ชื่อหนังสือ เข็มทิศชีวิต  ผู้แต่ง ฐิตินาถ ณ พัทลุง

                                                    ตัวปัญหาที่แท้จริง คือ กายกับใจ

                    ก่อนอื่นดิฉันคิดว่าการที่คนเรามีงาน มีเงิน มีสิ่งของอำนวยความสะดวกเข้ามาในชีวิต จะเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับเรา แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปจะเป็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างปัญหาให้เราเลย แต่ตัวปัญหาที่แท้จริงคือ กายกับใจเราเองต่างหาก

                    ร่างกายของเราดูแลอย่างดีแค่ไหน เดี๋ยวก็ปวด หิว ขับถ่าย เมื่อย เหี่ยว ป่วย เมื่อเราได้เห็นได้เข้าใจร่างกายของเราว่า มันมีสภาพเน่าเหม็น เสื่อมโทรม เดี๋ยวหิว เดี๋ยวปวดเมื่อย ต้องขับถ่ายอยู่ตลอดเวลา ใจเราก็จะคลายความรักในร่างกายนี้ลง มันจะเหี่ยวไปบ้าง เจ็บป่วยไม่สบาย หรือแม้ยามจะตาย หากยังประคับประคองจิตใจไว้ได้ ตัวเองก็ไม่ทุรนทุรายเดือดร้อน คนรอบตัวก็จะได้เดือดร้อนน้อยลงไปด้วย จิตใจเรายิ่งแล้วใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่สุขสบายอย่างไร ก็ยังหาเรื่องให้เราต้องทำโน่นทำนี่ สนองความคิดจนเราต้องทุกข์ยากลำบาก ก็ยังไม่เคยหยุดคิด หยุดอยาก ปรุงแต่ง ไม่เคยหยุด ไม่เคยพอ แต่เมื่อเราได้ฝึกการตามรู้จิตใจตัวเองดีแล้ว สิ่งที่เราจะต่างกับตอนที่เรายังไม่ได้ฝึกก็คือ ตอนที่เรายังไม่ฝึก ใจของคนทั่ว ๆ ไปก็จะปรุง คิด ทุกข์ แต่ใจที่ฝึกดีแล้วจะเป็น ปรุง คิด รู้ จบไป ตัดกระแส หยุดความทุกข์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่มันเริ่มคิดเพื่อให้เราสามารถทำหน้าที่ได้ด้วยใจที่ปลอดโปร่ง เพราะชีวิตคนเรา เราอาจเลือกไม่ได้ให้มีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตเรา แต่เราสามารถเลือกที่จะทำหน้าที่ด้วยใจที่เป็นสุขปลอดโปร่งได้ เคยบ้างไหม ที่อยู่ดี ๆ ใจเกิดอยากกินบะหมี่เจ้านั้น หรือส้มตำเจ้านี้ ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน เราก็ดั้นด้นไปหามารับประทานตามที่ใจอยากจนได้ ในชีวิตเรา เราถูกกิเลสพาให้เราวิ่ง ๆ อย่างนี้ตลอดทั้งชีวิต แค่คิดอะไรขึ้นมาก็ต้องทำตามนั้น โดยที่ไม่ทันได้พิจารณาว่าเหมาะควรดีหรือไม่ แล้วถ้ามันไม่ใช่แค่เรื่องบะหมี่ชามเดียว หรือส้มตำจานเดียว แต่เป็นคนรัก ของรักของคนอื่น เงินทอง ข้าวของ ความร่ำรวยของคนอื่นล่ะ ถ้าเราไม่เฝ้าตามดูใจตัวเอง เมื่อเราเกิดอยากได้ แล้วทำตามที่เราอยาก เราก็อาจจะต้องไปแย่งแฟน หรือคนรักของคนอื่น หรือต้องไปเสี่ยง ไปโกงเขามา เพื่อให้มีอย่างที่อยากได้ หรืออยากเป็น โดยแค่อ้างกับตัวเองว่า ก็ทำไงได้มันรักไปแล้ว หรือเราก็มีสิทธิ์อยากได้ อยากมี อยากเป็น เหมือนคนอื่นเหมือนกัน หมาหรือแมวที่เอามาเลี้ยงไว้เรายังต้องฝึกให้ถ่ายเป็นที่เป็นทาง ฝึกให้ทำตัวดี ๆ คนที่เริ่มงานก็ต้องฝึกงาน แต่ใจที่เราใช้อยู่ทุกวันไม่เคยถูกฝึก เราปล่อยใจเหมือนลูกหมาที่ไม่เจ้าของ อยากทำอะไรก็ทำ แต่เมื่อเกิดทุกข์ขึ้นมาก็จนปัญญาจะช่วยเหลือตัวเองได้

                สุดท้ายนี้ชีวิตคนเราจะใช้ตา หู จมูก ลิ้น ร่างกาย จิตใจในการหาเงิน เสพสุขจากสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ความเพลิดเพลินแก่ตัวเอง ในขณะที่ใช้ความรู้ที่เราเรียนมาหาเงิน หาของ หาวัตถุ มาใส่ตัวให้ได้มากที่สุด แต่มีบางสิ่งซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่เราไม่เคยเรียนที่ทำให้การหาของเรา การเสพของเรา ไม่เคยพาเราไปสู่จุดหมายที่เป็นความสุขอย่างยั่งยืน