สภาปริมาณและสภาคุณภาพ

ผมได้เขียนบทความต่อเนื่องมาประมาณแต่พศ. ๒๕๓๕ แล้วว่า  รัฐสภาไทยไปลอกอังกฤษมา  (โลกทั้งโลกก็ลอกมา)  ว่าปชต. ต้องมีสามขา คานอำนาจกัน  ตามแนวคิดเริ่มของ Montesquieu โดยฝ่ายนิติบัญญัตินั้น สำคัญที่สุด จึงต้องมีสองขั้นตอน เพื่อคานอำนาจกันเอง แม้ในฝ่ายนิติบัญญัติ

กล่าวคิดให้มีสภาล่าง และ สภาสูง ซึ่งอังกฤษเรียกว่า สภาไพร่ (house of commons) และ สภาเจ้า (house of lords)  โดยสภาไพร่ มาจากการเลือกตั้ง ส่วนสภาเจ้า มาจากการสืบทอดทางสายเลือด  และโดยตำแหน่งหน้าที่เท่านั้น (รวมทั้งพระ) 

ที่ผ่านมาผมได้เสนอรูปแบบรัฐบาล รัฐสภา แบบ freelance โดยไม่ค่อยได้มีความรู้ระดับอินเตอร์ด้วยซ้ำไป (ซึ่งไม่ต่างอะไรกับ Montesquieu นัก ว่ากันด้วยสำนึกลุ่นๆ นี่แหละ) แต่มันกลับไปตรงกับระบบอังกฤษดั้งเดิมโดยบังเอิญ  ระบบที่ทำให้ช่วงหนึ่งอังกฤษ ที่เป็นเทศเกาะเล็กๆ กลายเป็นเจ้าโลกที่อาทิตย์ไม่ตกดิน

เกริ่นความมาเสียนาน เพื่อจะบอกว่า วันนี้ ผมได้แนวคิดว่า เราน่าสร้างระบบปชต.ใหม่ในโลก  ให้มีสองสภา คือ สภาปริมาณ และ สภาคุณภาพ

สภาปริมาณคือ สภาผู้แทนเรานี่แหละ  เลือกกันเข้ามาให้มากตามปริมาณที่กำหนด โดยปชช. ที่อายุเกิน ๑๘ ปี ก็มีสิทธิเลือก วันแมนวันโหวต  ไม่ว่า political IQ จะอีเดียดปานใดก็ตาม

ส่วนสภาคุณภาพนั้น เราเปิดเสรี  ให้เด็กอมมืออายุ ๒ ขวบก็มีสิทธิโหวตได้ ถ้าสอบผ่านการวัด political IQ  โดยเราจะจัดให้มีข้อสอบวัดความรู้ความเข้าใจทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองเสียก่อน  ถ้าสอบผ่านจึงจะมีสิทธิโหวตเลือกตั้ง  (แบบสอบใบขับขี่นี่แหละ)  ....แต่คนแก่อายุ แต่สมองอ่อน  ขายเสียงมาตลอดชีวิต มีสิทธิโหวตเลือก สส. อาจหมดสิทธิ์โหวต สว.  นะ 

เขตเลือกตั้งไหน มีผู้สอบผ่านไม่ถึงเกณฑ์ ๕๐ ปซ.  ก็หมดสิทธิ์มี สภ.  (สมาชิกสภาคุณภาพ)  แต่ยังมี สป. ได้  (สมาชิกสภาปริมาณ) 

อย่าลืมการประกวดหมา ยังต้องให้ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการหมาเท่านั้น มีสิทธิในการลงคะแนนเลือกตั้งสรรหาหมาชนะเลิศ  นี่ประกวดคนเข้าไปเป็น สส  สว  รมต นายก แท้ๆ  จะไม่คัดสรรผู้ทรงคุณวุฒิมาทำการคัดเลือกเลยหรือ  เอาแค่อายุเกิน ๑๘  ตามฝรั่งเท่านั้นเองหรือ ...ก็ได้หมาขี้เรื้อนไปเห่าหอนกันเต็มสภาก็แล้วกัน 

เดินตามฝรั่งมาจนชาติจะฉิบหายล่มจมจนวันนี้ ยางหัวตกกันมามากแล้ว จะด้านกว่าคางคกกันไปถึงไหนหรือ  พี่น้องไทยจ๋า  ช่วยสำนึกกันไวๆ หน่อย ก่อนสิ้นชาติ

...คนถางทาง (๓ พค. ๒๕๕๖)