรืจะรวมกันกับการไฟฟ้าอื่น ๆ ทางเลือกทางด้านการจัดจำหน่าย รวมทั้งการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ร่วมทุนภาคีเครือข่ายในอาเซียน เพื่อให้เป็นเอกภาพและความทันสมัยขององค์กรเพื่อตอบสนองกับความต้องการไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ในอนาคต ซึ่งควรจะทำอย่างเร่งด่วน เพราะตอนนี้ทั้งสิงคโปร์และมาเลเซีย ก็ทำแล้ว
ประเด็นท้าทาย กฟผ.น่าจะได้มีการรวบรวม Models ต่าง ๆ ของหน่วยผลิตไฟฟ้าในส่วนต่าง ๆ ของโลกมาไว้เป็นทางเลือกและทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ที่พร้อมลงมือดำเนินการ ให้เหมาะกับสิ่งแวดล้อมและความต้องการที่เปลี่ยนไป เช่น ASEAN Grid บริษัทร่วมผลิตไฟฟ้า ASEAN รวมทั้งกระบวนการทำธุรกิจสัมพันธ์กับสังคมในรูปแบบต่าง ๆ โดยเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์อยู่ก่อนแล้ว
10.โอกาสในการทำธุรกิจอื่นๆนอกจากการผลิตและการจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าแล้วประสบการณ์ Know-how และทรัพยากรของ กฟผ.ยังสะสมไว้ไม่น้อย ในการลงทุนทำธุรกิจพลังงานอื่น ๆ
ประเด็นท้าทาย กฟผ.ยังมีโอกาสสร้างรายได้เสริมจากการจัดการพลังงานชนิดต่าง ๆ การจัดการน้ำและชลประทาน การทำธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคม โดยอาศัยสายส่งในเครือข่าย การให้เช่าสินทรัพย์และสิทธิในที่ดินตามแนวสายไฟแรงสูง เป็นต้น
ตัวอย่างที่เริ่มปรากฏเป็นโอกาสธุรกิจ ถนนและรถไฟความเร็วสูง ตลอดจนทรัพย์สินทางปัญญามากมายด้านบริหารจัดการองค์กรขนาดใหญ่ และการบริหารการลงทุน ตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ จนถึงธุรกิจปลายน้ำต่าง ๆ ที่มีต้นแบบอยู่แล้วในประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสูงกว่าไทย ซึ่ง กฟผ.ไปศึกษาหาความรู้จนเป็นผู้นำการบริหารจัดการด้านนี้ได้เป็นอย่างดี
ศ.ดร.จีระ: ได้ประเด็นจากอ.พงษ์ชัย และอ.ไกรฤทธิ์หลายประเด็น ข้อสรุปที่เกิดขึ้นในช่วงเช้า เป็นเรื่องที่ท้ายของรุ่น 9 ที่ต้องทำต่อ และต้องทำ Pre-planning รุ่น 10 เรื่องการเข้าตลาดหุ้นควรจะเข้าไปแบบutilize
วัฒนธรรมของกฟผ.ต้องยอมรับว่าแข้มแข็งมาก หลังจากวันนี้ลูกศิษย์กฟผ. 9 ต้องมองอนาคต
กฟผ.ควรเน้น ให้แต่ละคนมี sense of business ว่าการ utilize asset ทำอย่างไร และทำอย่างไรให้ดึงศักยภาพของตัวเราออกมาให้ได้มากที่สุด
กฟผ.ยังมีปัญหากับการเข้าไปในชุมชน ต้องมีการทำโฆษณาเน้นสื่อด้วย
Entrepreneurship คืออะไรต้องทราบด้วย และเน้นเรื่อง Business acumen
กลุ่ม 4 EGATi พม่า เขมร ลาว ยังเป็นโอกาสที่ดี ซึ่งต้องดูวัฒนธรรมด้วย เรื่องเงินใต้โต๊ะ เป็นจุดอ่อนที่กฟผ.ทำไม่ได้
อ.พงษ์ชัย: ภาษีประชาชนหากได้เอามา ทำไมถึงเรียกตัวเองว่ารัฐวิสาหกิจ
สัญญา IPP ถึงจะผลิตหรือไม่ผลิตก็ต้องจ่ายเช่นกัน บริษัทเอกชนต้องเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น
หากเทมาเซก ซื้อบริษัทราชบุรี หรือ egco ในสัดส่วนที่เราไม่ซื้อ ก็จะเข้าตลาดหลักทรัพย์อย่างง่ายดาย
การที่เข้าลงทุนในลาวช้า เห็นว่าองค์กรเราถึงแม้ตั้ง EGAT I ก็มีแต่โครงการศึกษา แต่ไม่ได้ดูในเชิงลึก ทำให้สู้ในภาคเอกชนไม่ได้ ต่างจากช การช่างที่ได้สิทธิ์จากทวาย
หากไม่มีเงิน แล้วไปขอรัฐบาลก็ทำไม่ได้
คุณพีรพล: กฟผ.เป็นผู้ผลิตอยู่ตลอด ขอแชร์เรื่องประเด็นต่างๆเรื่องที่อ.พงษ์ชัยพูดเรื่องข้อมูลผู้ใช้ไฟ ผู้ลงทุน ผู้เสียภาษี
1. สิ่งต่างๆขอย้อนไปที่หน้าที่ของกฟผ. ซึ่งจัดหา ผลิต จำหน่ายไฟฟ้าให้กฟภ. กฟน. ซึ่งจริงๆแล้วกฟผ. ต้องเป็นผู้ผลิตเท่านั้น และมีเอกชน 50% ต้องมองกลับไปที่รัฐบาลเช่นกันว่าทำไมให้สัดส่วนเท่านี้ เพราะฉะนั้นจริงๆอยากผลิต 100%แต่เราทำไม่ได้ หน้าที่จึงต้องจัดหาจากเอกชน ต่างประเทศด้วย
กฟผ.จะไปขายประเทศอื่นก็ลำบาก เพราะในประเทศก็ยังไม่พอใช้
2. เรื่องเชื่อเพลิง พลังน้ำ แต่ไม่ได้ผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องชลประทาน แต่ไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้
3. แสงอาทิตย์ ผลิตได้เฉพาะกลางวัน
4. ชีวมวล ต่อต้านที่บ้านจาน เพชรบุรี
5. ถ่านหิน ก็โดนคัดค้านที่กระบี่
6. เรื่องแหล่งเงินทุน แต่ไม่เอื้อในด้านพรบ. EGATiอยู่ภายใต้รัฐวิสาหกิจ ในภาคธุรกิจต้องเน้นความรวดเร็ว
- กฟผ. ตั้งปี 12 รัฐบาลให้ 4หมื่นล้าน สิ่งที่ทำได้มีผลกำไร ก็ส่งไปรัฐบาล 45% กฟผ.ต้องมีการกู้เงิน แหล่งเงินที่ลงทุนไม่มีปัญหาแต่ติดหนี้สาธารณะ ถ้ามองเรื่องการลงทุนบริษัทต่างๆก็ไม่สามารถที่จะตั้งได้
- รัฐบาลต้องคุม EGATiให้ลงทุนเฉพาะต่างประเทศเท่านั้น
อ.ไกรฤทธิ์: อยากให้ HR บ่มเพราะ General manager และควรเป็น Strategic department และคนที่อยู่ต้องเป็น KM
Source of information กับประเทศลาว ต้องเข้าไปดูข้อมูลลึกทางรัฐบาลให้ได้ ต้องมี Lobby yeast มากๆ ส่วนเรื่องเงิน EGAT ขาดเรื่องแหล่งเงินทุน
คุณสุวิทย์: ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป อดีตกฟผ.ยิ่งใหญ่มาก ปัจจุบัน ถูกควบคุมโดยสำนักงานเรื่องสายส่งต้องขออนุญาต regulator
- การสร้างโรงไฟฟ้าก็ขึ้นอยู่กับนักการเมือง
- นโยบายด้านเชื้อเพลิงไม่ถูกต้อง
- การประมูลไฟฟ้ารอบใหม่ เป็นก๊าซหมด นำเข้า 40% และให้ regulator เป็นคนพิจารณา
- เรื่องrenew มีชาวบ้านร้องเรียน มีบรรษัทโซลาร์ฟาร์มซื้อที่ดินซื้อที่ล้อมชาวนา ทำให้ทำนาไม่ได้ เป็นที่ดินเก่า 300 ปี ซื้อ 2,000 ไร่ ขอให้บริษัททำทางให้ออก แต่บริษัทบอกทำอะไรไม่ได้ ต้องเข้าที่ประชุม
อ.จีระ: Session นี้เป็นนวัตกรรมใหม่ของรุ่นที่ 9 เป็นโจทย์ที่สำคัญสำหรับทุกๆคน ต้องหาโอกาสที่จะเพิ่มประเด็น 2Vขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมากมาย
กลุ่ม 6 การคิดนอกกรอบที่จะอยู่ในเกมส์รุก ขอคำแนะนำจากท่านวิทยากรในมุมของรัฐวิสาหกิจ
อ.ไกรฤทธิ์: หลังเกษียณอายุมาทำ NGO พบว่า อย่างแรกคือ วัฒนธรรมของ NGO สอง คือ บุคลิกขององค์กรต่างกัน
สิ่งแรกคือ ต้องศึกษาวัฒนธรรม ต่อมา คือ ต้องcommand&control
ในอนาคต EGATไม่สามารถทำนายได้ ต้องทำไปและปรับตัวไปด้วย ต้องเชื่อมั่นในเรื่องของการพัฒนาตัวเอง
สุดท้าย ทัศนคติของวงการราชการคือ ไม่มีงบคิดไม่ออก แต่ NGO ไอเดียดึงเงิน
โครงสร้างขององค์กร economies of scale แต่ NGO เป็นeconomies of scope
อ.พงษ์ชัย: องค์กรที่ไม่มีเจ้าของ ไม่มีคนสนใจกระทรวงการคลังเรียกว่าเป็นกระทรวงชั้นเลวร้าย เช่น องค์การพัสดุ เพราะmarket share สู้ของเอกชนไม่ได้
กรณีศึกษาไปรษณีย์ไทย ธุรกิจโทรเลข กระทรวงคมนาคมไม่เอา กลายเป็นธุรกิจที่ไม่มีใครอยากได้
ธุรกิจของโรงงานยาสูบ มีชาวไร่เป็นแสนครอบครัว แต่นึกไม่ออกว่ากฟผ.มี Stakeholderเป็นคนระดับรากหญ้ามากน้อยเพียงใด
เขื่อน ต้องใช้นวัตกรรมที่ใช้ผิวน้ำเพื่อวางแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นวิธีการคิดนอกกรอบ
กลุ่ม 3 เรื่องกาทำโซล่าร์เซลล์ ระยะการคืนทุนตก 8-10 ปี แต่อายุตัวเซลล์ใช้ได้ถึง 25 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มมาก ส่วนหนึ่งจะได้เรื่องคาร์บอนเครดิตด้วย
กลุ่ม 6 ถ้าได้ Adder การไฟฟ้าก็ควรจะทำ แต่โซลาร์เซลล์ผลิตที่จีน กระบวนการที่ได้ต้องจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อมสูง เพราะสิ่งที่ออกมาจะเป็นพวกซิลิกา ถ้าจะทำจริงๆ ต้องมีเรื่องการจัดการเรื่องมลภาวะสูง
กลุ่ม 5 คุณสุทธิชัย เคยอยู่ที่เขื่อนภูมิพล พื้นที่ในอ่างเก็บน้ำ เคยคิดที่จะทำธุรกิจโซลาร์ และคิดอีกหลายๆโครงการ เช่น เรื่องสนามบินน้ำ พื้นที่เหนือเขื่อนทำหลุมฝังศพชาวสิงคโปร์ แต่กรรมสิทธ์ที่กฟผ.ดูแลคือ พื้นที่รอบอ่าง เพราะพื้นที่รอบๆส่วนใหญ่เป็นอุทยาน ซึ่งเป็นของกรมป่าไม้ ล่าสุดเขื่อนศรีนครินทร์ คิดเรื่องร้านอาหารสนามกอล์ฟ แต่ตอนหลังติดเรื่องพรบ. แต่กรรมการกฟผ.ท่านใหม่คิดปรับปรุงที่พักร้านอาการสนามกอล์ฟ เริ่มปี 2557-2558
ศ.ดร.จีระ: การขึ้นไปเป็นผู้นำต้องบริหารกฎระเบียบให้ได้ และที่อันตรายที่สุดคือ กฎการเงิน
กลุ่ม 2: ทำอย่างไรให้องค์กรเป็นองค์กรชั้นเลิศที่ทำทุกอย่างแล้วมีประโยชน์ และบางครั้งต้องทำนอกกรอบ ที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่ส่วนตน
ศ.ดร.จีระ: โลกมีการเปลี่ยนแปลง เป้าหมายต้องชัดเจนถึงจะอยู่รอด
อ.ไกรฤทธิ์:
1. ลองDefine ผู้นำในอนาคตของ EGAT อีก 10 ปีข้างหน้า
2.ลอง define คำว่า heroes ว่าจะเอาใครเป็นต้นแบบในแต่ละแผนก
3. ขอให้มีวันสำคัญของ EGAT ที่จะมาแลกเปลี่ยนถึงความดีซึ่งกันและกัน
ศ.ดร.จีระ:Leader ต้องproduce future leader และต้องจัดการกับสิ่งที่คาดไม่ถึง
วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับ กฟผ.
