ขบวนการสุขภาพโลก (Global Health Movement) เป็นตัวอย่างของนวัตกรรมทางวิชาการ เพื่อเป้าหมายสุขภาวะของคนทั้งโลก ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่จะเน้นที่คนบางกลุ่ม (เช่น คนจน) หรือโรคบางโรคที่เกี่ยวข้องกับคนทั้งโลก หรือคนจำนวนมากในโลก (เช่น HIV/AIDS, มาลาเรีย, อ้วน, โรคเรื้อรัง, ชราภาพ) หรือประเด็นสำคัญบางประเด็น เช่น การสูบบุหรี่ ความปลอดภัยทางถนน ที่จริงเรื่องปัจจัยทางสังคมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (Social Determinant of Health) เป็นเรื่อง GH ทั้งหมด
ไทยเรามีจุดเด่นที่ระบบคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้า (UHC), PMAC, IHPP, HITAP, นพ. สุวิทย์, นพ. สมศักดิ์, นพ. วิโรจน์, MUGH, เป็นต้น เป็นทุนทำงาน GH
ผมมีอคติแบบฉันทาคติส่วนตัว ว่าระบบการศึกษาที่ดี ที่ทำให้คนทุกคนมี 21st Century Skills เป็นเรื่อง GH เพราะจะทำให้พลเมืองของตนสุขภาพดี ทั้งทางกาย อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ และรู้เท่าทันมายาต่างๆ ที่ชักจูงให้ใช้ชีวิตแบบเกินพอ และมั่นคงอยู่กับการดำรงชีพภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
งาน GH เป็นงานสหวิทยาการ และเน้นการเอาความรู้ไปใช้ ส่วนใหญ่เน้นใช้เชิงระบบ หรือเชิงนโยบาย
บันทึกส่วนข้างบน คือการทำความเข้าใจว่า GH คืออะไร ซึ่งจะไม่มีถูก- ผิด ไม่มีใครผูกขาดการนิยาม GH ได้
หลังจากเขียนบันทึกส่วนข้างบนเสร็จ ในเย็นวันที่ ๑๓ มี.ค. ๕๖ ผมก็ได้รับเอกสารแจก ๑ แผ่น จากการประชุม CUGH 2013 เป็นบทบรรณาธิการใน NEJM ฉบับวันที่ ๓ ม.ค. ๕๖ เรื่อง A Global View of Health --- An Unfolding Seriesที่เขียนโดย Harvey V. Feinberg (President ของ IOM) & David J. Hunter บอกว่านิยามของ GH มีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ และผู้เขียนเสนอนิยามง่ายๆ ว่าหมายถึง “สาธารณสุขของโลก” (public health for the world)
เขาอธิบายต่อว่า การสาธารณสุข (public health) ว่าด้วยสุขภาพของประชากร ในขณะที่การแพทย์ (medicine) เน้นที่สุขภาพของบุคคล และระบุนิยามของ IOM 2008 ไว้ อ่านเอาเองนะครับ เป็นนิยามที่กว้างมาก การวิจัยเพื่อทำความเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดโรค และวิธีป้องกันบำบัด ต่างก็เป็นกิจกรรมด้าน GH ทั้งสิ้น
ผมนำความรู้ที่ได้จากบทความนี้ มาตีความต่อ ว่ากิจกรรมเชิงนวัตกรรม ที่ประเทศไทยกำลังดำเนินการ เพื่อการสร้างเสริม และคุ้มครองสุขภาพของประชากร เป็น GH ทั้งสิ้น เช่น สสส., สปสช., สช., สวรส., เป็นต้น
คำถามต่อไป หุ้นส่วน GH มีใครบ้าง ตอบแบบกว้าง ทุกระบบสังคม ระบบโลก เกี่ยวข้องกับ GH หากมองจากมุมของ Deep Ecology (นิเวศวิทยาเชิงลึก) และหากมองแบบกริยา-ปฏิกริยา กิจกรรมเชิง GH ที่กำลังทำกันอยู่ ก็มีทั้งที่จะนำไปสู่สังคมที่เป็นธรรมเพิ่มขึ้น และที่จะทำให้ความเป็นธรรมในสังคมลดลง กลุ่มที่เป็นจำเลยมากที่สุดคือ บริษัทยาข้ามชาติ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจอาวุธ เป็นต้น ที่จริงพวกเราที่อยู่ดีกินดีเกินไป ฟุ่มเฟือยเกินไป ก็เป็นต้นเหตุทางอ้อมของความไม่เป็นธรรมในสังคมด้วย ตัวผมเองไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์
