ดูหนังเรื่อง The Oblivion มารู้สึกถูกใจคอหนังไซไฟอย่างผมมาก เทคนิค การตัดต่อ ยานอวกาศ เนื้อหาสมจริงมากๆ เนื้อหาประมาณว่า เกิดสงครามโลกกับมนุษย์ต่างดาว มนุษย์ชนะในที่สุด แต่กลับอยู่ในโลกของตัวเองไม่ได้ ต้องอพยพไปอยู่โลกอื่น แต่ยังไปไม่ได้ 100% ต้องมีการเก็บกวาดอะไรบางอย่าง คือมนุษย์ต่างดาวที่หลงเหลืออยู่ พระเอก (ทอม ครู๊ซ) มีหน้าที่เก็บกวาด ในหนังพระเอกต้องไล่ล่าศัตรูตัวฉกาจ อย่างเมามัน

แต่ในที่สุดพระเอกก็ถูกศัตรูที่ “เชื่อ” ว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวจับไป แต่กลายกลับเป็นว่าพวกที่จับไปเป็นมนุษย์นั่นเอง แล้วหัวหน้าของมนุษย์ที่จับไปเลยตั้งคำถามกับพระเอกว่า “ถามจริงๆ คุณเคยเห็นมนุษย์ต่างด่าวหรือ” พระเอกถึงกับงง เออใช่ไม่เคยเห็น ที่สุดก็เลยรู้ว่าตัวเองถูกหลอก ให้ฆ่าเพื่อนมนุษย์กันเอง เขาเองถูกมนุษย์ต่างดาว สั่งสอนมาให้ค้นหาและทำลายมนุษย์ที่เขาเชื่อว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว (รายละเอียดมากกว่านี้ลองไปดูเองครับ) เขาถูกหลอกมาตลอด เมื่อเห็นแจ้งเช่นนั้น เลยรวมพลังกับมนุษย์ แล้วสามารถทำลายมนุษย์ต่างดาวได้ในที่สุด
คำถามคือทำไมพระเอกในตอนแรก ถึงได้เชื่อนัก และอะไรๆ มันก็ดูสอดคล้องกับสิ่งที่เห็นไปหมด จนกระทั่งเจอความจริงกับตา จึงเปลี่ยนความเชื่อไป
ทางจิตวิทยามีคำอธิบายครับ เขาเรียกว่าพระเอกมีสกีมม่า (Schema) หรือโครงสร้างความคิดในสมอง ประมาณว่าถูกปลูกฝังความเชื่อมา เลยปฏิบัติตามทุกอย่าง ที่สอดคล้องกับความเชื่อของเขา Schema .. เป็นโครงสร้างความคิดในสมองที่ก่อตัวขึ้นมาจากการที่เรามีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม จากการเล่า การสังเกต ตั้งแต่เกิด จำเป็นต่อการอยู่รอดของมนุษย์มากๆครับ เช่นเราเห็นปลา เรารู้เลยว่าเรากินได้ นี่ไงครับโครงสร้างความคิดหรือ Schema ทำงานแล้ว เราไม่ต้องคิดมากเลย ไม่ต้องศึกษาอะไร ไม่ต้องพิจารณาอะไรให้มากมาย Schema ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น

Schema เกิดขึ้นอย่างไร มันก็เป็นไปอย่างนั้น ไม่ค่อยเปลี่ยน มนุษย์เมื่อรับรู้เหตุการณ์รอบตัวผ่านประสาทสัมผัสแล้ว ก็จะเอามาเทียบกับ Schema ว่ามันสอดคล้องกันหรือไม่ ถ้าไม่ก็ปฏิเสธ หรือไม่ก็พยายามปรับเปลี่ยนบิดเบือนให้เข้ากับรูปแบบของ Schema ของตนเอง
Schema ทำให้เราตอบคำถามได้ว่าทำไมคนเราจึงมีพฤติกรรมเหมือนๆเดิม กินอาหารแบบเดิมๆ ตัดสินใจแบบเดิมๆ นิสัยเดิมๆ ... ไม่ค่อยเปลี่ยน ย้อนกลับมาดูสิครับในหนัง Oblivion จริงๆ แล้วหัวหน้าฝ่ายกบฏตอนแรกก็คิดว่าจะทำลายพระเอก แต่ก็มีอะไรบางอย่างทำให้เขาฉุกใจ หัวหน้าฝ่ายกบฏเชื่อว่าพระเอกมีอะไรพิเศษในตัวเอง จึงวางแผนจับ แล้วก็เปิดเผยความจริงให้พระเอกทราบ ที่สุดโครงสร้างความคิดของพระเอกก็เปลี่ยน เปลี่ยนจนกลายไปเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ฝ่ายกบฏชนะในที่สุด