(วัฒนธรรมองค์กร/การสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กรและลูกค้าและ Stakeholder)
โดย ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล
ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
15 พฤษภาคม 2556
ศูนย์ฝึกอบรมบางปะกง
ศ.ดร.จีระ: การจัดการกับความไม่แน่นอน องค์กรเป็นsilo และเป็นวิศวกรเป็นส่วนใหญ่จึงต้องปรับไปตามสถานการณ์
ผศ.ดร.พงษ์ชัย: ขอมองกฟผ.ทั้ง 3 กลุ่ม คือ ผู้ใช้ไฟฟ้า ผู้เสียภาษี และ ผู้ลงทุน
เมื่อดูการผลิตไฟฟ้า ผลิต 46% มีการนำเข้ายังน้อยอยู่ ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ในงาของการผลิต ต้องตั้งคำถามว่าใครโตมากกว่ากัน คำถามต่อไปคือ สัดส่วนในอนาคตเป็นอย่างไร
ในระยะยาว การผลิตของกฟผ.น่าจะลดลง กำลังการผลิต ปี 2555 10,000เมกกะวัตต์
เงินที่ลงไปใน egco มีเพียง 25%
การผลิตและซื้อพลังงานไฟฟ้า
กำลังการผลิต 46% การใช้ไฟ 44%
การใช้เชื้อเพลิงกฟผ.
- น้ำ 4%
- ก๊าซธรรมชาติ 67.56%
- ลม 1.6%
การจำหน่ายไฟ
ส่วนใหญ่ขายให้ในประเทศ ส่วนมากคือ กฟน. รองลงมา คือ กฟภ แต่ขายไฟให้ประเทศเพื่อนบ้านยังน้อยอยู่
กฟผ. มีบริษัทลูกคือ EGCO 25.4% โรงไฟฟ้าราชบุรี 45%
กฟผ.ต้องมีสัดส่วนการถือโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
ศ.ดร.จีระ: ดร.พงษ์ชัยได้นำเอา ตัว Vทั้ง 2 ตัวมาใช้คือ Value added และเกิดvalue creation
ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์: วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับ กฟผ. กฟผ.มีวัฒนธรรมดั้งเดิมเป็นวิศวกรไฟฟ้า แต่ก็ได้มีการพัฒนาการ การสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียมาโดยลำดับจากการเน้นสร้างเขื่อน และโรงงานผลิตไฟฟ้ามาเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร ตั้งแต่พลังงานต้นน้ำ การผลิตไฟฟ้าทางเลือกต่าง ๆ ตลอดจนถึงการวางสายส่งระดับต่าง ๆ จนถึงการบริการร่วมกับการไฟฟ้าอื่น ๆ รวมทั้งผู้ผลิตภาคเอกชนมาโดยลำดับ
1. ประเด็นแรก Supply side ต้องให้ค่าไฟถูกที่สุด คือมี cost advantage
2. มีสัญญาต่อลูกค้าปลายน้ำของกฟผ. ต้องผูกมัดให้นานที่สุด
กฟผ.ในอนาคตควรมีแผงโซล่าร์เซลล์
3. สายส่งสำคัญมาก ซึ่งอีก 10 ปีข้างหน้าอาจจะเป็น wireless
กำไรการไฟฟ้าในอนาคตมาจากสายส่ง
4. ต้องมี Source of fund เอง
- เข้าตลาดหุ้น เช่น ขายหุ้นกู้ ดอกเบี้ยเป็นศูนย์ ต้องลงทุนโดยเอาเงินจากตลาดหุ้น ได้เงินแล้วค่อยใช้หนี้
- ซื้อบิ๊กซี เหมือนที่ CP ซื้อแมคโคร
5. ลงทุนกับธนาคารต่างประเทศ
6. เขื่อนสาละวิน
ประเด็นท้าทายของกฟผ.
1. เกี่ยวกับต้นทุนและการลงทุน ผู้รู้ส่วนใหญ่ทางด้านพลังงานและปรากฏการที่เป็นจริงได้แสดงชัดแจ้งว่า ยุคพลังงานราคาถูกได้ผ่านพ้นไปแล้ว อนาคตต่อจากนี้ไปพลเมืองของโลกจะต้องใช้ไฟราคาแพงอันเกิดจากต้นทุนการผลิต ถ้าพลังงานต้นน้ำและค่าใช้จ่ายในการนำส่งไฟถึงผู้บริโภค รวมทั้งการบริหารตลอดเส้นทาง Value Chain
ประเด็นท้าทาย กฟผ.ต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการลงทุนมากขึ้นในระดับนโยบายและหัวหน้าปฏิบัติการ และตัวแสวงหาโอกาสอย่างจริงจัง ในการร่วมมือด้านการเงินกับเพื่อนบ้านและภาคธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้า
2. ประเด็นวัตถุดิบต้นน้ำ กฟผ.ในอนาคตจะมีทางเลือกวัตถุดิบมากขึ้น แต่ก็มีข้อจำกัดในวัตถุดิบแต่ละตัว ที่ต้องการการวิจัยและพัฒนาเป็นตัว ๆ ไป เช่น การสร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและโรงไฟฟ้าถ่านหิน จะต้องมีวิธีบริหารจัดการผู้ได้ผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างมีสมรรถภาพสูง
ประเด็นท้าทาย มีโอกาสการทำงานวิจัยพัฒนาวัตถุดิบต้นน้ำร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและประเทศเพื่อบ้านในอาเซียนและประเทศอื่น ๆ ที่จะเป็นแหล่งพลังงานต้นทางในอนาคตได้
3. มลภาวะและความหวั่นวิตกของคนพื้นที่ เรื่องนี้อยู่ที่การพัฒนาการประชาสัมพันธ์และผลกระทบบนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง เพื่อการสื่อสารสาธารณะอย่างได้ผล
ประเด็นท้าทาย กฟผ.มีผลงานและต้นแบบที่ดีอยู่แล้วที่แม่เมาะและในท้องถิ่นอื่นที่มีการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ทั้งนี้น่าจะได้หาโอกาสการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญและชุดความรู้ในเรื่องนี้จนสามารถขายและแบ่งปันให้ประเทศในอาเซียนได้ในอนาคต
4. การทำนายปริมาณใช้ไฟได้ยากขึ้น ปรากฏการณ์ในไม่กี่ปีมานี้แสดงให้เห็นว่าการพยากรณ์การใช้ไฟทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานมีความยุ่งยากขึ้น ในแง่อัตราการเจริญเติบโตและความต้องการอย่างฉับพลัน ทั้งตามฤดูกาลในระหว่างเดือนและในระหว่างวัน
ประเด็นท้าทาย กฟผ.ต้องมีวิธีพัฒนากลไกในการตอบสนองความต้องการฉับพลันและการขาดเชื้อเพลิงต้นน้ำฉับพลัน เช่น การปิดซ่อมบำรุงท่อแก๊ซของพม่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นภาคีผู้ผลิตและแนวร่วม ของทั้งเอกชนและเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาขีดความสามารถการผลิตโดยองค์รวม ที่ตอบสนองอุปสงค์และการคาดเดายากได้อย่างทันการ
5. การผลิตไฟฟ้าทางเลือก นอกจากเป็นการสำรวจเพื่อได้ส่วนผสมของแหล่งผลิตไฟฟ้านานาชนิดแล้ว ยังเป็นการได้ความจริงสำหรับแผนเผื่ออีกด้วย
ประเด็นท้าทาย กฟผ.จะต้องมีข้อมูลและการเตรียมพร้อมเรื่องพลังงานทางเลือก ไว้ให้พร้อมรับมือทุกสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลังงานไฟฟ้าสะอาดตั้งแต่ ลม แสงแดด ความร้อนใต้ดินและโรงไฟฟ้านิวเคลีย ทั้งนี้โดยไม่มองข้ามแหล่งผลิตไฟฟ้าระดับชุมชน เช่น การผลิตไฟฟ้าจากเชิงชีวะภาพ เป็นต้น
6. การรับมือการแข่งขัน หน่วยการผลิตไฟฟ้าระดับต่าง ๆ เป็นทั้งคู่แข่งและภาคีร่วมผลิตของ กฟผ.เอง ดังนั้นจึงต้องมีกลยุทธ์กำหนดความสัมพันธ์ที่สมดุล
ประเด็นท้าทาย กฟผ.ควรเป็นตัวนำในการริเริ่มและส่งเสริมให้เกิดหน่วยผลิตไฟฟ้านานาชนิด ตั้งแต่ผลพลอยได้ที่บ้าน ที่โรงงานและจากโรงไฟฟ้าเอกชนทั้งในและนอกประเทศ โดยสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีเอกภาพ
7. ปัญหาอุบัติเหตุและโจรภัย นับวันที่กฟผ.เจริญเติบโตขึ้นก็จะมีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นเงาตามตัว ตั้งแต่การขโมยชิ้นส่วนและสายส่งไปขาย จนถึงระดับวินาศภัยและการก่อการร้าย
ประเด็นท้าทาย ปัจจุบันกฟผ.มีการบริหารจัดการในเรื่องนี้ ในเชิงรับมือค่อนข้างดี แต่น่าจะได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในระหว่างรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาคล้ายคลึงเชิงรุกมากขึ้น และในระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีประสบการณ์ ซึ่งในอนาคต กฟผ.สามารถเป็นศูนย์กลางรวบรวมประสบการณ์ด้านนี้เพื่อแบ่งปันและขายได้ด้วย
8. ประเด็นนโยบายภาครัฐและทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ กฟผ.ควรมีการประมาณการสิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี ไปพร้อมกันกับทางหนีทีไล่หลาย ๆ ทางตั้งแต่ของบอร์ดขึ้นไปในแต่ละช่วงเวลาในอนาคต ทั้งนี้รวมทั้งการพร้อมเป็นผู้นำด้านธรรมาภิบาล เป็นต้น
ประเด็นท้าทาย กฟผ.สามารถริเริ่มด้วยจัดการความรู้คือ การแลกเปลี่ยนและสะสมประสบการณ์ โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงานและมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนหรือจัดให้มีการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการผลิตไฟฟ้า ให้ทันกับความต้องการของ กฟผ.
9. รูปแบบในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนและ AEC กฟผ.ในอนาคตอาจมีทางเลือก Business Models ที่ต่างกันกับปัจจุบันไปได้หลากหลายรูปแบบ เช่น จะเน้นผลิตไฟฟ้ามหภาคอย่างเดียวหรืจะรวมกันกับการไฟฟ้าอื่น ๆ ทางเลือกทางด้านการจัดจำหน่าย รวมทั้งการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ร่วมทุนภาคีเครือข่ายในอาเซียน เพื่อให้เป็นเอกภาพและความทันสมัยขององค์กรเพื่อตอบสนองกับความต้องการไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ในอนาคต ซึ่งควรจะทำอย่างเร่งด่วน เพราะตอนนี้ทั้งสิงคโปร์และมาเลเซีย ก็ทำแล้ว
ประเด็นท้าทาย กฟผ.น่าจะได้มีการรวบรวม Models ต่าง ๆ ของหน่วยผลิตไฟฟ้าในส่วนต่าง ๆ ของโลกมาไว้เป็นทางเลือกและทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ที่พร้อมลงมือดำเนินการ ให้เหมาะกับสิ่งแวดล้อมและความต้องการที่เปลี่ยนไป เช่น ASEAN Grid บริษัทร่วมผลิตไฟฟ้า ASEAN รวมทั้งกระบวนการทำธุรกิจสัมพันธ์กับสังคมในรูปแบบต่าง ๆ โดยเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์อยู่ก่อนแล้ว
10.โอกาสในการทำธุรกิจอื่นๆนอกจากการผลิตและการจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าแล้วประสบการณ์ Know-how และทรัพยากรของ กฟผ.ยังสะสมไว้ไม่น้อย ในการลงทุนทำธุรกิจพลังงานอื่น ๆ
ประเด็นท้าทาย กฟผ.ยังมีโอกาสสร้างรายได้เสริมจากการจัดการพลังงานชนิดต่าง ๆ การจัดการน้ำและชลประทาน การทำธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคม โดยอาศัยสายส่งในเครือข่าย การให้เช่าสินทรัพย์และสิทธิในที่ดินตามแนวสายไฟแรงสูง เป็นต้น
ตัวอย่างที่เริ่มปรากฏเป็นโอกาสธุรกิจ ถนนและรถไฟความเร็วสูง ตลอดจนทรัพย์สินทางปัญญามากมายด้านบริหารจัดการองค์กรขนาดใหญ่ และการบริหารการลงทุน ตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ จนถึงธุรกิจปลายน้ำต่าง ๆ ที่มีต้นแบบอยู่แล้วในประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสูงกว่าไทย ซึ่ง กฟผ.ไปศึกษาหาความรู้จนเป็นผู้นำการบริหารจัดการด้านนี้ได้เป็นอย่างดี
ศ.ดร.จีระ: ได้ประเด็นจากอ.พงษ์ชัย และอ.ไกรฤทธิ์หลายประเด็น ข้อสรุปที่เกิดขึ้นในช่วงเช้า เป็นเรื่องที่ท้ายของรุ่น 9 ที่ต้องทำต่อ และต้องทำ Pre-planning รุ่น 10 เรื่องการเข้าตลาดหุ้นควรจะเข้าไปแบบutilize
วัฒนธรรมของกฟผ.ต้องยอมรับว่าแข้มแข็งมาก หลังจากวันนี้ลูกศิษย์กฟผ. 9 ต้องมองอนาคต
กฟผ.ควรเน้น ให้แต่ละคนมี sense of business ว่าการ utilize asset ทำอย่างไร และทำอย่างไรให้ดึงศักยภาพของตัวเราออกมาให้ได้มากที่สุด
กฟผ.ยังมีปัญหากับการเข้าไปในชุมชน ต้องมีการทำโฆษณาเน้นสื่อด้วย
Entrepreneurship คืออะไรต้องทราบด้วย และเน้นเรื่อง Business acumen
กลุ่ม 4 EGATi พม่า เขมร ลาว ยังเป็นโอกาสที่ดี ซึ่งต้องดูวัฒนธรรมด้วย เรื่องเงินใต้โต๊ะ เป็นจุดอ่อนที่กฟผ.ทำไม่ได้
อ.พงษ์ชัย: ภาษีประชาชนหากได้เอามา ทำไมถึงเรียกตัวเองว่ารัฐวิสาหกิจ
สัญญา IPP ถึงจะผลิตหรือไม่ผลิตก็ต้องจ่ายเช่นกัน บริษัทเอกชนต้องเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น
หากเทมาเซก ซื้อบริษัทราชบุรี หรือ egco ในสัดส่วนที่เราไม่ซื้อ ก็จะเข้าตลาดหลักทรัพย์อย่างง่ายดาย
การที่เข้าลงทุนในลาวช้า เห็นว่าองค์กรเราถึงแม้ตั้ง EGAT I ก็มีแต่โครงการศึกษา แต่ไม่ได้ดูในเชิงลึก ทำให้สู้ในภาคเอกชนไม่ได้ ต่างจากช การช่างที่ได้สิทธิ์จากทวาย
หากไม่มีเงิน แล้วไปขอรัฐบาลก็ทำไม่ได้
คุณพีรพล: กฟผ.เป็นผู้ผลิตอยู่ตลอด ขอแชร์เรื่องประเด็นต่างๆเรื่องที่อ.พงษ์ชัยพูดเรื่องข้อมูลผู้ใช้ไฟ ผู้ลงทุน ผู้เสียภาษี
1. สิ่งต่างๆขอย้อนไปที่หน้าที่ของกฟผ. ซึ่งจัดหา ผลิต จำหน่ายไฟฟ้าให้กฟภ. กฟน. ซึ่งจริงๆแล้วกฟผ. ต้องเป็นผู้ผลิตเท่านั้น และมีเอกชน 50% ต้องมองกลับไปที่รัฐบาลเช่นกันว่าทำไมให้สัดส่วนเท่านี้ เพราะฉะนั้นจริงๆอยากผลิต 100%แต่เราทำไม่ได้ หน้าที่จึงต้องจัดหาจากเอกชน ต่างประเทศด้วย
กฟผ.จะไปขายประเทศอื่นก็ลำบาก เพราะในประเทศก็ยังไม่พอใช้
2. เรื่องเชื่อเพลิง พลังน้ำ แต่ไม่ได้ผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องชลประทาน แต่ไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้
3. แสงอาทิตย์ ผลิตได้เฉพาะกลางวัน
4. ชีวมวล ต่อต้านที่บ้านจาน เพชรบุรี
5. ถ่านหิน ก็โดนคัดค้านที่กระบี่
6. เรื่องแหล่งเงินทุน แต่ไม่เอื้อในด้านพรบ. EGATiอยู่ภายใต้รัฐวิสาหกิจ ในภาคธุรกิจต้องเน้นความรวดเร็ว
- กฟผ. ตั้งปี 12 รัฐบาลให้ 4หมื่นล้าน สิ่งที่ทำได้มีผลกำไร ก็ส่งไปรัฐบาล 45% กฟผ.ต้องมีการกู้เงิน แหล่งเงินที่ลงทุนไม่มีปัญหาแต่ติดหนี้สาธารณะ ถ้ามองเรื่องการลงทุนบริษัทต่างๆก็ไม่สามารถที่จะตั้งได้
- รัฐบาลต้องคุม EGATiให้ลงทุนเฉพาะต่างประเทศเท่านั้น
อ.ไกรฤทธิ์: อยากให้ HR บ่มเพราะ General manager และควรเป็น Strategic department และคนที่อยู่ต้องเป็น KM
Source of information กับประเทศลาว ต้องเข้าไปดูข้อมูลลึกทางรัฐบาลให้ได้ ต้องมี Lobby yeast มากๆ ส่วนเรื่องเงิน EGAT ขาดเรื่องแหล่งเงินทุน
คุณสุวิทย์: ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป อดีตกฟผ.ยิ่งใหญ่มาก ปัจจุบัน ถูกควบคุมโดยสำนักงานเรื่องสายส่งต้องขออนุญาต regulator
- การสร้างโรงไฟฟ้าก็ขึ้นอยู่กับนักการเมือง
- นโยบายด้านเชื้อเพลิงไม่ถูกต้อง
- การประมูลไฟฟ้ารอบใหม่ เป็นก๊าซหมด นำเข้า 40% และให้ regulator เป็นคนพิจารณา
- เรื่องrenew มีชาวบ้านร้องเรียน มีบรรษัทโซลาร์ฟาร์มซื้อที่ดินซื้อที่ล้อมชาวนา ทำให้ทำนาไม่ได้ เป็นที่ดินเก่า 300 ปี ซื้อ 2,000 ไร่ ขอให้บริษัททำทางให้ออก แต่บริษัทบอกทำอะไรไม่ได้ ต้องเข้าที่ประชุม
อ.จีระ: Session นี้เป็นนวัตกรรมใหม่ของรุ่นที่ 9 เป็นโจทย์ที่สำคัญสำหรับทุกๆคน ต้องหาโอกาสที่จะเพิ่มประเด็น 2Vขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมากมาย
กลุ่ม 6 การคิดนอกกรอบที่จะอยู่ในเกมส์รุก ขอคำแนะนำจากท่านวิทยากรในมุมของรัฐวิสาหกิจ
อ.ไกรฤทธิ์: หลังเกษียณอายุมาทำ NGO พบว่า อย่างแรกคือ วัฒนธรรมของ NGO สอง คือ บุคลิกขององค์กรต่างกัน
สิ่งแรกคือ ต้องศึกษาวัฒนธรรม ต่อมา คือ ต้องcommand&control
ในอนาคต EGATไม่สามารถทำนายได้ ต้องทำไปและปรับตัวไปด้วย ต้องเชื่อมั่นในเรื่องของการพัฒนาตัวเอง
สุดท้าย ทัศนคติของวงการราชการคือ ไม่มีงบคิดไม่ออก แต่ NGO ไอเดียดึงเงิน
โครงสร้างขององค์กร economies of scale แต่ NGO เป็นeconomies of scope
อ.พงษ์ชัย: องค์กรที่ไม่มีเจ้าของ ไม่มีคนสนใจกระทรวงการคลังเรียกว่าเป็นกระทรวงชั้นเลวร้าย เช่น องค์การพัสดุ เพราะmarket share สู้ของเอกชนไม่ได้
กรณีศึกษาไปรษณีย์ไทย ธุรกิจโทรเลข กระทรวงคมนาคมไม่เอา กลายเป็นธุรกิจที่ไม่มีใครอยากได้
ธุรกิจของโรงงานยาสูบ มีชาวไร่เป็นแสนครอบครัว แต่นึกไม่ออกว่ากฟผ.มี Stakeholderเป็นคนระดับรากหญ้ามากน้อยเพียงใด
เขื่อน ต้องใช้นวัตกรรมที่ใช้ผิวน้ำเพื่อวางแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นวิธีการคิดนอกกรอบ
กลุ่ม 3 เรื่องกาทำโซล่าร์เซลล์ ระยะการคืนทุนตก 8-10 ปี แต่อายุตัวเซลล์ใช้ได้ถึง 25 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มมาก ส่วนหนึ่งจะได้เรื่องคาร์บอนเครดิตด้วย