คำถามที่ ๓ ทำไมมหาวิทยาลัยมหิดล จึงต้องทำงานด้าน GH เรื่องนี้ท้าทายมหาวิทยาลัยมหิดลมาก เพราะเป็นมหาวิทยาลัยด้านสุขภาพ หากไม่ระวัง ไม่คิดให้ลึก มหาวิทยาลัยเองนั่นแหละ ที่จะเป็นผู้สร้างปัญหาต่อสุขภาพโลก ในมุมของความเป็นธรรมในสังคม
ศ. นพ. ประเวศ วะสี กล่าวบ่อยๆ ว่า คณะแพทยศาสตร์ทั้งหลาย มีทั้งเป็นส่วนสร้างปัญหา และเป็นส่วนของการแก้ปัญหาเชิงระบบ ของระบบสุขภาพ เพื่อให้คณะแพทยศาสตร์มีบทบาทเชิงบวกมากกว่าบทบาทเชิงลบ คณะแพทยศาสตร์ทั้งหลายต้องพัฒนาความรู้เชิงระบบ และมีส่วนเข้าร่วมพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ และของโลก มิฉนั้นคณะแพทยศาสตร์จะเป็นส่วนของปัญหา มากกว่าเป็นส่วนของการแก้ปัญหา โดยที่ตนเองก็ไม่รู้ตัว
คำถามที่ ๔ มหาวิทยาลัยสร้างความเข้มแข็งด้าน GH ของตนอย่างไร นี่คือเป้าหมาย ที่ผมร่วมเป็นคณะศึกษาดูงานด้าน GH ที่นครวอชิงตัน ดีซี และบริเวณใกล้เคียงระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๓ มี.ค. ๕๖ โดยไปดูงานที่ George Washington University, USAID, Johns Hopkins University, NIH, และ Georgetown University และร่วมประชุม 4th Annual CUGH Conference ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๑๕ มี.ค. ๕๖
ผมสรุปกับตนเองง่ายๆ ว่า วิธีสร้างความเข้มแข็งทำได้อย่างเดียวคือลงมือทำงานนั้น และสร้างความรู้ขึ้นจากการทำงานนั้น โดยที่การทำงาน GH ต้องมีลักษณะต่อไปนี้
๑. ทำงานร่วมกันในหลายภูมิภาคของโลก
๒. ทำงานร่วมกันโดยหลายสาขาวิชาการ
๓. เน้นเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสุขภาวะถ้วนหน้า
๔. เน้นนำเอาความรู้ที่ค้นพบแล้ว มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น
๕. เน้นสร้างความรู้ใหม่ อย่างมียุทธศาสตร์ และร่วมเป็นเครือข่าย เพื่อสร้างความก้าวหน้าของความรู้เพื่อสุขภาวะที่ดีกว่า
จะเห็นว่า GH เน้นที่ action และ impact โดยเน้นการทำงานแบบ innovative ซึ่งตรงกับจุดเน้นใน CUGH 2013
คิดตามนิยาม GH ข้างบน มหาวิทยาลัยมหิดล น่าจะดำเนินการ GH ของตนดังต่อไปนี้
- · ส่ง นศ. / อาจารย์ ไปทำงานวิจัยหรือเคลื่อนไหวนโยบาย GH ในต่างประเทศ เพื่อร่วมมือกัน และเปิดกระบวนทัศน์ให้มองเรื่องนั้นๆ จากมุมมองระดับโลก ไม่ติดวิธีคิดหรือเป้าหมายแคบเพียงภายในประเทศของตน
-
·
ดำเนินการ จัดการ ชักชวน โน้มน้าว ส่งเสริม ให้อาจารย์บางคนในภาควิชา
/ สาขาวิชา ที่มีความรู้และทักษะเฉพาะด้านเข้มแข็ง คือเก่งวิชาการแนวลึก ให้ออกมาทำงานแนวราบ
เชื่อมโยงกับประเด็นเชิงระบบ และทำงานร่วมกับนักวิชาการสาขาอื่นๆ และนำประสบการณ์ และความรู้ด้าน GH ของตนไปเล่าให้ประชาคมแพทย์เฉพาะทางได้รับรู้
และเพื่อรับเอาแนวความคิดของแพทย์/วิชาชีพสุขภาพอื่นๆ
มาปรับใช้ในการดำเนินการด้าน GH
-
·
ยุทธศาสตร์ นศ. ระดับบัณฑิตศึกษา (และระดับ ป. ตรี) ในสาขาสุขภาพโลก
