จดหมายเปิดผนึก
เรียนท่านสมาชิกและเครือข่ายประชาคมประชาธิปไตย(Community of Democracies) ทุกท่าน
อนุสนธิจากการที่ท่านให้เกียรติประเทศไทยโดยให้โอกาส นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาในการประชุมที่อูลานบาตอร์ ๒๘ เมษายน และนางได้กล่าวเรียกร้องให้นานาชาติได้ให้ความสนับสนุนการต่อสู้ของตนและครอบครัวนั้น
ข้าพเจ้าในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งขอยืนยันว่า สิ่งที่นางกล่าวล้วนเป็นเรื่องตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เหมือนเช่นที่ได้ขึ้นเบิกความเท็จต่อศาลไทยในคดีซุกหุ้นของครอบครัวมาก่อนหน้านี้แล้ว ตัวจริงของนางและพี่น้องหาใช่นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแต่อย่างใดเลย แท้ที่จริงนั้นครอบครัวชินวัตรได้พยายามยึดประเทศไทยเป็นวิสาหกิจหาประโยชน์โดยมิชอบมา กว่า ๑๐ปีแล้ว พวกเขาได้ลงทุนกว่า ๕ พันล้านบาทตั้งพรรคการเมืองเป็นคอกขัง สส. ส่งตนเองเข้าสู่อำนาจและสืบอำนาจส่งคนในครอบครัวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีไทยได้ถึง ๓ คนด้วยกัน ตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรผู้นี้ ก็ถูกพี่ชายส่งขึ้นมาครองอำนาจเป็นการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขกฎหมายลบล้างคดีคอร์รัปชั่นของครอบครัวเป็นเท่านั้น
นางขึ้นมาสืบอำนาจของครอบครัวเพื่อปกครองประเทศไทย ไม่ต่างจากนายคิม จองอึล สืบอำนาจตระกูลคิมขึ้นปกครองเกาหลีเหนือแต่อย่างใด ขึ้นมาได้และอยู่ได้เพื่อใช้อำนาจตามที่พี่ชายจะคิดและสั่งการเท่านั้น ท่านผู้มีเกียรติ์ทั้งหลาย แม้ร่างของเธอจะปรากฏต่อหน้าท่านก็จริง แต่ความคิดและวาจาทั้งหมดล้วนส่งทางไกลมาจากพี่ชายจอมบงการทั้งสิ้น การเลือกตั้งของไทยที่ผ่านมายังมีค่าเป็นเพียงการลงทะเบียนรับรองอำนาจเผด็จการให้เข้ายึดครองประเทศได้โดยชอบเท่านั้นเอง หากท่านทั้งหลายพิเคราะห์ให้แจ่มแจ้งท่านจะพบว่า พรรคเพื่อไทยของครอบครัวชินวัตรเต็มไปด้วยบริวาร ที่อ้างตนเป็นผู้แทนราษฎรอยู่เต็มไปหมดไม่ต่างจากพรรคคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือเลย ข้างสื่อมวลชนไทยก็ยอมรับใช้ รับจ๊อบสร้างความหลงใหลของมวลชนให้ตระกูลชินวัตรไม่ต่างจากสื่อมวลชนเกาหลี เมื่อท่านไปเยือนดินแดนเกาหลีเหนือท่านก็จะพบใบหน้าท่านผู้นำโผล่จากคัทเอาท์เกลื่อนกล่นไปหมดฉันใด ดินแดนไทยปัจจุบันก็เช่นกัน ทุกหนแห่งทุกหน่วยงานทั้งสองตระกูลต่างก็ทุ่มเทส่งบริวารไปแทรกซึมจนทั่วทั้งสิ้น
ท่านที่นับถือ ประชาคมของท่านได้ประกาศไว้ในปฏิญญาวอร์ซอว์ว่า จะรวมตัวกันเพื่อสนับสนุน “การทำประชาธิปไตยให้เป็นจริง”ในทุกดินแดนของโลกใช่หรือไม่ ถ้าใช่ท่านก็ต้องมีความสามารถที่จะแยกแยะให้ได้ว่า ประเทศใดกำลังเป็นเผด็จการหรือเป็นประชาธิปไตย ซึ่งประวัติศาสตร์มนุษยชาติก็ได้ยืนยันต่อท่านชัดเจนแล้วว่า ลำพังการมีเลือกตั้งให้เห็นนั้นหาใช่ตัวชี้วัดความเป็นประชาธิปไตยแต่อย่างใดไม่ เผด็จการที่แต่งตัวเป็นประชาธิปไตยนั้นมีมากมายยิ่งนัก