กลุ่ม 6 ถ้าได้ Adder การไฟฟ้าก็ควรจะทำ แต่โซลาร์เซลล์ผลิตที่จีน กระบวนการที่ได้ต้องจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อมสูง เพราะสิ่งที่ออกมาจะเป็นพวกซิลิกา ถ้าจะทำจริงๆ ต้องมีเรื่องการจัดการเรื่องมลภาวะสูง
กลุ่ม 5 คุณสุทธิชัย เคยอยู่ที่เขื่อนภูมิพล พื้นที่ในอ่างเก็บน้ำ เคยคิดที่จะทำธุรกิจโซลาร์ และคิดอีกหลายๆโครงการ เช่น เรื่องสนามบินน้ำ พื้นที่เหนือเขื่อนทำหลุมฝังศพชาวสิงคโปร์ แต่กรรมสิทธ์ที่กฟผ.ดูแลคือ พื้นที่รอบอ่าง เพราะพื้นที่รอบๆส่วนใหญ่เป็นอุทยาน ซึ่งเป็นของกรมป่าไม้ ล่าสุดเขื่อนศรีนครินทร์ คิดเรื่องร้านอาหารสนามกอล์ฟ แต่ตอนหลังติดเรื่องพรบ. แต่กรรมการกฟผ.ท่านใหม่คิดปรับปรุงที่พักร้านอาการสนามกอล์ฟ เริ่มปี 2557-2558
ศ.ดร.จีระ: การขึ้นไปเป็นผู้นำต้องบริหารกฎระเบียบให้ได้ และที่อันตรายที่สุดคือ กฎการเงิน
กลุ่ม 2: ทำอย่างไรให้องค์กรเป็นองค์กรชั้นเลิศที่ทำทุกอย่างแล้วมีประโยชน์ และบางครั้งต้องทำนอกกรอบ ที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่ส่วนตน
ศ.ดร.จีระ: โลกมีการเปลี่ยนแปลง เป้าหมายต้องชัดเจนถึงจะอยู่รอด
อ.ไกรฤทธิ์:
1. ลองDefine ผู้นำในอนาคตของ EGAT อีก 10 ปีข้างหน้า
2.ลอง define คำว่า heroes ว่าจะเอาใครเป็นต้นแบบในแต่ละแผนก
3. ขอให้มีวันสำคัญของ EGAT ที่จะมาแลกเปลี่ยนถึงความดีซึ่งกันและกัน
ศ.ดร.จีระ:Leader ต้องproduce future leader และต้องจัดการกับสิ่งที่คาดไม่ถึง
สุทธิชัย จูประเสริฐพร
สรุปบทความ
1.Creating mutual opportunities
China Daily Asia Weekly ฉบับประจำวันที่ 28 มีนาคม – 4 เมษายน 2556 ได้รายงานการเดินทางเยือนรัสเซียของประธานาธิบดี Xi Jinping (สี จิ้นผิง) ของจีน นับเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกหลังจากรับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2556 และได้พบกันประธานาธิบดี Vladimir Putin ของรัสเซีย ที่กรุงมอสโค ประธานาธิบดี Xi Jinping ได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ และความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยกล่าวว่ายุคสงครามเย็นได้สิ้นสุดลงแล้ว จากนี้ไปเป็นการเปลี่ยนไปสู่การพัฒนาและเติบโตไปด้วยกัน เป็นการกล่าวภายหลังจากร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือกันเรื่องพลังงาน และข้อตกลงอื่น ๆ โดยประธานาธิบดี Xi Jinping ยังได้กล่าวถึงการแทรกแซงทางการเมืองระหว่างประเทศว่า ควรให้แต่ละประเทศแก้ปัญหาภายในด้วยตัวเอง ประเทศอื่นไม่ควรมีการเข้าไปแทรกแซง แต่ควรเป็นผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างรัฐบาลกับประชาชน เราต้องเคารพสิทธิของแต่ละประเทศในการกำหนดแนวทางพัฒนาของตัวเอง
ประธานาธิบดี Xi Jinping ยังได้พบกับนักศึกษาที่ Russian College เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ประธานาธิบดี Xi Jinping ยังได้รับเชิญให้ไปเยือนสำนักงานป้องกันประเทศของรัสเซีย นับเป็นผู้นำระดับสูงของจีนคนแรกที่ได้รับเชิญ แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือทางทหารในอนาคต ทั้งยังได้พบกับนายกรัฐมนตรี Dmity Medvedev. ด้วย
บทเรียนที่ได้จากบทความนี้เป็นเกี่ยวกับการเมือง ของประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและรัสเซีย
2. Xi highlights bonds of ‘shared destiny’
ประธานาธิบดี Xi Jinping ได้ไปเยือน Tanzania เป็นประเทศที่สอง ขณะนี้จีนกำลังเพิ่มความสัมพันธ์และให้ความสำคัญกับ Africa โดยประธานาธิบดี Xi Jinping ได้กล่าวว่า จีนจะให้ความช่วยเหลือโดยไม่คำนึงถึงเรื่องการเมือง จีนได้ขยายความช่วยเหลือทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ให้การอบรมและทุนการศึกษาแก่นักศึกษาอัฟริกัน โดยการค้าระหว่างจีนกับ Africa มีมูลค่าถึง สองแสนล้านดอลล่าร์ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา
บทเรียนที่ได้รับจากบทความนี้ คือการให้ความช่วยเหลือของจีนที่มีกับอัฟริกัน
3. Grouping on track to be ‘global force’
ในการประชุมกลุ่มประเทศ BRICS ครั้งที่ 5 (ประกอบด้วยประเทศ Brazil Russia India China และ South Africa) ที่เมื่อ Durban ประเทศอัฟริกาใต้ ประธานาธิบดี Xi Jinping ได้ตอกย้ำถึงความมุ่งหวังในความร่วมมือที่มากขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจชลอตัว
BRICS ซี่งก่อตั้งมาประมาณ 5 ปี ยังอยู่ในขั้นพัฒนา และควรมุ่งไปที่การสร้างความผูกพันให้มากขึ้น การปรับปรุงคุณภาพชีวิตคน 3 พันล้านคนจะสร้างโอกาส ศักยภาพ จากการร่วมมือของ BRICS ขณะนี้การค้าระหว่าง 5 ประเทศ มีมูลค่าเพียง 1% ของโลก ประธานาธิบดี Xi Jinping ประกาศให้นักลงทุนจีนมีส่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยไปลงทุนในกลุ่มประเทศ BRICS และเชิญชวนนักลงทุนจากประเทศสมาชิกมาลงทุนในจีน. ในการประชุมได้มีการก่อตั้ง BRICS Business Council ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากทั้ง 5 ประเทศ ที่มีฐานะเท่าเทียมกัน ร่วมกันดำเนินการโดยไม่มีการตั้งผู้นำที่ถาวร ทำหน้าที่คล้ายกับ World Trade Organization แต่มีขนาดเล็กกว่า มีจุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้งทางการค้า ที่ประชุมยังได้ตกลงร่วมกันที่จะจัดตั้ง BRICS new development bank ต่อไป
บทเรียนที่ได้รับจากการอ่านบทความนี้ คือ การรวมตัวกันร่วมมือทางเศรษฐกิจของ 5 ประเทศได้แก่ บราซิล ,รัสเซีย,อินเดีย,จีนและอัฟริกาใต้
Learning Forum –Activities & Game Simulations
หัวข้อ EGAT LEADER & TEAMWORK
โดย ดร.เฉลิมพล เกิดมณี
16 พฤษภาคม 2556
- คนเราถ้าเลือกสิ่งไหน ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เลือก
อยากให้คนเราประสบความสำเร็จ และทีมมีความสำเร็จ ต้องเริ่มต้นที่
1. ต้องเห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำร่วมกันให้ได้
เช่น คุณค่าที่กฟผ.น่าจะเคลื่อนไป คือ วัฒนธรรมองค์กร ที่ควรค่าแก่การรักษา และปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย คือ ความรักองค์กร
กิจกรรม:
- จงเขียนความสามารถ ความเก่ง ความเชียวชาญ พรสวรรค์ ความชำนาญของตนเอง
- ให้เพื่อนเขียนความสามารถ ความเก่ง ความเชียวชาญ พรสวรรค์ ความชำนาญของคุณด้วยความปรารถนาดี
สิ่งที่ได้เรียนรู้
ถ้าสิ่งที่เราเขียน และเพื่อนเขียน คือ ธาตุแท้ของเรา
ถ้าเราไม่เขียน แต่เพื่อนเขียน แสดงว่าเป็นสิ่งที่เราแสดงออกแต่เราไม่รู้ เพราะฉะนั้นเราต้องมาจูนให้ตรงกัน
2. เกิดแรงบันดาลใจ inspiration ที่อยากปรับตัว และเกิดเป็นคุณค่าที่เห็นพ้องต้องกัน
3. เกิดฝันที่มีอนาคต Imagination แต่องค์กรที่อยู่มานานก็จะมีความฝันน้อย เพราะฉะนั้นต้องกลับไปสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆขึ้นมา
4. คนทีมีความฝันแล้ว จะทำให้สำเร็จแล้วต้องมีแรงขับเคลื่อนแบบมีความเพียร ความอึด (Endurance) และ Capability
สรุป ความสำเร็จ ต้องหา Value ให้เจอ และมีความเพียร แล้วช่วยกันสร้างฝันให้ไปถึงเป้าหมาย
คุณค่าที่ปรากฏ
- มีทั้งสิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เขาเป็น