โดยมีทุนการศึกษาดึงดูด นศ. ที่รักงานนี้
และมีความสามารถสูง มาศึกษาและทำงานด้านนี้
-
·
ยุทธศาสตร์การจัดการงานวิจัย
ทั้งยกระดับประสิทธิภาพประสิทธิผลของการจัดการงานวิจัยในภาพรวม และการจัดการงานวิจัย
ใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัย ให้ MUGH นำไปใช้ดึงดูด นศ./อจ. เข้ามาทำงานวิชาการ ตามโจทย์ที่มีผลต่อการพัฒนา
GH และดึงดูดทรัพยากรจากภายนอกเข้ามาใช้สนับสนุนงานของตน มองอีกมุมหนึ่ง เท่ากับมหาวิทยาลัยใช้ MUGH เป็นกลไกสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ ให้แก่ทุกภาคส่วนใน
ม. มหิดล และในประเทศไทย นั่นเอง
- · ยุทธศาสตร์ SSL (Success Story Leveraging) โดย MUGH เสาะหาผลงานดีเยี่ยมภายใน ม. มหิดล ที่จะมีผลกระทบต่อ GH สูงมาก นำมาส่งเสริมการทำงานขยายผล และเชื่อมโยงกว้างขวางออกไป ทั้งเชื่อมกับแหล่งทุนต่างประเทศ/ในประเทศ และเชื่อมโยงกับนักวิชาการในต่างประเทศที่ทำงานเรื่องเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกัน
ผมคิดว่า โครงการเยาวชน ของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ เป็นกิจกรรม GH อย่างชัดเจน ใน ๑๐ ปีข้างหน้า เยาวชนเหล่านี้จะสร้างความเข้มแข็งของ Thai GH อย่างมากมาย
แต่มองอีกมุมหนึ่ง ขบวนการสุขภาพโลกก็เชื่อมโยงกับขบวนการโลกาภิวัตน์ และทุนนิยมบริโภคนิยม จากการไปศึกษาดูงาน บทบาทของนักกฎหมายต่อ GH ผมก็เห็นชัดว่า กฎหมายอาจนำมาใช้สร้าง equity ด้านสุขภาพก็ได้ หรือนำไปใช้สร้างการเอาเปรียบกันทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ก่อช่องว่าง (inequity) ก็ได้ เช่นกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรยา การตั้งราคายาแพงเกินไป กล่าวคือ กิจกรรมและผลงานด้าน GH นั้น สามารถนำไปใช้เพื่อประโยชน์ด้านอื่น ที่วนกลับมาก่อปัญหาของ GH ได้ ซึ่งก็จะมีการศึกษาประเด็นจริยธรรมของ GH นำมาเปิดเผยแก่คนทั้งโลก เป็นธรรมดาโลก ที่สิ่งที่เป็นขั้วตรงกันข้ามเกื้อกูลและต่อสู้กันไปไม่หยุดยั้ง
วิจารณ์ พานิช
๑๔ มี.ค. ๕๖
สวัสดีค่ะ ท่านProf. Vichar...แน่นอนว่าขบวนการสุขภาพโลก (Global Health Movement) เป็นแหล่งทำเงินของระบบทุนนิยมที่มหาศาลที่สุดของโลก...แต่ก็ขอฝากความคิดเห็นในเรื่องของอาหารและการเข้าถึงอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการของประชาชนทั่วไปสัก 5 ข้อ คือ 1.ให้มีการควบคุมการผลิตและคุณภาพอาหาร อย่างจริงจังและทั่วถึง 2.ให้มีหน่วยงานตรวจสอบดูแลอาหารที่เหมาะสมตามเพศและวัยของประชากรในแต่ละชุมชน 3.ให้มีการควบคุมราคาอาหารเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้สามารถซื้อมาบริโภคได้ 4.ให้มีการรณรงค์จนถึงออกเป็นกฏหมายบังคับใช้ให้อาหารทุกชนิดต้องติดสลากโภชนาการเพื่อให้ผู้บริโภคเลือกซื้ออาหารกินได้เหมาะสมกับเพศ และวัยของตนเอง 5.จัดให้มีการเรียนการสอนอย่างจริงจังตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษาในเรื่องการบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการ........ขอบคุณค่ะ