Defeatism (ลัทธิยอมสยบแบบ Thugsinomic)

Thugsinomic = Defeatism

ลัทธิยอมแพ้ (defeatism)  ไม่ทราบว่ามันแผ่เข้ามาในสายเลือดไทยตั้งแต่เมื่อไหร่  แต่ผมทำนายว่าประมาณหลังช่วงรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช  ซึ่งเป็นยุคสมัยที่สยามเจริญทัดเทียมยุโรปในทุกเรื่องเทคโนโลยี  ไม่ว่าต่อเรือ เดินเรือ ปืนใหญ่  สร้างอาคาร

แถมยังนำยุโรปด้านวรรณกรรม โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน 

รากยอมแพ้ที่งอกมานาน  ได้แตกดอกออกใบ  ตราบถึงวันนี้รัฐบาลไทย นักวิชาการไทย  ได้สมาทานลัทธิยอมแพ้กันหมดสิ้นแล้ว ..........อ้างกันแบบ(มัก)ง่ายๆ ว่า กระแส โล”ภา”ภิวัตน์ มันแรง เราไม่อาจต้านอะไรได้  ต้องยอมจำนนเป็นสมาชิกหมู่บ้านโลก  ในโกลบอลวิลเลจ  ......ฝรั่งมันสั่งให้กินขี้ก็ต้องกินตามมัน


วิญญาณชาวบ้านบางระจันได้รับทราบแบบนี้ คงนอนสะดุ้งพลิกดิ้นใต้ดินอนุสาวรีย์  ไม่ได้มีสมาธิไปผุดเกิดเป็นแน่  เพราะวีรบรรพชนไทยเหล่านี้ท่านไม่เคยสมาทานลัทธิยอมแพ้  (non-defeatism)  ท่านจึงพลีชีพป้องชาติ  จากอริราชศัตรู   แม้กำลังน้อยกว่าร้อยเท่า ก็สู้แบบยอมตายถวายชีพกันทั้งหมู่บ้าน 

วันนี้เรามีกำลัง ๖๕ ล้านคน  ดร. อ.มหาลัย  อีกหมื่นแสน  (ลองเทียบปริมาณและคุณภาพกับชาวบ้านบางระจัน)   แต่กลับ ขี้ขลาด  ไม่กล้าสู้ ปล่อยให้ศัตรูเข้ามากินเมืองเต็มไปหมด  จนรายได้ gdp เป็นของต่างชาติ ๗๐ ปซ. เข้าไปแล้ว

แถมยังมี  boi (บ๋อย)  คอยรับใช้ ให้เขาเข้ามากันมากยิ่งขึ้น  ...ไม่ต่างอะไรกับนายจักรี (ถอดยศแบ้ว)  ที่เปิดประตูเมืองให้พม่าเข้ามาเผาเมือง  ลอกเอาทองไปหมด 


ยิ่ง ดร. Thugsin ที่อวดกันหนักหนาว่าฉลาด ล้ำเลิศ ก็ยิ่งยอมแพ้หนักกว่าใคร  ไม่เคยมีลอนสมองสักนิดที่จะคิดสร้างชาติ  กู้ชาติ   คิดได้แต่จะขายชาติ  ( ให้ทุนต่างชาติมาลง)  ทั้งที่ตนเองก็รวยเละ  สามารถลงทุนทำอะไรได้มาก 

พอคิดไกลสักหน่อย  ก็ยิ่งเตลิดใหญ่   ไถลจะไปสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษให้อำนาจต่างชาติมากกว่าปกติด้วยซ้ำไป  เพียงเพราะไปดูงานโง่ๆ มาจากเฉาโจวเมืองจีน 

หัวโง่ หางไม่เน่า ก็ประหลาดแหละหวา  อย่าสงสัยอะไรให้มาก  เดี๋ยวจะเครียดไปกว่านี้


...คนถางทาง (๑๐ พค. ๒๕๕๖) 


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สะกิดกวน...ชวนแหกค่าย----->สู่แดนใหม่...ไตเสรี



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เพิ่งสังเกตว่าชื่อ Thug-Sin นี่เหมาะกับตัวตนของเจ้าของชื่อคนนี้มากๆเลยนะคะ 

ถาง
IP: xxx.158.4.226
เขียนเมื่อ 

ท่านโอ๋ฯ...ศัพท์นี้ผมเป็นต้นบัญญัิติเอง  บัดนี้ระบาดไปทั่วโลกแล้ว   มีศัพท์บัญญัิติอีกหลายที่ดัง แต่ไม่มีใครรู้ว่าผมคือต้นบัญญัติ