ข้าวนาปรัง..ครั้งแรกของชีวิต

  ...น้ำพักน้ำแรงน้ำใจ...  


ถอนกล้า ปักดำหรือเกี่ยวข้าว..หลายปีแล้วที่ห่างหายจากการทำนาเช่นนี้ส่วนมากจะไปช่วยที่บ้านบ้างช่วงขนข้าวเข้าลานและสีโดยใช้รถ(เมื่อก่อนลงแขกนวด-ตีข้าวโดยใช้ไม้คู่..เดี๋ยวนี้หาดูยากเต็มที)

ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้เข้าไป(ช่วย-วางแผน-ทำ) ทำนา ปลูกผัก ปลูกต้นไม้และปลูกผักหวานในแปลงที่ดินของญาติๆ(ทุ่งใหญ่ไร่นิมิตรา)

พื้นที่สามสิบกว่าไร่กับสภาพพื้นที่ๆต้องเริ่มวางแปลนวางแผนใหม่(น้ำ-ดิน-ต้นไม้-ท้องนา) แดดร้อนมากๆๆทำให้รู้ว่าโลกเราวันนี้อากาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย(ต่างจากท้องนาในอดีตอย่างมากมาย..ได้ความดำแถมมาอย่างเลี่ยงไม่ได้;)

สำหรับเกษตรกรปีนี้2556 นับเป็นปีที่สภาพอากาศแปรปรวนอย่างมากกับการปลูกพืชผักต้นไม้

 

จากพื้นที่ทำนาเดิมที่ให้ญาติทำทั้งหมด..สารเคมี ปุ๋ยเคมีจึงถูกจัดหนักเต็มที่ในผืนดิน

เมื่อถึงเวลาที่เจ้าของที่เข้ามาทำเองโดยมีข้าพเจ้าและญาติอีกทางเป็นผู้ลงมือร่วมแรง งานพื้นฟูสภาพพื้นที่แต่ละโซนของแปลงปลูกจึงมากมายทีเดียว(เป้าหมายสู่เกษตรปลอดสารหรือไร้สาร)

เริ่มนาปรังเมื่อช่วงต้นปีกับการสวนกระแสในพื้นที่โดยการไถกลบตอซังโดยไม่เผาหมักปุ๋ยบำรุงดิน15-20วัน(โดยมากพื้นที่ทำนารอบๆจะเผาตอซังและประโคมยาฆ่าหญ้าแทนการไถหมักตอซัง)


หลังจากฉีดพ่นปุ๋ยให้ข้าวระยะตั้งท้อง7วันออกไปดูแปลงนาพบข้าวออกรวง(เร็วมาก..ตื่นเต้น;)


หากมองผิวเผินเหมือนข้าวปักดำ..แต่จริงๆแล้วเป็นข้าวเม็ดเดียวแต่แตกกอ(10-25ต้น/กอ)สูตรบำรุงดินใช้พันธุ์ข้าวน้อย..ช่วงหว่านแรกๆเกษตรกรรายอื่นๆมาดูยังทักว่าจะได้กินเหรอข้าว(ใจตุ้มๆต่อมๆเพราะไม่เคยทำ..ได้แต่บอกกับญาติที่ทำด้วยกันว่าไม่ทำก็ไม่รู้)




ผลจากการคุมหญ้าโดยการหมักดินหมักตอซังแทนการให้ยาฆ่าหญ้า..ทำให้มีหญ้าวัชพืชในแปลงข้าวน้อยมากๆและข้าวดีดน้อยมากเช้นกัน..


...7วันก่อนลดน้ำรอเกี่ยว...




...เป็นวันที่ลุ้นทีเดียวกับน้ำพักน้ำแรงน้ำใจที่ร่วมกันทำกับญาติๆ...

