คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย
รศ.ดร.เพชรรัตน์ ธรรมเบญจพล ร่วมกับ ฝ่ายชุมชนและผู้ด้อยโอกาส
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง
การวินิจฉัยโรคพืชอย่างง่ายและการใช้เชื้อสเตรป-พีอาร์ 87 การควบคุมโรค และส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ให้แก่
เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ จำนวน 50 คน เพื่อถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ด้านการตรวจ
การวินิจฉัยโรคพืชอย่างง่าย และการควบคุมโรคพืชด้วยชีววิธี
เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ให้มีประสิทธิภาพและได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล
โดย รองศาสตราจารย์ ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ เป็นประธานพิธีเปิดการอบรม
เมื่อวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2556 ณ ห้อง 7013 อาคารเรียนรวม
คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ ที่เข้าอบรมประกอบด้วย เกษตรกรในพื้นที่หมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบ้านหนองมัง
ตำบลโนนกลาง อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 30 คน เกษตรกรในพื้นที่หมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบ้านอุดม-สมบูรณ์ ตำบลชุมแสง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 5 คน เครือข่ายเกษตรกรจังหวัดขอนแก่นและสกลนคร จำนวน 5 คน เจ้าหน้าที่จาก สวทช.และมหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 10 คน
หัวข้อการบรรยายและปฏิบัติการ โดย รองศาสตราจารย์
ดร.เพชรรัตน์ ธรรมเบญจพล คุณรัติกาล ยุทธศิลป์ และคณะทีมงาน คณะเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบด้วย เรื่อง “โรคพืชและสาเหตุโรคพืช” “การตรวจโรคพืชอย่างง่ายสำหรับเกษตรกร”
“การวินิจฉัยโรคพืชอย่างง่าย: การตรวจโรคจากเชื้อรา” “การวินิจฉัยโรคพืชอย่างง่าย:
การตรวจโรคจากเชื้อแบคทีเรีย” “การตรวจโรคจากเชื้อไวรัสและรู้จักแมลงพาหะนำเชื้อไวรัส”
“หลักการจัดการโรคพืชที่ถูกวิธีและการควบคุมโรคพืชโดยชีววิธี"
แนะนำ “เชื้อสเตรป-พีอาร์ 87 ที่ใช้ควบคุมโรคพืชและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช”
สาธิตการใช้เชื้อสเตรป-พีอาร์ 87 และวิธีการเก็บรักษา สรุปและแลกเปลี่ยน-ซักถาม
โดยมีการประเมินผลผู้เข้าอบรมก่อนอบรม และหลังการฝึกอบรมด้วย
นอกจากนี้ยังมีการบรรยายโดย ดร.นุชนารถ
ตั้งจิตสมคิด รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร เรื่อง “การจัดการไส้เดือนฝอยรากปมในระบบการปลูกพืชอินทรีย์”
สาธิตวิธี “การขยายเชื้อราปฏิปักษ์ควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม และแลกเปลี่ยน-ซักถาม”
รองศาสตราจารย์
ดร.เพชรรัตน์ ธรรมเบญจพล กล่าวว่า โรคพืชมีความสำคัญมากต่อการผลิตพืชเพราะก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งด้านคุณภาพและปริมาณของผลผลิตพืช
และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภคในทุกระดับตั้งแต่ครัวเรือน ชุมชน ภูมิภาคและระดับประเทศ
ตลอดจนส่งผลกระทบต่อการส่งออกไปต่างประเทศด้วย อันเนื่องมาจากสารเคมีกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชที่ใช้ในแปลงผลิตมีปริมาณมาก
เกิดการสะสมและตกค้างในผลิตผลจากพืชจนเกินระดับที่กำหนดไว้ในเกณฑ์มาตรฐานอาหารปลอดภัยหรือเกณฑ์มาตรฐานของการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม
(Good
Agricultural Practice หรือ GAP) ซึ่งเกษตรกรส่วนมากเสียค่าใช้จ่ายไปกับการใช้สารเคมีกำจัดโรคพืชที่ไม่ถูกต้องและใช้ปริมาณมากเกินความจำเป็น
ส่วนหนึ่งเนื่องจากเกษตรกรยังขาดความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับชนิดและสาเหตุของโรคพืช
ไม่ทราบอาการโรคพืชเฉพาะตัวที่สามารถบ่งชี้ถึงสาเหตุโรคได้
จึงทำให้จัดการโรคพืชที่เกิดกับพืชที่ปลูกปลูกผิดพลาด เช่น
