ฉันคือ“จันทิมา พูลผล โอ๋”

          ฉันมีชื่อว่า “จันทิมา” ป้าที่ฉันรักมากที่สุดเป็นคนตั้งให้ และมีนามสกุลที่ภาคภูมิใจว่า “พูลผล” ปัจจุบันนี้  ฉันเป็นนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของฉันและครอบครัวเป็นอย่างมาก แต่กว่าที่ฉันจะมาถึงวันนี้ฉันผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมาย
ตั้งแต่เกิดฉันก็ไม่ปกติเหมือนกับเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ ฉันเป็นไส้เลื่อนตั้งแต่เกิด และต้องผ่าตัดตอนอายุได้ 1 เดือน แม่เล่าว่า ฉันน่าสงสารมาก ฉันร้องไห้เสียงดังมาก แต่ฉันก็สามรรถผ่านมาได้ หลังจากวันนั้นมาฉันก็เจ็บป่ายมาโดยตลอด ฉันเป็นที่รักของครอบครัวและบรรดาญาติๆทุกคน เวลาที่ฉันร้องไห้ทุกคนจะต้องรีบมาดูฉันซึ่งคนแรกที่มาถึงตัวฉันก็มักจะเป็นตาของฉันเสมอ จนทุกๆคนต่างพากันเรียนฉันว่า “โอ๋” นี่จึงเป็นที่มาของชื่อเล่นฉัน ตอนอายุประมาณ 2 เดือนฉันป่วยหนักมาก ป้าของฉันจึงยกฉันให้เป็นลูกบุญธรรมของเจ้าแม่เขาน้อย ฟังดูน่างมงายใช่ไหม แต่นั่นทำให้ฉันหายป่วยได้ และไม่เคยเจ็บป่วยหนักอีกเลย ความจริงแล้วฉันไม่ได้เป็นลูกเพียงคนเดียวของพ่อแม่
ฉันยังมีน้องสาวอีก 1 คน ซึ่งฉันเฝ้ารอที่จะเห็นหน้าน้องมาโดยตลอด แต่ก็ไม่ได้เห็น เป็นเพราะน้องของฉันเสียตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่เนื่องจากไม่มีกะโหลกสมองด้านหลัง ซึ่งทำให้ฉันและครอบครัวเสียใจมาก ถึงน้องของฉันจะเสียแล้วแต่แม่ก็ยังยืนยันว่าจะคลอดเองตามธรรมชาติ ทำให้ฉันยิ่งรู้สึกเสียใจ และรู้สึกถึงความรักที่แม่มีมากขึ้นไปอีก ฉันได้ตั้งชื่อน้องของฉันว่า“น้องโอ”ถึงน้องจะไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่เราก็รักและคิดถึงน้องอยู่เสมอ ชีวิตของฉันดำเนินมาเรื่อยๆ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ จนกระทั่งฉันอยู่ม.6 ชีวิตของฉันกำลังจะเปลี่ยนไป ฉันงต้องหาที่เรียนใหม่แล้ว ฉันต้องทำทุอย่างให้ครอบครัวภาคภูมิใจ ฉันจึตั้งปณิธานไว้ว่า “ฉันจะต้องเรียนพยาล ฉันจะเป็นพยาบาลพระปกเกล้า พ่อแม่ และครอบครัวต้องภูมิใจในตัวฉัน ฉันจะต้องเลี้ยงครอบครัวได้...” แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่าที่ฉันวาดฝันเอาไว้ ครั้งแรกที่ฉันสมัครพยาบาลฉันหวังมากถึงมากที่สุดว่าฉันจะต้องติด แต่แล้วฉันก็ไม่ติด ฉันเสียใจมากที่ไม่สามารถทำตามความตั้งใจได้ มันทำให้ฉันเริ่มท้อและเริ่มถอยออกมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเหมือนมีอะไรบางอย่างบอกฉันว่า “ถ้าอยากได้แล้วไม่คว้ามาคงจะได้หรอก...” ฉันจึงบอกตัวเองว่าฉันทำได้ ฉันทำได้ และฉันทำได้ ฉันพยายามอ่านหนังสือเพิ่มมากขึ้นเพื่อที่จะสอบ O-net ให้ได้คะแนนดีที่สุดเพื่อมาสมัครในรอบรับกลาง และฉันก็ทำได้จริงๆ
วันที่ฉันสอบติดฉันดีใจมาก น้ำตาของฉันเริ่มไหลออกมา ก่อนที่ฉันจะไปบอกพ่อกับแม่ สีหน้าของพ่อกับแม่ดูปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก ทำให้ฉันมั่นใจว่าฉันทำได้แล้ว และเมื่อฉันได้ก้าวเข้ามาอยู่ในรั้ว พปก.จริงๆ มันก็ดูเหมือนกับความฝัน เหมือนกับฉันยังคงหลับอยู่ แต่นี่คือความจริง ความจริงที่มีค่าที่สุดในชีวิตของฉัน ปัจจุบันนี้ฉันกำลังจะจบปี 1 แล้ว ถึงฉันจะไม่ได้เรียนเก่งแบบคนอื่นๆ ไม่ได้ทำทุอย่าได้ดีสมบูรณ์แบบอย่างคนอื่นๆ แต่ฉันก็มั่นใจว่าฉันจะสามารถสร้างความภาคถูมิใจให้กับวิทายลัยและครอบครัวที่ฉันรักได้เหมือนกับคนอื่นๆ

 THE END