ด้วยวิถีชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ(ต้นทุน) ที่เปลี่ยนแปลงไป..เทคโนโลยี่จึงเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น

พื้นที่แปลงนา1.1ไร่ ได้ข้าว2ันกว่าๆนับว่าชื่นใจมากสำหรับครั้งแรกกับการทำนา(ถึงจะดำก็ยอม;) อีกไม่กี่เดือนข้างหน้ากับเวลาของการเริ่มข้าวนาปีคงต้องมีอะไรให้ได้เรียนรู้อีกมากโข

                                                           ***ขอบพระคุณ สวัสดีค่ะ***

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อุฑยานผักหวานป่า'๔๔

คำสำคัญ (Tags)#ข้าวนาปรัง#เงินทองคือมายา ข้าวปลาคือของจริง#happy ba#ทุ่งใหญ่ไร่นิมิตรา

หมายเลขบันทึก: 534908, เขียน: 06 May 2013 @ 14:39, แก้ไข, 06 May 2013 @ 14:44, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 19, ความเห็น: 30, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (30)

ดูภาพนาข้าวสีเขียว และข้าวที่เติบโตขึ้นมา ชื่นใจจังค่ะ

ดีใจกับความสำเร็จของคุณน้อยด้วยนะคะ

ความอดทนที่ยิ่งใหญ่ นำมาซึ่งความสำเร็จอันใหญ่ยิ่ง ใครบางคนกล่าวไว้ เป็นจริงเลยนะคะ

สุขสันต์วันดีดีค่ะ

มาลุ้นการทำนาปรังกับคุณน้อย

พอเห็นได้เก็บเกี่ยวก็สุขใจไปด้วย

ชาวนาน่ารักและมีความอุตสาหะมากๆ

ขอบคุณค่ะ

คุณมะเดื่อ
เขียนเมื่อ 06 May 2013 @ 16:20

คุณมะเดื่อก็เคยทำนา ทำไร่มาก่อน  รู้ดีถึงความเหน็ดเหนื่อยทั้งกายทั้งใจ  แต่พอเห็นผลผลิตที่ได้ ก็ชื่นใจหายเหนื่อยจ้ะ  ขอบคุณคุณน้อย และชาวนาทุกคนที่ปลูกข้าวให้คุณมะเดื่อกินจ้ะ

Tawandin
เขียนเมื่อ 06 May 2013 @ 16:26

ยอดเยี่ยมเลยค่ะ น้องสาวหล่า น่าชื่นใจเป็นที่สุด

นาปรัง 1.1 ไร่ ผลผลิตสองตันกว่า ใช้ข้าวพันธุ์อะไรคะ

ดูต้นสั้นๆ เป็นพันธุ์กข.หรือเปล่าน้อ ได้ยินมาว่่า กข.15 ลงนาปรัง กำลังเหมาะนิ

พี่สาว รอลุ้น นาปีต่อนะคะ สาธุจ้า

หยาดเหงื่อและความภูมิใจอย่างแท้จริง ข้าวแต่ละเมล็ดกว่าจะออกรวง ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่แบ่งปันอย่างเรียบง่าย พร้อมทั้งเข้าใจครับ 

ดีจังค่ะ...เป็นวิถีทำนาพอเพียงที่เป็นแบบอย่าง...

ยอดเยี่ยมที่สุดเลยค่ะ ขอนำเป็นบันทึกแนะนำให้สมาชิกได้อ่านกันอย่างทั่วถึงนะคะ :)

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 07 May 2013 @ 08:22

***ขอบพระคุณสำหรับดอกไม้และกำลังใจจากทุกๆท่านค่ะ***

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 07 May 2013 @ 08:35

สวัสดีค่ะคุณปริม...สีเขียวๆของต้นข้าวและกลิ่นหอมอ่อนๆในท้องทุ่งรวมถึงเสียงเขียดร้องให้บรรยากาศที่สุขใจสบายตามากค่ะ..ยิ่งทำให้รู้สึกรักการทำนามากขึ้น

เมล็ดข้าวที่ออกรวงมานับว่าเป็นกำลังใจมากค่ะสำหรับก้าวแรกของการทำนา..หายเหนื่อย;)

ขอบคุณค่ะ...ดีใจที่เข้าบ้านกทน.แล้วเจอคุณปริม;))

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 07 May 2013 @ 08:42

สวัสดีค่ะคุณตันติราพันธ์...

