มีอาจารย์เซนท่านหนึ่ง ชื่อว่า รินไซ ท่านกำลังใกล้จะตาย ลูกศิษย์นับเป็นพันคนได้มารวมตัวกัน เพื่อจะฟังสุนทรพจน์ครั้งสุดท้ายของท่านอาจารย์นะคะ แต่ท่านอาจารย์ รินไซ ได้แต่นอนอยู่อย่างเบิกบานใจ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ไม่ได้พูดจาอะไรเลยแม้แต่คำเดียว
อาจารย์อีกท่านหนึ่งเห็นว่าอาจารย์รินไซเขากำลังใกล้จะตายแล้ว และก็ยังไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว จนในที่สุดท่านก็ได้เอ่ยถามว่า..."รินไซ ท่านลืมแล้วหรือ ว่าท่านยังไม่ได้พูดสั่งเสียครั้งสุดท้าย ข้าเคยพูดเสมอว่าความจำของท่านไม่ค่อยดี นี่ท่านกำลังจะตาย...ท่านลืมไปแล้วหรือ?"
ทันใดนั้น อ.รินไซ ก็พูดออกมาว่า "ฟังซิ" ในขณะที่บนหลังคามีกระรอกสองตัวกำลังวิ่งไล่กันอยู่ และเขาก็ได้พูดต่อไปว่า..."มันช่างไพเราะจริงๆ..." และแล้ว อ.รินไซ เขาก็สิ้นลมนะคะ
ป.ล....ท่านได้อะไรจากบันทึกนี้บ้างค่ะ?....
ในตอนที่อาจารย์พูดว่า "ฟังซิ" ผู้คนนับพันคนได้เงียบสนิทขึ้น ทุกคนพากันคิดว่าอาจารย์รินไซ ท่านกำลังจะพูดอะไรที่ยิ่งใหญ่ออกมานะคะ แต่มันกลับกลายเป็นเสียงของกระรอกสองตัวที่กำลังต่อสู่กันอยู่บนหลังคานะคะ....และแล้วอาจารย์ก็ยิ้มและตายไป แต่ก็ได้ทิ้งข้อความสุดท้ายไว้อย่างชัดเจนนะคะว่า...คนเราอย่าทำให้สิ่งต่างๆ มีเล็ก มีใหญ่ มีสำคัญ และไม่สำคัญ ทุก ๆ สิ่งล้วนสำคัญเท่ากันหมด (ป.ล.) เพราะในขณะนั้นความตายของอาจารย์ก็สำคัยพอๆ กันกับการวิ่งของกระรอกสองตัวบนหลังคา ไม่มีอะไรแตกต่าง ในการดำรงอยู่นั้น ทุกสิ่งล้วนเหมือน ไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่และไม่มีอะไรที่จิ๊บจ๊อย ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับตัวเราเอง เราเป็นคนตีค่าให้มันเองนะคะ
ขอบคุณ...สุนทรพจน์ครั้งสุดท้ายของท่าน อ. รินไซ นะคะ
ขอบคุณค่ะ....มณีเทวา
ขอบคุณค่ะ
ไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่และไม่มีอะไรที่จิ๊บจ๊อย ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับตัวเราเอง เราเป็นคนตีค่าให้มันเอง
..
ขอบคุณบันทึกที่ได้แง่คิดมากมาย