- เมื่อเห็นคุณค่าของเราแล้ว ก็เอาคุณค่าไปใช้ในทีม ไปใช้ในงานก็ได้
ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต
- Intelligence Quotient ความฉลาดทางปัญญา คนกลุ่มนี้ต้องให้เหตุผล ต้องมีความยุติธรรม ต้องมีตัวชี้วัด และมีเงื่อนไขกำหนดร่วมกันที่ทุกคนยอมรับ
- Emotional Quotient ความฉลาดทางอารมณ์
- Moral Quotient คุณธรรม จริยธรรม
- Survival Quotient ความสามารถในการต่อสู้และเอาตัวรอด
บุคลิกภาพของคน
C นักทฤษฎี
ชัดเจน ถูกต้อง ตามกฎ มีเหตุผล ระมัดระวัง เป็นทางการมีหลักการ ยึดติดกับรายละเอียด ไม่ชอบเสี่ยง
D นักผจญภัย
กล้าตัดสินใจ เข้มแข็ง มุ่งมั่น ชอบการแข่งขัน มีข้อเรียกร้องสูง เป็นอิสระ มั่นใจในตัวเอง ดุดัน ผ่าซาก เอาตัวเองเป็นหลัก ใช้อำนาจ
S นักปฏิบัติ
สงบนิ่ง ระมัดระวัง อดทน เป็นผู้ฟังที่ดีถ่อมตน เชื่อถือได้ ไม่รับแนวคิดใหม่ ไม่แสดงออก ดื้อเงียบ ไม่แสวงหาการเปลี่ยนแปลง
I นักกิจกรรม
ชอบเข้าสังคม ช่างคุย เปิดเผย กระตือรือร้น มีพลัง ชักจูงใจผู้อื่น ร่าเริง โวยวายเสียงดัง ไม่ระมัดระวัง ตื่นเต้น รีบร้อน ไม่สนใจเรื่องเวลา
เมื่อรู้บุคลิกภาพของคนในทีมแล้ว ให้เราเข้าใจธรรมชาติของคน และออกแบบวิธีการทำงานของคนๆนั้น และมีความเชื่อถือด้วย
คนทุกกลุ่มสามารถเป็นหัวหน้าทีมได้ แต่ต้องคำนึงถึงบุคลิกของคนด้วย
การสร้าง Team
เวลาทำงานคนเรามีกายและใจ เวลาอยู่ด้วยกัน กายและใจจะมีพลัง
เมื่อทำงานเป็นทีมเอาใจมาด้วยกัน จึงจะรองรับภาระงานได้
หลักการทำงานเป็นทีม เป็นเรื่องของใจ ต้องเอาใจมาทำงานด้วยกัน ต้องคำนึงถึงคุณค่าที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน (win win) ของการเป็นทีมคืออะไร
สิ่งที่ถูกต้อง คือ สิ่งที่เป็นจริงเสมอ (fact) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องคำนึงถึงเสมอ
เมื่อเราก้าวไปสู่ผู้บริหารต้องเปิดใจให้กว้าง ยิ่งตำแหน่งสูงขึ้นเท่าไหร่ ความเป็นตัวตนก็ไม่เหลือ แต่ต้องทำยังไงให้ทุกใจเข้ารวมเป็นหนึ่งเดียวให้ได้
เมื่อใจกว้างแล้วต้องมีการสื่อสาร ทำให้ทุกองค์กรเคลื่อนไปได้ คุณค่าและความเพียรต้องปรับให้เหมือนกันให้ได้
กิจกรรม จงเขียนรูปร่วมกัน
โดยให้ยกปากกาได้คนละหนึ่งครั้ง และห้ามพูดหรือสื่อสารกัน
กิจกรรม ใจประสานใจ
โดยให้ยกปากกาได้คนละหนึ่งครั้ง และอนุญาตให้พูดหรือสื่อสารกันได้
กลุ่มที่ 4 รูปที่ 2 เมื่อมีเป้าหมายร่วมกัน ทำให้วางแผนและยอมรับร่วมกัน
กลุ่ม 1 รูปที่เขียนร่วมกัน อยากให้รูปแรกเขียนวงกลมแล้วคนอื่นต่อกันได้ง่ายๆ
รูปที่ 2 ใจประสานใจ ก็มีการสื่อสารกัน และเขียนเป็นรูปหัวใจคล้องกัน แต่พอถึงคนที่ 3 มีไอเดียใหม่ว่าอยากให้มีมือมาโอบอุ้มหัวใจไว้ และสุดท้ายมีหัวใจล้อมปิดไว้
กลุ่ม 3 รูปที่ 1 รูปที่เขียนร่วมกันเริ่มด้วยคนแรกวาดรูปหัวใจ และคนต่อๆมาวาดหัวใจต่อกัน
รูปที่ 2 รูปใจประสานใจ
กลุ่ม 2 รูปที่ 1 เป็นรูปธรรมชาติ มีภูเขา ดอกไม้ ดวงอาทิตย์
รูปที่ 2 คุยกันแล้วอยากให้มีเป็นรูปหัวใจเพื่อประสานใจ
กลุ่ม 6 รูปที่ 1 ผู้นำวาดเป็นวงกลม คนที่ 2 วาดเป็นหูตาจมูก
รูปที่ 2 วาดเป็นวงกลม และประสานใจเป็นหนึ่งเดียว
กลุ่ม 5 รูปที่ 2 คุยกันว่าทำเป็นโซ่คล้องใจร้อยใจให้คนในกลุ่ม
สรุปว่า การทำงานถ้าไม่มีการสื่อสาร งานที่ออกมาก็ไม่มีประสิทธิภาพ และหลงกับเป้าหมายที่เราจะไป
ต้องทำปัจจุบันให้ดีที่สุด แล้วอนาคตก็จะดีเพราะแก้อดีตไม่ได้
Background ของแต่ละคนทำให้คนเรามองสิ่งต่างๆไม่เหมือนกัน ต้องยอมรับอย่างเป็นธรรมชาติว่าเป็นธรรมชาติของคนๆนั้น
เวลามองของ 2 สิ่ง ให้มองทั้ง 2 ด้าน ทั้งแง่ดีและแง่ลบ
ความสำเร็จของทีม ต้องมีการเลือกเครื่องมือที่ถูกต้อง ต้องมีเป้าหมาย เข็มทิศ เวลาที่ชัดเจน
การคิดอย่างเป็นกลยุทธ์
1. เป้าหมาย ให้แตกเป็นเป้าหมายย่อย
2. หาจุดยืน ปรับกรอบความคิด
3. วิเคราะห์
4. ต้องมีแรงช่วย
5. ต้องมีการวางแผน
6. การปฎิบัติ เราควรมีการปรับปรุงและพัฒนาอะไร
หากกฟผ.ตั้งกรอบความคิด วิธีการทำงานก็จะเปลี่ยน
กิจกรรมดูภาพยนตร์3ก๊ก ขงเบ้งใช้ตัวช่วยเยอะเวลาไปทำงาน ขงเบ้งเก่งคน เก่งวางแผน และเก่งเรื่องลมฟ้าอากาศ
ขงเบ้งใช้ตัวช่วยแผนลูกหาลูกเกาฑัณฐ์จากโจโฉโดยใช้หุ่นฟาง โดยอาศัยแรงศัตรูเป็นตัวช่วย เห็นลักษณะความเป็นผู้นำของขงเบ้งเมื่อทำงานสำเร็จ โดยการเลี้ยงฉลองให้ลูกน้อง ทำให้ลูกน้องมีความรู้สึกว่าได้เป็นส่วนร่วมที่ทำให้งานสำเร็จ
ขงเบ๊งอยู่กับปัจจุบันโดยไม่มีอดีต และอนาคต ควรนำไปปรับใช้กับผู้นำในยุคปัจจุบันด้วย
งานเราจะประสบความสำเร็จสูง ถ้าเราเลือกตัวช่วยที่เหมาะสม
- สภาพภูมิศาสตร์
- เวลา
- สถานการณ์
- เทคโนโลยี
- คนรอบข้าง
ตัวช่วย คือ คนที่เก่งในสาขานั้นๆ ทีมและผู้นำที่จะเดินไปข้างหน้าต้องไม่สนใจอดีตและอนาคต ต้องทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
หัวข้อ Art & Feeling of Presentation and
Effective Public Speaking
โดย อาจารย์จิตรสุมาลย์ อมาตยกุล
กิจกรรม: ให้จินตนาการว่าตอนเด็กเคยคิดว่าเราเคยอยากเป็นตัวละคร เป็นตัวการ์ตูนตัวไหน แล้วให้เขียนลงไปในกระดาษ และติดที่หน้าอกข้างซ้าย และคิดท่าประกอบตัวละครที่เรอยากเป็น แล้วให้ทุกคนเล่าเรื่องโดยนำเอาคำสุดท้ายของคนที่ 1 มาเป็นคำเริ่มต้นของคนที่ 2 เล่าไปจนครบคน
กลุ่ม 5
คนที่ 1 อยากเป็นคนขับแท็กซี่
คนที่ 2 มิกกี้เมาส์
คนที่ 3 BAT MAN
คนที่ 4 superman
คนที่ 5 โดเรมอน
สรุปกิจกรรมได้รับประโยชน์อะไร
1. การจัดกระบวนความคิด
2. ฝึกการใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
3. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม
4. มีการตื่นตัว
5. ฝึกการ Coaching
6. ทำให้การสื่อสารกันดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
วิชา Art & Feeling of Presentation เหมือนเป็น Acting coach ทำให้ครองใจ ตรึงใจ ชอบ ช่วย ดึงดูด (ตชด.) คนฟังเหมือน Juicy and Jazz 38 คือ พลังเสียง กับ 35 คือท่าทาง
สมองแบ่งเป็น 2 ซีก ตอนเด็กเราใช้สมองซีกขวาส่วนจินตนาการเยอะ เมื่อเราโตขึ้นเราใช้สมองข้างซ้ายเยอะ
ในวิชานี้อยากให้ก้าวออกจาก Comfort zone สู่ Leadership zone ทำให้พลังเกิด ฝึก
หัวใจให้ใหญ่ ใครอยากจ้องก็จ้องไป
วิชา AFP เรียนด้วย C+P คือ C คือ content และ P คือ presenter
C ต้องแม่น
P ต้องใช้หลัก communication เสียง 38% ท่าทาง 35%
การใช้เสียง ต้องฝึกเสียงให้มีพลัง หายใจเข้าทางจมูก เก็บลมที่ท้องน้อย และปล่อยลมที่ท้องน้อยออกมา
- Pitch
- Volume
- จังหวะ
I = Imagery
F = Feeling
P = Participation ทำอย่างไรให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมกับเรา เริ่มต้นเราต้องมี Concept เอาความคิดมารวมกัน และมีการออกแบบ ต้องอาศัยจินตนาการช่วย มีการเตรียมการ และต้องมีตัวส่งเสริม
สรุปได้ว่า IFP เป็นส่วนหนึ่งของ Juicy and Jazz พอได้อารมณ์ร่วม ได้มีกิจกรรมร่วมกันก็สามารถแปลทฤษฎีออกมาเป็นเรื่องราวได้ก็จำจำได้ และจะมี 3 c คือ
- Connect
- Change
- Contribute ทำให้ต่อยอดในเรื่องราวทีได้รับรู้มาได้
คนที่ Present เมื่อมี Inner ก็จะส่งพลังไปให้คนฟังได้ด้วย เพื่อให้สามารถตรึงใจคนฟังได้ดี
ในเรื่องของการสร้างสรรค์ จินตนาการจะพาคุณไปได้ทุกที่ เปลี่ยนจากการแข่งขันเป็นการสร้างสรรค์ How far we can go?