ขอบพระคุณที่เข้ามาช่วยลุ้นการทำนาปรังค่ะ..

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 07 May 2013 @ 08:46

สวัสดีค่ะคุณมะเดื่อ...การได้ลงมือทำนาย่ำโคลนยิ่งเหน็ดเหนื่อยยิ่งรู่ซึ้งถึงเม็ดข้าวและความขยันอดทนของชาวนาชาวสวนรุ่นปู่ย่าตายายค่ะ

ขอบคุณค่ะ

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 07 May 2013 @ 09:00

สวัสดีค่ะพี่ตะวันดิน...

ข้าวที่ใช้เป็นพันข้าวจ้าวนาปรังค่ะพันธุ์พิษณุโลก1

ช่วงที่ทำข้าวนาปรังเตรียมพื้นที่ไม่ค่อยพร้อมพันธุ์ข้าวก็ไม่ได้คัด(เวลาน้อย)...ช่วงทำนาปีที่จะถึงคงได้เข้าไปที่ศูนย์วิจัยข้าวเพื่อคัดพันธุ์ข้าวมาปลูกค่ะปีแรกนาปีกะว่าจะปลูกข้าวหอมมะลิ ข้าวสันป่าตอง(ข้าวสังข์หยด กำลังให้ญาติช่วยหามาทำพันธุ์)

ถึงเวลาจริงๆก็ต้องรอดูค่ะว่าจะได้อะไรบ้าง...ขอบคุณค่ะ

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 07 May 2013 @ 13:28

สวัสดีค่ะคุณลูกหมูเต้นระบำ...

หยาดเหงื่อที่ตอบแทนด้วยความสุขค่ะ..ขอบคุณค่ะ...

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 07 May 2013 @ 13:36

สวัสดีค่ะคุณใหญ่...

มีความสุขและผูกพันกับท้องทุ่งนาแบบเดิมๆทุกครั้งที่นึกย้อนกลับไปค่ะก็เลยคุยกันกับญาติๆว่าจะฟื้นคืนวิถีรุ่นปู่ย่าให้ได้มากที่สุดเพียงแต่เพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยี่เครื่องทุ่นแรง

ในอนาคตคาดว่าจะตามหาพันธุืข้าวพื้นเมืองกลับมาปลูกขยายพันธุ์อนุรักษ์ค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 07 May 2013 @ 13:40

สวัสดีค่ะท่านอ.จันทวรรณ...ขอบพระคุณอย่างสูงและยินดีอย่างยิ่งค่ะหากเนื้อหาบันทึกจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่าน

กอหญ้า
เขียนเมื่อ 07 May 2013 @ 14:10

ถึงจะเหนื่อย (บวกความดำเพิ่ม) แต่ก็ภูมิใจนะค่ะ.....นาปรังครั้งแรกยังได้ผลดีขนาดนี้ ขอบคุณค่ะ

ข้าวเม็ดเดียวกอใหญ่ดีจัง เขียวชะอุ่มสบายตาสวยงาม ชื่นใจไปด้วยค่ะ จะรอชมข้าวนาปีอีกนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 08 May 2013 @ 14:35

สวัสดีค่ะคุณกอหญ้า...การเริ่มต้นกลับมาเป็นชาวนาเพิ่มอีกหน้าที่ถึงเหนื่อยก็อิ่มใจมากค่ะที่จะได้นำข้าวสารที่ตัวเองร่วมปลูกนำไปถวายวัดค่ะ...

ขอบคุณค่ะ...

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 08 May 2013 @ 14:42

สวัสดีค่ะคุณกานดาน้ำมันมะพร้าว...ข้าวเม็ดที่แตกกอมองแล้วชื่นใจค่ะ ข้าวนาปีคงเต้มที่และเตรียมพร้อมกว่านี้

ในการทำข้าวนาปีปีนี้คุยกับญาติว่าจะทำนาแบบนาหว่านและใช้รถเกี่ยวเช่นเดียวกับนาปรัง..เพื่อประหยัดเวลาและต้นทุน..แต่จะเน้นที่บำรุงดินควบคุมน้ำและคัดพันธุ์ข้าว.

