" ชีวิตที่เป็นอยู่อย่างดีและมีความสุขที่สุด คือ ชีวิตที่กล้ารับรู้ต่อปัญหาทุกอย่าง
ตั้งทัศนคติที่ถูกต้องต่อปัญหาเหล่านั้น และจัดการแก้ไขด้วยวิธีที่ถูกต้อง "
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) พุทธวิธีในการสอน หน้า 4
(ขอรับฟรีได้ที่วัดญาณเวศกวัน ถ.พุทธมลฑลสาย 4 จ.นครปฐม)

จากประโยคสั้นๆนี้ มองว่าหมายความรวมถึงอริยสัจ 4 ที่ปริวัฏฏ์ 3 (ด้วยสัจจญาณ,กิจจญาณ และ กตญาณ) จนมีอาการ 12 เลยทีเดียว
นั่นคือ ประโยคนี้ได้รวมไว้แล้วทั้งในแง่ของ
ความหมายของอริยสัจ (สัจจญาณ)
ซึ่งเรารู้ความหมายของทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค กันดีอยู่แล้ว จึงน่าจะละไว้ในฐานที่เข้าใจ
ส่วนหน้าที่ต่ออริยสัจ (กิจญาณ) นั้น
แต่ละสัจจะมีหน้าที่ที่เราต้องปฏิบัติให้ถูกต้องคือ
ทุกข์ หน้าที่คือ พึงกำหนดรู้
สมุทัย หน้าที่คือ พึงละ (ทำให้ไม่มีหมายถึงที่ไม่มีอยู่แล้ว ก็ทำให้ไม่มีต่อไป ที่มีอยู่ก็ให้ทำให้ไม่มี)
นิโรธ หน้าที่คือ พึงทำให้แจ้ง
มรรค หน้าที่คือ พึงเจริญ (ทำให้เกิดขึ้น ให้ก้าวหน้าขึ้น)
เมื่อเทียบกับพุทธพจน์ “นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ” นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง นิพพานนั้น เป็นไวพจน์กับนิโรธอันเป็นภาวะไร้ทุกข์ ชีวิตที่มีความสุขอย่างยิ่ง ก็คือการเป็นอยู่ด้วยภาวะนี้
ซึ่งทุกข์จะดับได้ก็ต่อเมื่อเราแก้ปัญหาอย่างตรงสาเหตุ เมื่อหมดเหตุ ก็หมดทุกข์
เพื่อจะให้แก้ปัญหาที่สาเหตุ ก็ต้องกล้ารับรู้ต่อปัญหา หรือก็คือ การกำหนดรู้ ทุกข์ อันเกิดจากปัญหา หรือ สมุทัย
จึงมองตรงไปที่ปัญหานั้นอย่างตรงตามความเป็นจริง คือเห็นทุกข์เป็นทุกข์ ไม่ใช่เห็นเป็นสุข เพราะถ้าเห็นผิดไปจากความเป็นจริง เราก็คงไม่อยากแก้ไข ปัญหาจึงยังคงอยู่ต่อไป
และลงมือกระทำ จัดการแก้ไขด้วยวิธีที่ถูกต้อง (มรรค)
สำหรับปรีชากำหนดรู้ว่าได้ทำกิจเสร็จแล้ว (กตญาณ)
ในส่วนของผู้ที่ยังศึกษาอยู่ คือการรู้ว่าตนแก้ปัญหาไปแล้วบางส่วน หรือ แก้ไขจนสำเร็จ ก็รู้ว่าตนทำอะไรไปแล้วบ้าง เหลืออะไรบ้าง
เมื่อเพียรละสมุทัยจนหมด ก็คือปัญหาอันเป็นส่วนเหตุหมด, ทุกข์ อันเป็นส่วนของผล ก็ดับไปเอง
เหตุที่ “กล้ารับรู้ต่อปัญหาทุกอย่าง ตั้งทัศนคติที่ถูกต้องต่อปัญหาเหล่านั้น และจัดการแก้ไขด้วยวิธีที่ถูกต้อง” เป็นการทำให้ชีวิตมีความสุขเพราะเรายังอยู่ในสังคม ยังต้องมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง เป็นไปไม่ได้ที่คนหมู่มากจะคิดหรือทำไปในทางเดียวกัน เมื่อมีหลากความคิด หลากสภาพแวดล้อม ปัญหาก็ย่อมเกิด
ดังนั้นการอยู่ได้โดยที่แก้ปัญหาอย่างถูกต้องจนหมดปัญหา อันมีผลให้จิตสงบ จึงเป็นการเป็นอยู่ที่ดี ที่มีความสุข อย่างแท้จริง
“กล้ารับรู้ต่อปัญหาทุกอย่าง ตั้งทัศนคติที่ถูกต้องต่อปัญหาเหล่านั้น และจัดการแก้ไขด้วยวิธีที่ถูกต้อง”
ชอบมากครับ..รับรู้...จัดการ และเข้าใจ
ขอบคุณครับพี่
“กล้ารับรู้ต่อปัญหาทุกอย่าง ตั้งทัศนคติที่ถูกต้องต่อปัญหาเหล่านั้น และจัดการแก้ไขด้วยวิธีที่ถูกต้อง”
ความประโยคนี้สำคัญมากนะคะ
ทัศนคติที่ถูกต้องต่อปัญหา...
จัดการแก้ไขด้วยวิธีที่ถูกต้อง..
ต้องมีทั้งสติ สมาธิ และปัญญา จึงจะสัมฤทธิ์ผล นะคะ
ไม่ยาก ไม่ง่าย
เมื่อเพียรละสมุทัยจนหมด ก็คือปัญหาอันเป็นส่วนเหตุหมด, ทุกข์ อันเป็นส่วนของผล ก็ดับไปเอง