การพัฒนาองค์กรก็เหมือนกันครับ เรามีอะไรที่เรารู้สึกว่าคล้ายๆ Schema นั่นคือเรื่องความฝังใจ หรือ Mental Model (เม็นทอล โมเดล) นั่นเอง ในมุมมองของผมคล้ายๆกับคำว่า “ยึดติด” หรือ “ยึดมั่นถือมั่น” ในศาสนาพุทธครับ คุณคิดดูสิในองค์กรเรา มีคนดีๆ ระดับพระเอก ที่ “ฝังใจ” หรือ “ยึดมั่น” กับค่านิยม ความเชื่อ วิธีการทำงาน ที่เข า “เชื่อ” ว่าดี จนทำให้องค์กรล้าหลังไปก็มี กรณีศึกษาที่ดังที่สุดตอนนี้ผมว่าไม่มีใครเกิน Kodak ที่สมัยก่อนเป็นยักษ์ใหญ่เรื่องกล้องและฟิล์ม ทั้งๆที่เคยเป็นบริษัทที่มีเงินทุนสูง มีคนเก่งมาก แต่กลับจับกระแสกล้องดิจิตอลไม่ได้ ตอนนี้เละไปแล้ว บริษัทไม่สามารถ หรือไม่รู้จัก Schema ของคนในองค์กร ครับ ทำงานไปด้วยโครงสร้างความรู้เดิม ที่สุดก็ไปไม่รอด
ในทาง OD เรามีศาสตร์ที่ช่วยเปลี่ยน Schema เปลี่ยนพระเอกของเราไม่ให้มาฆ่าคนกันเองอย่างทอม คร๊ซครับ เรามีศาสตร์ที่นี่สนใจเช่น Dialogue องค์กรแห่งการเรียนรู้ Learning Organization KM และ Appreciative Inquiry ที่จะช่วยเปลี่ยนผู้ร้ายที่เชื่อว่าตนเองเป็นพระเอก ให้กลายเป็นพระเอกตัวจริงครับ ไม่งั้นก็ตัวใครตัวมันครับ

เรื่องราวที่เขียนทั้งหมดวันนี้ทำให้นึกถึงคำคมของชาร์ล ดาวิน นักวิทยาศาสตร์ผู้คิดทฤษฎีวิวัฒนาการครับ ที่บอกว่า "เผ่าพันธ์ที่จะสืบเผ่าพันธ์ต่อไปได้ ไม่ใช่เผ่าพันธ์ที่แข็งแรงที่สุด หรือ ฉลาดที่สุด หากแต่เป็นเผ่าพันธ์ที่มีความสามารถในการปรับตัวได้ดีที่สุด"
ผมว่าคำคมของดาร์วิน อธิบายปรากฏการณ์เรื่องนี้ได้เลย และนี่คือเหตุผลหลายๆอย่างที่ทำไมเราต้องศึกษา และสร้างความชำนาญในศาสตร์การพัฒนาองค์กร (Organization Development) ครับ
เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ
Credit รูปภาพ
http://www.usc.edu/programs/neuroscience/faculty/profile.php?fid=16
รูปที่สามจาก
http://www.experiencefilm.com/a-couple-featurettes-about-the-oblivion-production/
รูปที่สี่จาก
http://cristimoise.wordpress.com/2012/07/24/charles-darwin-quotes/
ส่วนเรื่อง Schema เขียนไว้ดีมากๆ ในหนังสือเรื่อง "จิตวิทยาเพื่อชีวิตที่กลมกล่อม" ครับ
เห็นด้วยค่ะ การปรับตัวมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อมาต้องรู้หน้าของตัวเองด้วยนะคะ
ได้อ่านเรื่องย่อแล้ว ก็ยิ่งอยากดูค่ะ จะหาโอกาสดูเร็วๆ นี้ค่ะ
สัปดาห์ที่แล้ว ต้องตามใจวัยรุ่น กับ Iron Man ค่ะ
ได้แง่คิดดีๆอีกแง่หนึ่งค่ะ น่าสนใจมากเพราะองค์กรส่วนใหญ่ก็ยังคงยึดติดกับ schema เดิมๆค่ะ
บังเอิญผมได้ดูหนังเรื่องนี้ พออ่านข้อความของอาจารย์ โอ้โห รู้สึกว่าเราจ่ายเงินแล้วได้น้อย ได้แค่บันเทิง แต่อาจารย์ได้อะไรเยอะแยะ จนสามารถนำมาแบ่งปันได้ นับถือ นับถือ ขอบคุณครับ