คนเราเป็นมิตรกันได้แม้จะมีความคิดต่างกัน

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


                                           


  • วันนี้มีเวลานิดหน่อยสำหรับใหัตัวเอง เพราะหลานๆ เปิดเทอมแล้ว และกลับไปสู่อ้อมอกคุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ

  • ตลอดเวลา 2 เดือนที่หลานๆ มาอยู่กับดิฉัน ในหน้าที่ของคุณป้า ก็ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ในการส่งเสริมด้านความรู้พิเศษ กิจกรรมพิเศษๆ การผักผ่อน  ท่องเที่ยว  เรียนรู้ และรับประสบการณ์พิเศษค่ะ

  • ได้อ่านบทความในไทน์ไลน์ของ Face book ของกัลยาณมิตรที่แชร์กันมา   แต่ไม่แน่ชัดว่า ท่านใดเป็นผู้เขียนนะคะ ขอกราบขอบคุณเป็นอย่างสูงและขออนุญาตินำมาแชร์กันที่นี่นะคะ 

  • รู้สึกชอบและเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างมากค่ะ เลยเอามาฝากในบางตอนนะคะ " เป็นเรื่องของพ่อสอนลูก ที่ท่านสอนได้ครอบคลุมละเอียดละออค่ะ หากสามารถปฏิบัติได้ทุกข้อ ก็คงเป็นเรื่องที่ดีมากทั้งตนเองและสังคมค่ะ

                                                          with love : Bright lily 

                                                             


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พ่อสอนลูก
๕๓.

แมลงผึ้งชอบของหอมของหวาน
แมลงวันชอบของเหม็นของเน่าเสีย
ถ้าลูกชอบสิ่งที่ไม่ดีคบคนไม่ดีคิดไม่ดีพูดไม่ดีทำไม่ดีไปสู่สถานที่ไม่ดีแล้ว
ลูกก็จะเปรียบเช่นแมลงวันซึ่งไม่มีใครชอบหรืออยากจะให้ความรัก
แต่ถ้าลูกคิดดีพูดดีทำดีคบคนดีและไปแต่เฉพาะที่ดีลูกก็เป็นเช่นแมลงผึ้ง
คนดีใครๆก็อยากคบด้วยถ้าลูกเป็นแมลงผึ้งลูกก็จะได้พบกับดอกไม้
ถ้าลูกเป็นแมลงวันลูกก็จะได้พบกับของเน่าเหม็น
คำโบราณว่าไว้ขี้เกียจเป็นแมลงวันขยันเป็นแมงผึ้ง


๔๗.
การโกรธเป็นวิสัยของปุถุชน
การให้อภัยเป็นวิสัยของบัณฑิต
ลูกพ่อจะเป็นบัณฑิตจึงต้องฝึกการให้อภัยด้วยความมีเมตตา
เพราะเมตตาแก้ความโกรธได้

๔๘.
การเดินทางหมื่นลี้ต้องมีก้าวแรก
ยามลูกมีอำนาจจงอย่าเหลิงอำนาจ
ยามลูกมีความสุขก็อย่างหลงระเริง
ระวังความทุกข์จักตามมา


ก่อนจบท้ายหน้าที่ที่ลูกควรปฏิบัติต่อผู้อื่นคือ  การมอบน้ำใจให้แก่กันและกันดังต่อไปนี้

๑. ลูกควรมองทุกคนที่พบกันด้วยสายตาที่เป็นมิตร

๒. ลูกควรยิ้มให้ทุกคนที่พบกันเริ่มแรกยิ้มด้วยสายตายิ้มด้วยใบหน้าและริมฝีปากและด้วยจิตใจที่เป็นกันเอง

๓. ลูกควรทำความรู้จักกับผู้อื่นด้วยการยิ้มและทักทาย

๔. ลูกควรโบกมือส่งยิ้มให้กับเด็กๆที่ลูกพบเห็นโดยทั่วไป

๕. ลูกควรมองคนในแง่ดีให้มองว่าไม่มีใครจะเลวทั้งหมด

๖. ลูกควรมองว่าคนเราเป็นมิตรกันได้แม้จะมีความคิดต่างกัน

๗. ลูกควรกล่าวคำสวัสดียกมือไหว้ยิ้มหรือก้มหัวตามความเหมาะสมตามฐานะของตนแล้วแต่กรณี

๘. ลูกควรพยายามเรียกชื่อคนที่เราสนทนาด้วยระวังอย่าเรียกชื่อคนผิด

๙. ลูกควรตั้งใจรับฟังคนอื่นพูดอย่าขัดคอเขาต้องรู้จักสังเกตให้ดี

๑๐. ลูกควรใช้คำพูดให้ติดปากคือคำว่าขอบคุณขอโทษ

๑๑. ลูกควรพูดด้วยความสุภาพไพเราะอ่อนหวานไม่พูดหยาบคาย

๑๒. ลูกควรพูดชมเชยผู้อื่นเป็นประจำ

๑๓. ลูกควรพูดถึงคนอื่นและผู้บังคับบัญชาในด้านดีกับคนที่เขารู้จัก

๑๔. ลูกควรรู้จักขัดแย้งโดยไม่ให้เขาเสียน้ำใจ

๑๕. ลูกควรพูดคุยในสิ่งที่ผู้คุยให้ความสนใจ

๑๖. ลูกควรหาเรืองดีดีหรือเรื่องคนทำดีมาคุยกันบ้าง

๑๗. ลูกควรหาเวลางดเว้นการพูดที่ไม่ดีหรืองดเว้นการโกรธอย่างน้อย๑วันต่อสัปดาห์

๑๘. ลูกไม่ควรหาเรื่องจับผิดคนอื่นโดยไม่ใช้ปัญญา

๑๙. ลูกควรให้ความเห็นใจปลอบใจคนที่กำลังมีความทุกข์

ด้วยรัก….จากพ่อ


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------