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าระบอบการปกครองของชินวัตรคือเผด็จการทุนนิยมสามานย์ในคราบประชาธิปไตย ครอบครัวนี้มิได้สร้างตัวจากทุนเสรีที่บากบั่นและสร้างสรรค์ พวกเขาได้สัมปทานผูกขาดโทรคมนาคมไทยจากอำนาจคณะรัฐประหาร พวกเขาร่ำรวยจากการใช้ข้อมูลภายในหากำไรจากตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ แล้วรุกคืบเข้าสู่วงการเมืองเพื่อแปลงสินทรัพย์สาธารณะของเมืองไทยเป็นทุนอีกชนิดหนึ่งของวิสาหกิจชินวัตร เมื่อได้อำนาจก็ใช้อำนาจส่วนรวมปรนเปรอเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจของครอบครัว ทำรัฐเสียประโยชน์กว่าแสนล้านบาท ใช้ข้อมูลภายในของรัฐเล่นหุ้น และซื้อที่ดินอยู่ตลอดเวลา จนแม้ทุกวันนี้ครอบครัวนี้จะถูกศาลยุติธรรมยึดทรัพย์ไปกว่าสี่หมื่นล้านบาทแล้วก็ตาม เขาก็ยังมีเงินได้ซุกซ่อนอยู่ในสถาบันการเงินต่างประเทศอีกเป็นแสนล้าน จนนำไปซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้ ความจริงที่ชัดเจนอย่างนี้ท่านไม่เห็นเลยหรืออย่างไร
การ”คอร์รัปชั่นทางการเมือง” โดยการขายตัวขายวิญญาณของ สส.ไทยบางส่วน, โดยการขายเสียงของประชาชนจำนวนหนึ่ง จนลงเอยเป็นวิสาหกิจการเมืองของครอบครัวชินวัตรนี่เอง คือต้นเหตุทำให้สถาบันการเมืองและกฎหมายในระบบรัฐธรรมนูญไทยไม่อาจพาข้าพเจ้าและพี่น้องร่วมชาติไปสู่ประชาธิปไตยที่เป็นจริงได้
ท่านสมาชิกประชาคมที่นับถือ ท่านเข้าใจแล้วหรือไม่ว่าแรงปฏิกิริยาในสังคมไทยที่มีต่อรัฐบาลไทยในปัจจุบัน คือแรงต่อต้านเผด็จการทุนนิยมสามานย์โดยตระกูลชินวัตร หาใช่กระแสปฏิกิริยาต่อต้านประชาธิปไตยดังที่นางได้กล่าวไว้โดยไร้ยางอายแต่อย่างใดไม่ เราต่อต้านครอบครัวนี้ เพราะพวกเขากำลังพาบ้านเมืองเราไปสู่หายนะด้วยการอัดฉีดความโลภ ความหลง และความโกรธเกลียดลงไปในหัวใจผู้คนให้แตกแยกกัน จนสังคมไทยทุกวันนี้ต้องห่างไกลทั้งจากประชาธิปไตยและความเป็นปรกติสุขไปทุกขณะ
ทุกวันนี้ครอบครัวชินวัตรและบริวารกำลังระดมสรรพกำลัง บีบคั้นขัดขวางการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะแก้ไขกฎหมายล้างผิดล้างโทษของ พตท.ทักษิณ ให้จงได้ ภารกิจของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่อูลานบาตอร์นั้น แท้จริงก็คือการไปหลอกลวงให้ท่านหลงเชื่อว่าครอบครัวชินวัตรคือธงนำของกระแสประชาธิปไตย แรงต่อต้านรัฐบาลชินวัตรคือกระแสปฏิกิริยาโดยนางได้กล่าวขอร้องพวกท่านไว้อย่างชัดเจนว่า “ หากเกิดอะไรกับระบอบของนางก็ขอท่านจงคว่ำบาตรอย่าได้ยอมรับหรือรับรองเป็นอันขาด” ท่านเห็นชัดแล้วใช่ไม่ว่านี่คือสาสน์แท้จริงที่ระบอบชินวัตร บอกต่อท่านผ่านปากนายกฯจมูกยาวผู้นี้
ท้ายนี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาคมประชาธิปไตยของท่านจะรู้จริงและฉลาดพอที่จะไม่ตกเป็นเครื่องมือของเผด็จการชินวัตร ข้าพเจ้าและคนไทยหลายล้านจะไม่ขออะไรจากท่าน บ้านเมืองเราเราเชื่อว่าเราสามารถแก้ปัญหาของเราได้ สาสน์ฉบับนี้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อทำความกระจ่างต่อท่านเท่านั้นว่านางผู้นี้มิใช่ตัวแทนของประชาธิปไตย มิใช่ตัวแทนของความจริงและมิใช่ตัวแทนที่รู้จักรับผิดชอบต่อคนไทยแต่อย่างใดเลย
ด้วยจิตคารวะจากคนไทยคนหนึ่ง
แก้วสรร อติโพธิ
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องมีการตรวจสอบ ประเมิน คุณภาพ จริยธรรมของ " คนรับจ้างสอนหนังสือ " โดยเฉพาะ สิ่งที่แสดงความคิดเห็นในสังคม สิ่งที่ปฏิบัติตนในสังคม สิ่งที่ประพฤติในชีวิตจริง ที่มักจะตรงกันข้ามกับ สิ่งที่สอนในห้องเรียน " คนรับจ้างสอนหนังสือ " แบบนี้ยังสมควรให้สอนหนังสืออีกต่อไปหรือไม่ ???? เราจะยอมให้คนประเภทนี้สอนลูกหลานเราต่อไปหรือ ????