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

พ.แจ่มจำรัส
เขียนเมื่อ 08 May 2013 @ 14:49

มาร่วมยินดีปรีดาด้วยคนครับ คุณน้อย

นึกว่าหายไปไหนที่แท้แอบไปทำนานี่เอง

เป็นกำลังใจให้ครับ....

ทิมดาบ
เขียนเมื่อ 08 May 2013 @ 17:28

ดูสีเขียวของทุ่งนา...ต้นข้าว...แล้วสดชื่นรื่นรมย์มากครับ...ผมให้กำลังใจชาวนาทุกท่านครับ...กว่าจะได้ข้าวให้ผมกิน...ให้สีเขียวสบายตาหายเครียด....แคชต่ก็ลำบากมากครับ...ขอบคุณครับ

Bright Lily
เขียนเมื่อ 08 May 2013 @ 17:40

คิดถึงทุ่งนา ท้องทุ่งจัง 

มาติดเกาะภูเก็ตหลายปีแล้วค่ะ

Pojana Yeamnaiyana Ed.D.
เขียนเมื่อ 08 May 2013 @ 22:23

สวัสดีค่ะ...ขอชื่นชมในความรู้ความสามารถของคุณน้อยมากๆนะคะ...และชื่นชมต้นข้าวที่ออกรวงสวยงามเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่ไม่เหมือนพืชพันธุ์ใด...และขอเป็นกำลังใจให้เก็บเกี่ยวข้าวได้ผลดีเต็มยุ้งเต็มฉางนะคะ...

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 09 May 2013 @ 22:41

สวัสดีค่ะคุณพ.แจ่มจำรัส...ออกจากโคกผักหวานที่แ้ห้งแล้ง(ชั่วคราว)ไปเรียนรู้เรื่องราวต้นข้าวใบหญ้าที่กลางทุ่งนาค่ะ;)

ขอบคุณค่ะสำหรับกำลังใจ..ขอเป็นกำลังใจให้คุณพ.แจ่มจำรัสเช่นเดียวกันนะคะ"ขอให้มีความสุขค่ะ";))

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 09 May 2013 @ 22:57

สวัสดีค่ะคุณหมอ(ทิมดาบ)...ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

ท้องทุ่งสีเขียวขจีมีมนต์เสน่ห์ที่ใครๆก็หลงรักไม่ว่ากี่ยุคสมัยเพราะคนไทยกับ"ต้นข้าว"คือสิ่งที่อยู่คู่กันค่ะ

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 09 May 2013 @ 23:05

สวัสดีค่ะคุณBright Lily...อยู่เกาะธรรมชาติสวยสงบไปอีกแบบนะคะ(ดูจากบันทึกของคุณอร)

ขอบคุณค่ะ

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 09 May 2013 @ 23:25

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์พจนา...ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

ช่วงที่ค้นคว้าวิธีปลูกผักหวานป่าเวลาทั้งหมดทุ่มเทกับการปลูกต้นไม้..วันนี้มีโอกาศได้กลับมาหาท้องนาในฝันจึงทำเต็มที่เต็มกำลัง..หวังว่าข้าวที่ปลูกจะพอกินพอใช้ได้ทำบุญและช่วยเปลี่ยนมุมมองการทำนาแบบเดิมๆ(ไม่ยอมปรับเปลี่ยน)ให้กับพ่อแม่ได้ค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ

-ชื่นใจแทนเกษตรกรทุกท่าน...ขอให้กำลังใจต่อไปนะ

-ไปเยี่ยมลูกชายขับรถผ่านขอนแก่นไปเมืองเลยเห็นเขาขายผักหวานยังคิดถึงสวนป่าผักหวานคุณน้อยที่น้ำพอง

น้อย น้ำพอง
เขียนเมื่อ 24 May 2013 @ 22:47

ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจค่ะอาจารย์(ผศ.เดชา สว่างวงศ์)...

เข้าหน้าฝนผักหวานป่าถึงจะมียอดแต่ความอร่อยคงเอกลักษณ์ไม่เท่าผักหวานหน้าแล้งค่ะ