การพรีเซนต์งานที่ดี ต้องมีการเชื่อมโยงร้อยเรียงเรื่องราวทีกระจัดกระจายเพื่อรวบรวมเข้ามาให้ผู้ฟังเข้าใจได้ โดยใช้ตัวอย่างประกอบ และมี case study ด้วย
เทคนิค
1. เวลานำเสนองาน ต้องเดินให้ทั่ว ไม่อยู่นิ่งที่จุดๆเดียว
2. การก้าวผ่านความกลัว โดยรักษาอารมณ์ให้ปกติ
3. นอกเหนือจากการสร้างแรงบันดาลใจแล้ว มีวิธีสะกดจิตที่ทำให้เราก้าวออกมาแบบมั่นใจ
4. ใช้จินตนาการและVisualization
ทำความรู้ที่ยังกระจัดกระจายเพื่อรวบรวมข้อมูลเป็น Creative visual design เพื่อให้การนำเสนอที่สามารถถ่ายทอดออกมาก และทำให้ผู้ฟังประทับใจ
วันอังคารที่ 14 มีนาคม 2556
สิ่งที่ได้รับจากการบัลวีบำบัด
เป็นประโยชน์อย่างดียิ่งที่ได้รับความรู้จากการโภชนาการ อาหารใดควรลดหรืองดเว้น อาหารใดที่สามารถถบริโภคได้ รวมทั้งการออกกำลังกายโดยวิธีการวารีบำบัด เพื่อเผาผลาญแคลอรี่ ซึ่งจะสามารถลดน้ำหนักลงได้ แต่สิ่งที่ได้รับจากบทเรียนก็จะต้องนำมาปฏิบัติอย่างตั้งใจจริง เพื่อความแข็งแรงของร่างกายในอันจะปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
พีรพล สุขวิบูลย์
วันพุธที่ 15 มีนาคม 2556
ช่วงเช้า
สิ่งที่ได้รับจากการวิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับ กฟผ.
ได้มุมมองในการสะท้อนภาพของ กฟผ. ในฐานะคนภายนอกที่มองกฟผ. ในภาพของผู้ใช้ไฟฟ้า ลักษณะของผู้ลงทุน และ ผู้เสียภาษี ซึ่งกฟผ. ควรที่จะหาหนทางในการให้ข้อมูลข่าวสารสำหรับประชาชนในรับรู้ข้อมูลของ กฟผ. อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ท้าทาย กฟผ. เพื่อทำให้ กฟผ. เติบโตและยั่งยืน ก็จะต้องร่วมมือกันทุกๆฝ่าย เพื่อแก้จุดอ่อนของ กฟผ. หรือหาแนวร่วมที่จะช่วยให้ กฟผ. สามารถลงทุนและมีรายได้เติบโตในอนาคตต่อไป
ช่วงบ่าย
การก้าวสู่ประชาคมอาเชี่ยน
ความได้เปรียบของประเทศไทยสำหรับที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ อาจจะเตรียมความพร้อมในด้านของการเป็นศูนย์กลางผู้ควบคุมด้านพลังงานไฟฟ้า การจะมองความต้องการการใช้ไฟฟ้าควรมองในระดับ Asean เพื่อให้รองรับกับความต้องการด้านพลังงานของแต่ละประเทศ ในด้านของความเชี่ยวชาญของพลังงานไฟฟ้า เห็นว่า ประเทศไทยยังมีศากยภาพมากกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ กฟผ. จะต้องแสวงหาแหล่งพลังงานจากประเทศอื่นๆใน Asean เพื่อการลงทุนและมีรายได้เข้าประเทศในอนาคต
พีรพล สุขวิบูลย์
วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2556
ช่วงเช้า
สิ่งที่ได้รับจากการอบรม หัวข้อ EGAT LEADER & TEAMWORK
ได้รับความรู้ในการเป็นผู้นำว่า การจะทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้จะต้องให้ทุกคนในทีมเห็นจากคุณค่า แรงบันดาลใจ มีความฝัน ความสามารถ ความเพียร เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมาย
สำหรับผู้บริหารเอง ก็ต้องเปิดใจให้กว้าง รับฟังความคิดเห็น ทำใจให้แนบแน่น เห็นคุณค่าร่วมกัน เพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จ รวมทั้งการสื่อสารให้ผู้ร่วมงาน ได้รับทราบถึงเป้าหมายผลสำเร็จ ต้องสื่อสารแบบ Two Way เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบไปในทิศทางเดียวกัน
ช่วงบ่าย
Art and Feeling of Presentation
ได้เรียนรู้ในศิลปะของการแสดงออกในลักษณะของ พลังเสียง พลังท่าทาง ภาษาท่าทาง และพลังด้านระเบียบแบบแผน (Comfort Zone) การที่จะนำเสนอเรื่องราวต่างๆให้ทุกคนตรึงใจ ชื่นชอบ หรือ ดึงดูดได้ จะต้องใช้พลังทั้งสามอย่างดังกล่าว โดยจะต้องมี Imagery Feeling และ Participation ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการนำเสนอเรื่องราวนั้นๆ
พีรพล สุขวิบูลย์
สรุปการเรียนรู้ วันที่ 15 พค.56
หัวข้อ วิเคระห์ประเด็นท้าทายสำหรับ กฟผ.
เพื่อให้ กฟผ. เผชิญ กับภาวะต่างๆและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ควรจะต้องมีและดำเนินการดังนี้
- สุมหัวกันคิดและทำ
- เพื่อให้งานสำเร็จ บางคร้้งต้องเลี่ยงกติกาบ้าง แต่ต้องเป็นไปโดยสุจริต
- ต้องมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ กฟผ.
- ค้นหา บุคคลและโครงการที่ กฟผ.มีศักยภาพในการดำเนินการ แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในตอนนี้ เพื่อเตรียมพร้อมไว้เมื่อโอกาสมาถึง จะได้สามารถดำเนินการได้ทันที
- จัดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบและดำเนินการเกี่ยวกับงานที่เกี่ยวเนื่องกับ AEC เช่น ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ
สรุปการเรียนรู้ วันที่ 15 พค.56
หัวข้อ กฟผ.กับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนและระชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
- จัดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบงานหรือโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับ AEC
- ให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเปิดโอกาสในการสร้างธุรกิจ
บุคลิกภาพของนักบริหารยุคใหม่
โดย อาจารย์นภัสวรรณ จิลลานนท์
17 พฤษภาคม 2556
ความประทับใจแรกพบของผู้ที่เจอกันครั้งแรกที่ตัดสินว่าเราชอบหรือไม่ชอบคืออะไร
- Image ภาพลักษณ์ภายนอก: แต่งกายและเครื่องใช้แสดงถึงรสนิยมที่ดี ตั้งแต่ Head to toe
- แนะนำให้ผู้ชายที่สูงวัย ย้อมผมให้ดูธรรมชาติ แต่ไม่ควรเป็นสีดำ เพราะจะดูหลอก ควรเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเข้ม
- ผู้หญิง ควรดูแลผมให้ดี ให้เหมาะกับตำแหน่ง เป็นเรื่องที่สำคัญ
- หน้า ต้องดูแลไม่ให้มัน ไม่ควรนำแป้งเด็กมาทา เพราะจะขาวหลอกเกินไป ควรเป็นแป้งฝุ่นสีเนื้อ
- เล็บ ผู้หญิงควรไว้เล็บให้ยาวพอประมาณ มือจะดูเรียวขึ้น
- กางเกงของผู้ชาย ไม่ควรยาวเกินไป ขาวตัดขาให้พอดี
- ผู้ชายที่มีพุง ควรให้กางเกงอยู่ระดับเอวไม่ควรให้เอวต่ำ เพราะจะเน้นพุง
- ผู้ชายที่มีรูปร่างพอดี ควรใส่กางเกงที่มีจีบ เพราะจะทำให้ดูหนุ่มขึ้น ขากางเกงควรให้เป็นทรงขาตรงจะยิ่งดูเพรียวขึ้น
