ตามมาด้วยเล่มที่ต่อจาก มาเฟียพลังจิต และเป็นหนังสืออีกเล่มที่ผมใช้เวลาอ่านเร็วมาก ๆ นับเป็นการยืนยันคำที่บอกไว้ว่า เป็นเรื่องที่น่าอ่าน น่าติดตาม อ่านแล้ววางไม่ลงจริง ๆ ครับ...
จากผลงานการเขียนคุณภาพของคุณ ดังตฤณ ทำให้ผู้เขียนต้องมาบอกกล่าวว่า "นวนิยายทุกเรื่องยืนอยู่บนฐานของการ สมมุติว่าเกิดเรื่องอย่างนี้ สิ่งที่น่าจะเป็นผลลัพธ์ตามมาคือ... คงไม่มีนวนิยายเรื่องใดพยายามคะยั้นคะยอให้เชื่อว่า เดี๋ยวจะเกิดเรื่องอย่างนี้แน่ ๆ แล้วผลลัพธ์จะต้องตามมาอย่างนั้นแบบไม่ต้องสงสัย" นี่คือความห่วงใยของนักเขียนที่ปรากฎในอารัมภบท ครับ
ในเล่มนี้ ผมได้ข้อคิดต่าง ๆ ที่อยากบันทึกเก็บไว้ เช่น
คาถาลืมศัตรู สำหรับทำให้ความรู้สึกโล่งและใช้ระยะสั้นเฉพาะหน้า "คนที่ทำให้เจ็บคือเขา แต่คนที่เอาเขาเข้ามาใส่ใจคือคุณ"
หรือคนที่สงสัยว่าชาติอดีตเคยสร้างเวรสร้างกรรมอะไรไว้ถึงได้เจองานที่ทำให้ทุกข์จริง ๆ มะแม ก็สอนว่า "อย่ามัวเดาว่าอดีตเราทำบาปอะไรมาจึงต้องทำงานที่ไม่ชอบ ให้หมั่นพิจารณาว่าปัจจุบันเราทำบุญอะไรขาดไปจึงไม่ได้ทำงานที่ใจรัก"
หรือสอนให้ผู้ชายทำตัวให้ผู้หญิงรัก คือ "ผู้หญิงทุกคนอยากได้ความอบอุ่น หลังจากคบกับผู้ชายสักคน ก็จะตัดสินว่าความอบอุ่นจากผู้ชายคนนั้นใช่หรือยัง สำหรับผู้ชาย การเรียกร้องให้สงสาร คือความหนาวเย็นที่คอยผลักเธอออกไป ส่วนการรู้จักเห็นอกเห็นใจ คือความอบอุ่นที่จะดึงดูดเธอกลับมา"
และเรื่องที่สอนใจเกี่ยวกับเรื่องของการให้ ละความตระหนี่ ที่ว่า "จิตใจที่ปลอดโปร่งขึ้นเมื่อละความตระหนี่ถี่เหนียวเสียได้ เหมือนปัดกวาดหยากไย่และสิ่งหมักหมมออกจากห้องหับของตนกระทั่งเห็นจริงเห็นจัง เข้าใจซึ้งว่า ได้ตั้งแต่ให้ ไม่ใช่ให้แล้วต้องรอว่าเมื่อใดจะได้คืนเสียที"
และเรื่องของการมีสติที่เข้มแข็ง ที่ว่า "แค่ไม่ปล่อยให้ความเกลียดครอบงำ แค่ไม่ปล่อยให้ใจฟุ้งซ่านเตลิดเปิดเปิง มีสติอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ว่าผีสางหรือไสยศาสตร์ที่ไหนก็ไม่มีทางเข้ามามีอิทธิพลควบคุมบังคับอะไรได้เลย"
ผมอ่านไปรอบแรกได้ซึมซับเอาความสนุก และสาระแนวคิดไว้หมด ต่อมาก่อนจะมาบันทึกคำพูดประทับใจเก็บไว้ก็ใช้วิธีการเปิดอ่านแบบเร็ว ๆ อีกครั้ง แล้วเน้นสีข้อความไว้ จากนั้นก็ติดสลิปคั่นหน้าไว้ แล้วจึงมาบันทึกลงไป ผมว่าคำบางคำที่ได้อ่าน ถ้าเรารู้สึกว่าเป็นคำที่สอนใจ เตือนสติ ก็ควรจะเก็บไว้เผื่อวันข้างหน้าจะได้กลับมาอ่านเตือนตัวเองได้อีกครั้ง และนี่คงจะยังไม่ใช้บทสุดท้ายของลายเซ็นเล่มนี้ครับ ยังมีอีกส่วนที่อยากแยกไปบันทึกเก็บไว้อีกครั้งต่างหาก เพราะคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อแรงบันดาลใจเป็นอย่างยิ่ง ติดตามต่อในบันทึกต่อไปนะครับ