ใช้สารเคมีกำจัดโรคพืชไม่ถูกกับชนิดโรค ใช้สารเคมีไม่เหมาะสมกับระยะเวลา จึงเกิดการสะสมของสารเคมีในพืชและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
นอกจากนี้ยังทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น รวมถึงส่งผลเสียต่อสุขภาพและสภาพแวดล้อมการเกษตรในท้องถิ่น
ดังนั้น การควบคุมโรคพืชโดยชีววิธีซึ่งใช้เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์มาจัดการควบคุมเชื้อที่เป็นสาเหตุโรคพืชเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการปลูกพืชที่เน้นความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
ผู้ปฏิบัติงานในแปลงผลิตพืชและรักษ์สิ่งแวดล้อม
หากเชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ที่สามารถควบคุมโรคพืชได้มีความสามารถพิเศษเสริม เช่น
ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชด้วยก็จะเป็นการส่งเสริมการเจริญเติบโตให้พืช ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
และควบคุมโรคให้พืช รวมถึงนำไปสู่การจัดการโรคพืชที่ยั่งยืนได้
เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์เป็นสิ่งมีชีวิต เมื่อปล่อยไปในธรรมชาติที่มีการปลูกพืชและดูแลให้เจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสมแล้ว
เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ที่ดีเหล่านี้สามารถเจริญเพิ่มปริมาณได้ไม่มีที่สิ้นสุด
สามารถเข้าไปครอบครองพื้นที่รอบรากพืชเพื่อป้องกันระบบรากให้กับพืช ไม่ให้เกิดโรคได้ง่าย
กระตุ้นภูมิต้านทานโรคให้กับพืชปลูก และช่วยส่งเสริมให้ต้นพืชเจริญเติบโตได้มากกว่าต้นที่ปลูกในสภาพปกติ
จึงช่วยลดต้นทุนการผลิตได้
รองศาสตราจารย์
ดร.เพชรรัตน์ กล่าวต่ออีกว่า การส่งเสริมให้เกษตรกรได้มีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องในการวินิจฉัยอาการโรคพืชที่เกิดจากสาเหตุโรคพืชชนิดต่างๆ
โดยสามารถแยกลักษณะและความแตกต่างของอาการโรคพืชผักที่สำคัญได้ด้วยตนเอง
ทราบวิธีการจัดการโรคพืชอย่างง่ายที่สามารถปฏิบัติได้ทันทีเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคได้
ตลอดจนเข้าใจถึงบทบาทและวิธีการใช้เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ที่เหมาะสมกับชนิดโรคพืชเพื่อการจัดการโรคพืชที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
รวมถึงลดการใช้สารเคมีกำจัดโรคพืชได้อย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ
ลดค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ยและสารเคมี และที่สำคัญคือการสร้างสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ดีแก่เกษตรกร
“การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการวินิจฉัยโรคพืชอย่างง่ายและการใข้เชื้อสเตรป-พีอาร์ 87 การควบคุมโรคและการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชเป็นกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่จะช่วยให้เกษตรกรได้เข้าใจและรู้จักโรคพืชอย่างถูกต้อง
ตลอดจนสร้างทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการโรคพืชอย่างถูกวิธี
ประหยัดค่าใช้จ่าย และปลอดภัย รวมถึงได้รู้จักวิธีการใช้เชื้อสเตรปโตมัยซิส-พีอาร์ 87 ซึ่งเป็นเชื้อปฏิปักษ์อเนกประสงค์ที่ควบคุมโรคพืชและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช
ทำให้ได้ผลผลิตที่ดีทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมอบรมครั้งนี้
เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติและสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับเพื่อนสมาชิกในชุมชนของตนเองต่อไปได้” รองศาสตราจารย์ ดร.เพชรรัตน์ กล่าวในที่สุด
หลังการการฝึกอบรมแล้ว มีการมอบประกาศนียบัตร
แก่ เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านการฝึกอบรมทุกคนด้วย
กิตติศักดิ์ สิงหา วิเคราะห์ สังเคราะห์และเผยแพร่
สวัสดีค่ะ
แวะมาชมบันทึกนี้ค่ะ
เป็นกิจกรรมที่ดีและน่าสนใจมากๆ ค่ะ
ขอบคุณสำหรับบันทึกนี้นะคะ^^