- ผู้ชายหน้าเหลี่ยม ไม่ควรแสกกลาง ควรแสกข้าง และที่สำคัญหากใส่แว่นก็ไม่ควรเป็นทรงเหลี่ยม
- ผู้หญิงที่มีสะโพก ไม่ควรคาดเข็มขัด หากใส่เสื้อเชิ้ตควรใส่เสื้อเชิ้ตชายตรง ไม่ใช่ขอบเชิ๊ต เพราะจะเน้นสะโพก
ความประทับใจในการแต่งกายมีถึง 55%
น้ำเสียง 38%
คำพูด 7%
บุคลิกภาพของคน ดูที่
- การแต่งตัว
- มาด
- พูดจาดี
- กาลเทศะ
- อารมณ์ดี
3 องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อบุคลิก
1. สีสัน คนผิวคล้ำ คน 2 สี สีแดง สีน้ำเงินเข้ม สีเขียวทหาร สีที่มีดำหยด
2. สัดส่วน
- หากเป็นผู้ชายไหล่เล็ก ไม่ควรใส่เสือโปโล ควรใส่เสื้อที่มีลายพาดจะดูพรางสายตา ตรงกันข้ามคนไหล่กว้าง ไม่ควรใส่เสื้อที่ใส่เส้นพาดและมีเส้นนำสายตา
- กางเกงยีนส์ ควรใส่เอวสูง เพราะจะทำให้ดูขายาว
3. เส้นสาย
- ผู้หญิง ขาใหญ่ไม่ควรใส่กระโปรงสั้น และ ไม่ควรใส่ทรงเอ
- กางเกงผู้ชายควรใส่ทรงตรง ไม่ยาวเกินไป
- เนคไท้ ความยาวควรลงมาถึงกลางเข็มขัด ดูให้เหมาะกับรูปร่างไม่ใหญ่เกินไป และไม่เล็กเกินไป
สีโทนร้อน
- แดง
- เหลือง สนุกสนานร่าเริง
- ชมพู
- ส้ม แสดงถึงแข็งแรง
- น้ำตาล
สีโทนเย็น
- น้ำเงิน
- เขียว สุขภาพดี
- ขาว
- เทา
- เงิน
** สีม่วงแดง คนผิวสองสีไม่ควรใส่
ผู้หญิง: เวลาไปทำงานไม่ควรใส่รองเท้าเปิดนิ้ว เพราะดูไม่สุภาพควรใส่รองเท้าทรง Slim back มีสายรัด กระโปรงทำงานไม่ควรสั้นเกินไป
- กระเป๋าสะพายผู้หญิง ไม่ควรใหญ่เกินไป ไม่ควรสะพายไหล่ เพราะทำให้ไหล่เอียง บุคลิกเสีย
- ปากกา ผู้บริหารควรเลือกปากกาที่ดูดี จะเสริมบุคลิก
การนั่ง
นั่งอย่างไร.......ให้สง่างาม
• นั่งเก้าอี้ ให้นั่งตัวตรง
หญิง หลังพิงพนัก เท้าชิด เข่าชิด มือวางบนหน้าขา
ชาย หลังพิงพนัก เท้า และเข่าแยกจากันเล็กน้อย มือวางบนหน้าขา
• ถ้าเป็นเก้าอี้มีเท้าแขน เมื่อนั่งตามลำพัง จะเอาแขนพาดเท้าแขนก็ได้ ไม่ควรนั่งโดยเอาปลายเท้า หรือขาไขว้กัน อย่าง”ไขว่ห้าง” ควรนั่งเต็มเก้าอี้ อย่านั่งโยกเก้าอี้
ถ้าเป็นสุภาพสตรี ให้ระมัดระวังเรื่องเครื่องแต่งกาย อย่าให้ประเจิดประเจ้อ
การไหว้
- ทำกระพุ่มมือที่อก แล้วก้มศีรษะลงมา
สิ่งสำคัญ อย่าให้มีพุง ไหล่ห่อ
กรณี ไปเยี่ยมผู้ใหญ่ที่บ้าน ควรศึกษาเรื่อง Seating position ให้ดี
1. การให้เกียรติคน
2. ความปลอดภัย
3. ความสะดวกสบาย
4. อัธยาศัยไมตรี
5. ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
เจ้าของบ้านควรนั่งใกล้ประตูบ้าน เพื่อความสะดวกสบาย
กรณีหาผู้ใหญ่มากๆ ผู้ใหญ่จะชินกับการนั่งที่เดิม หากเป็นโซฟาอันเดียวกัน ไป 3 คน ควรเลือกให้คนนั่งโซฟาข้างผู้ใหญ่เป็นคนที่สนิทที่สุด
การนั่งรถ
ควรดูเรื่อง Protocol ให้ดี
หากเป็นรถตู้ ผู้ใหญ่ควรนั่งตรงกลางแถวแรก คนที่ขึ้นก่อน ควรเป็นคนที่นั่งข้างหลัง เวลาลงแถวแรกผู้ใหญ่ต้องลงก่อน
การขึ้นบันได
ผู้อาวุโสขึ้นก่อน ตามด้วยผู้หญิง แล้วก็ผู้ชาย
พิธีรดน้ำสังข์
รดผู้หญิงก่อนเพราะเป็นการให้เกียรติผู้หญิง แล้วรดผู้ชาย
มารยาทบนโต๊ะอาหาร
เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร ในการมีมารยาทบนโต๊ะอาหาร
1. อย่าพูดเมื่อมีอาหารเต็มปาก
2. วางผ้ากันเปื้อนบนหน้าขา
3. เวลาเคี้ยวอาหารให้ปิดปาก
- การถือส้อมกับมืด ใช้ส้อมเป็นตัวยึดอาหาร แล้วใช้มีดออกแรงไม่ต้องมาก มีดอยู่ข้างล่าง ส้อมอยู่ข้างบน เวลาจิ้มอาหารเข้าปาก ให้คว่ำเข้าปาก ไม่ใช่หงายมือ
- ผ้ากันเปื้อน เป็นตัวอกว่าเราทานเสร็จแล้วหรือยังจะทานต่อ
- ช้อนส้อมที่วางอยู่บนโต๊ะหลายคู่ ให้ใช้จากคู่นอก เข้าข้างในไล่เป็นคู่ตามลำดับ
คำถาม
1. ตอนชนแก้วมีมารยาทอย่างไร
- ให้ยกแก้ว ไม่ต้องชนแก้วเสียงดัง
2. ถ้าในจานอาหารมีถั่ว ใช้ส้อมคว่ำ หรือ หงายขึ้น
- .ใช้ส้อมจิ้มแบบคว่ำ แล้วใช้มีดอัดไม่ให้หลุดจากปาก
3. การเดินตามเจ้านายเดินทางซ้าย หรือ ขวา
- เดินตามทางด้านซ้าย
4. การนำเจ้านาย ต้องเดินนำทางด้านไหน
- จำไว้เสมอว่าเดินนำต้องนำทางด้านขวา และผายมือขวาเปิดทางเสมอ
สรุปการเรียนรู้ วันที่ 16 พค.56
หัวช้อ EGAT LEADER & TEAMWORK
- ทีม จะต้องมีคุณค่าที่พ้องกัน จึงจะมีแรงบันดาลใจและมีจินตนาการที่จะนำพาทีมไปสู่เป้าหมาย โดยมีความสามารถและความเพียรเป็นเครื่องมือที่สำคัญ
- ใช้ 4Q (IQ EQ MQ SQ) ในการตัดสินใจ
- หัวหน้าทีมต้อง
1. ตระหนักว่ามนุษย์ทุกคน ไม่มีความแตกต่างทางพันธุกรรม แต่เพราะโอกาสที่ต่างกัน ทำให้คนเก่งไม่เท่ากัน
2. ใจกว้าง ไร้ตัวตน & ให้มากกว่ารับ
3. จัดให้มีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพภายในทีม
4. เลือกตัวช่วยให้เหมาะสม
5. ให้ทีมมีความความรู้ร่วมในการภาคภูมิใจในความสำเร็จ
6. เข้าใจบุคลิกภาพของคนในทีม ว่าเป็นแบบใด (C-นักทฤษฎี D-นักผจญภัย S-นักปฏิบัติ I-นักกิจกรรม)
สรุปการเรียนรู้ วันที่ 16 พค.56
หัวช้อ Art&Feeling of Presentation and Effective Public Speaking
- สิ่งที่ทำให้ผู้รับฟังการนำเสนองาน สนใจและจดจำได้คือ น้ำเสียงและท่าทาง ใช้เทคนิค JJ (Juicy&Jazz)
- ใช้เทคนิค 3C : Connect (เชื่อมโยงกับผู้ฟัง) Change (เปลี่ยนผู้ฟังให้สนใจ) Contribute (ทำให้ผู้ฟังนำสิ่งที่นำเสนอไปต่อยอดได้)
- เชื่อมโยงและร้อยเรียง เรื่องราวที่พบเจอเข้ากับเนื้อหาที่นำเสนอ
- ใช้รูปภาพประกอบ
สรุปการเรียนรู้ วันที่ 17 พค.56
หัวช้อ บุคลิกภาพของนักบริหารยุคใหม่
- ปัจจัยที่จะทำให้เป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็น ตั้งแต่แรกพบ คือ การแต่งตัว การมีมาด พูดจาดี มีกาลเทศะ อารมณ์ดี
- องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อบุคลิก คือ สีสัน สัดส่วน เส้นสาย
- มารยาทในการรับประทาอาหารตะวันตก
- ท่าทางการนั่ง การเดิน การยืน
- ตำแหน่งการนั่งในการนั่งรถ การประชุม การเยี่ยมเยือย ให้คำนึงถึง
1.ให้เกียรติ
2. ปลอดภัย
3. สะดวกสบาย
4. อัธยาศัยไมตรี
5. เป็นระเบียบเรียบร้อย
หัวข้อ “จากประสบการณ์การทำงานที่ ป.ป.ช.” สู่การปรับใช้ที่ กฟผ.
โดย ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ
17 พฤษภาคม 2556
ท่านวิชา: ประสบการณ์การทำงานที่ ป.ป.ช.” สู่การปรับใช้ที่ กฟผ. จัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันทุจริต เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของประเทศ การเกิดการทุจริต ฉ้อโกง การเอารัดเอาเปรียบ มาจากระบบที่เสียหายมาจากระบบอุปถัมภ์ ซึงเป็นระบบที่รุนแรงที่สุด ซึ่งเป็นเหมือนกันหมดในประเทศในแถบเอเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี ใต้ จีน ก็ต่อสู้กับระบอบนี้เช่นกัน
ระบบอุปถัมภ์เป็นระบบที่ทำลายประเทศชาติมาก เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเมื่อ 2 ปี ก่อน เกาหลีใต้ฝากลูกเข้าเรียนต้องเสียเงินมาก แต่ปัจจุบันนี้ที่ประเทศเกาหลีใต้ไม่มีระบอบนี้แล้ว
ประสบการณ์ที่อยู่ในระบอบอุปถัมภ์ คือ เมื่อถูกตำรวจจับก็เสียเงินค่าปรับให้ตำรวจ
เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกตำแหน่งต้องอยู่ในระบบจริยธรรมที่เข้มงวด ประเทศญี่ปุ่นห้ามราชการตีกอล์ฟกับนักการเมืองเป็นเด็ดขาด เพราะจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง
ดัชนีชี้วัดความโปร่งใส แสดงให้เห็นว่าประเทศนั้นๆมีการทุจริตมากหรือน้อย สิงคโปร์ อยู่อันดับที่ 1 และ 2 ตลอด ญี่ปุ่นอันดับ 10 ประเทศไทยอันดับ 88
นักปฎิรูปของญี่ปุ่นไปศึกษาที่ประเทศอเมริกา เรียนรู้ว่า ต้องเปลี่ยนเป็นระบบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม ประเทศอุปถัมภ์ ไม่ค่อยยืนบนขาตัวเอง จะอ่อนแอที่สุด ญี่ปุ่น เรียนรู้ว่ายุโรป หรือ อมริกามักจะยอมรับของคนทีอยู่ร่วมกัน
ญี่ปุ่นมีการแบ่งวรรณะของคนที่ขับรถแท็กซี่อย่างชัดเจน ระบบญี่ปุ่นบอกเลยว่าต้องเอาชนะระบบอุปถัมภ์ให้ได้ ต้องเปลี่ยนความคิดด้วย
การแปรเปลี่ยนองค์กรเริ่มต้นที่
- การเปลี่ยนคุณค่าและพฤติกรรมของภาวะผู้นำ
- ดังนั้นองค์กรจึงมิได้แปรเปลี่ยนหากแต่พนักงานต่างหากที่ต้องเปลี่ยน
การมาฝึกอบรมเป็นเรื่องดี แต่เราไม่สามารถที่จะไปปฏิรูปสังคมได้เพราะไม่ใช่ผู้นำที่แท้จริง ประเทศไทยมีระบบบริการที่ดีมาก โรงแรมติดอันดับสูงตลอด เช่น โรงแรมโอเรนเต็ล เพราะถือว่าพนักงานทุกตำแหน่งมีภาวะผู้นำหมด แม้กระทั่งแม่บ้านก็เลือกที่คุณภาพสูง
โรงแรมระดับสูงสุดหมายถึงทุกอย่างเนี๊ยบหมด ทุกอย่างไม่เคยหาย เพราะมีวิธีการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานทีมีคุณภาพ อีกทั้งมีคุณธรรม จริยธรรมสูง
Humanity ถือว่ามนุษย์มีศักดิ์ศรี มุ่งประโยชน์ส่วนตนให้น้อยลง มุ่งประโยชน์ส่วนรวมให้มากขึ้น ต้องเชื่อมั่น ต้องศรัทธา ต้องยินยอมพร้อมใจดำเนินชีวิตตามคุณค่าที่มุ่งประโยชน์ส่วนตนน้อยลงมุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากขึ้น
ตัวอย่าง หากท่านทำงานในรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง มีตำแหน่งงานว่าง ตรงกับที่น้องชายตนเองเรียนจบ ท่านจะมีวิธีช่วยน้องชายอย่างไร
- Conflict of interest ต้องแยกแยะว่าอะไรเป็นเรื่องส่วนตัว อะไรเป็นเรื่องส่วนรวม เพราะฉะนั้นจึงมองดูว่าระบบอุปถัมภ์จะคาบเกี่ยวเรื่องแบบนี้เสมอ
ประเทศญี่ปุ่น การทำงานจะแยกการทำงานออกจากเรื่องส่วนตัว ไม่ยอมให้ใครเสียเปรียบ ต่างจากคนไทยที่ไม่แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว
ประเทศไทยควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพราะอีก 2 ปี อาเซียนเสรีกำลังจะเปิด ความไร้พรมแดนก็จะเข้ามา มีอนุญาโตตุลาการ มาตัดสินวินิจฉัยว่าให้ความเป็นธรรมกับประเทศอื่นๆ ที่เข้ามาแข่งขันด้วยหรือไม่
เราพร้อมที่จะก้าวไปสู่กระบวนการที่ก้าวหน้า Globalization หรือยัง คือ ต้องลดเรื่องเห็นแก่ตัว เพิ่มเรื่องส่วนรวมให้มากขึ้น
คนไทยไม่ค่อยมีเรื่องจิตสำนึกสาธารณะซึ่งมีความจำเป็นมากที่จะต้องเปลี่ยน Attitude ของคนไทย
ความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงคุณค่าและพฤติกรรมต้องแพร่หลายทั่วทั้งองค์กรสมาชิกขององค์กรต้องกระทำตาม คุณค่าและพฤติกรรมที่ประกาศไว้ต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าที่ไม่ขึ้นกับลักษณะส่วนตนของสมาชิกในองค์กร
ช่วงระยะเวลาที่ทำงาน ท่านได้แสดงความเป็นภาวะผู้นำมากน้อยเพียงใด
ประเทศภูฐาน ประเทศเล็ก 7 แสนคน อยู่บนเทือกเขาหิมาลัย ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เจ้าชายจิ๊กมี่ ชื่นชมหลักพอเพียงของในหลวงมาก และมีการยึดหลักแห่งความสุข โดยมีการสำรวจผู้คนอยู่เสมอ ให้นักสถิติไปเก็บข้อมูลของประชากรทั้งข้อมูลทั่วไป และความสุขด้วย
นักวิจัยของภูฐานพบว่า ยิ่งมีรายได้น้อยยิ่งมีความสุขมาก เพราะไม่มีความกังวล ปรับระบบชีวิต มีน้อยใช้น้อย การที่บรรลุธรรมได้เพราะเราเป็นมนุษย์ เห็นภัยไข้เจ็บ เห็นได้ว่าคนที่บรรลุธรรมได้ คือ คนที่ได้รับความยากลำบาก และชีวิตมีคุณค่าในตัวเอง
สิ่งที่ปัจจุบันต้องทำคือเรื่องที่ทำให้เป็นประโยชน์ต่อองค์กรจริงๆ
มนุษย์ทุกคนสามารถทำสิ่งเล็กได้ แต่ทำด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่ เอาใจใส่ในสิ่งที่ทำหรือใส่ passion ลงไปด้วย อยากให้ทุกองค์กรมีวัฒนธรรมแบบนี้ ซึ่งจะกลายเป็นวัฒนธรรมของชาติ
Corrupt คือ ทำในสิ่งที่เราต้องการก่อน บิดเบือนเวลา บิดเบือนตำแหน่งหน้าที่ เอาเวลางานไปทำอย่างอื่น
การตรงต่อเวลาของชาวต่างชาติเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ผิดกับวัฒนธรรมคนไทยที่ชอบมาสาย
องค์กรต้องเป็นหน่วยชีวิตอิสระสะท้อนคุณค่าโดยรวมของสมาชิกต้องทำให้สมาชิกองค์กร
มีความสำนึกในจุดมุ่งหมายและวิสัยทัศน์อันเป็นจุดร่วมกันกลายเป็นจิตวิญญาณขององค์กรซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์สูงสุด
สหพัฒนพิบูลย์ มีโรงไฟฟ้าที่เอื้อให้กับคนในพื้นที่ เป็นชุมชนเดียวกันทั้งคนที่อยู่ในโรงงานและอยู่นอกโรงงาน และมีของมาขายในชุมชนให้ได้ของดีในราคาถูก
ลักษณะขององค์กรที่ปรับเปลี่ยนคุณค่าไม่เหมือน Re-engineering ซึ่งเป็นแค่เอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาแทนคน มีผลกระทบเกิดกับบุคคลคือ คนจะต้องถูกมองเพราะเป็นระบบที่เล็กลง และเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ คนก็ต้องถูกออกไป
เพราะฉะนั้นการปรับเปลี่ยนด้วยคุณค่าของคนเหมือนการต่อต้านทุจริต เหมือนเป็นการต่อต้านชุมชนมนุษย์เน้นเรื่องกายภาพเป็นหลักไม่คิดถึงคน เนื่องจากไม่สอดคล้องความเป็นมนุษย์
มององค์กรในฐานะเป็นหน่วยงานที่มีชีวิต เพราะมันไม่ใช่เครื่องจักร เพราะคนในองค์กรแสดงความรู้สึกออกมาได้ รู้จักปรับตัวให้เข้ากัน มีความรู้สึกนึกคิดที่แตกต่างกัน การมาจากครอบครัวที่ต่างกัน แต่ก็สามารถปรับอารมณ์ให้เข้ากันได้ เป็น EQ หรือ ความฉลาดทางอารมณ์รู้จักปรองดอง
หลัก 4 ข้อที่ทำให้องค์กรมีคุณค่า
1. Trust ต้องทำให้ทุกคนวางใจซึ่งกันและกัน เรียกว่า Trust in environment
2. ความซื่อสัตย์
3. ความกรุณา หมายความว่า อยากให้คนอื่นพ้นทุกข์ เวลาที่เพื่อนทำอะไรไม่ดี เราสามารถบอกเพื่อนได้
4. การแบ่งปัน คือ การเสียสละ การแชร์ความคิด ความรู้ หรือ ไปทำงานให้สังคม อ่านหนังสือให้คนตาบอด ก็เป็นการแบ่งปัน จะทำให้สังคมมีความสุขมากขึ้น มีอะไรต้องเกื้อกูลกัน
สรุป การเปลี่ยนแปลงองค์กร àเป็นการเปลี่ยนวิถีการกระทำ àเปลี่ยนวิถีความเป็นอยู่ àเปลี่ยนความเชื่อ àเปลี่ยนรากฐานของพฤติกรรม
ระบบอุปถัมภ์ ทำให้ชาติบ้านเมือง ไม่ได้คนใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ เราจะเลี่ยงพ้น ต่อเมื่อเราไร้ระบบอุปถัมภ์ในองค์กร เมื่อใดที่ยังต้องติดต่อเกื้อกูล ก็จะเกิดปัญหาใหญ่กับองค์กร เพราะยังขาดความตระหนักในปัญหาเกิดขึ้นในทุกวัน
ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลง
ขาดความตระหนัก à เกิดความตระหนัก àเรียนรู้พฤติกรรมใหม่ เพื่อทำให้เป็นองค์กรที่มีคุณค่าàฝึกฝนพฤติกรรมใหม่
การขับเคลื่อนขององค์กรที่เข้มแข็ง ต้องขับเคลื่อนที่ดังนี้
บุคคล
คุณค่าส่วนบุคคล
- ความสุจริต
- ความซื่อสัตย์
ทีมงาน
คุณค่าของทีมงาน
- ความเคารพ
- ความร่วมมือ
องค์กร
คุณค่าขององค์กร
- การเรียนรู้
- นวัตกรรม
และสังคม
คุณค่าเชิงสังคม
- จริยธรรม
- ความยุติธรรม
สิ่งที่ได้เรียนรู้ วันที่ 17 พค.56
หัวข้อ จากประสบการณ์การทำงานที่ ป.ป.ช. ของ ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ สู่การปรับใช้ที่ กฟผ.
สิ่งที่อาจารย์ได้ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาทุจริตของประเทศ สามารถนำมาปรับใช้ในการปลูกฝังจิตสำนักในความสุจริตและมีคุณธรรมใน กฟผ. ได้ ด้วยหลักการเปลี่ยนแปลงขององค์กรที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์
ประเทศชาติจะพ้นภัยคอรัปชั่น ถ้าประชาชนมีจิตสาธารณะและเห็นประโยชน์ส่วนรวมสำคัญกว่าประโยชน์ส่วนตน