จากความตั้งใจว่าจะเป็น “สมาชิกที่ดี” ในชุมชนออนไลน์ GotoKnow เพื่อเป็นการตอบแทนที่มีส่วนทำให้ผู้เขียนกล้าคิดกล้าเขียน ได้ฝึกทักษะการเขียน การแสดงความคิดเห็น และยังได้พบได้รู้จักกับกัลยาณมิตรหลายท่าน ทำให้ผู้เขียนพยายามเขียนบันทึกในทุกประเด็นที่ผู้ดูแลชุมชนเชิญชวน(ในเงื่อนไขของเวลาที่มี) ที่ผ่านมาก็เขียนได้ไม่มีปัญหา เพราะคิดอย่างไรก็เขียนอย่างนั้น (ก็เป็นความคิดเห็นนี่) และยังมีความสุขที่ได้คิดได้เขียนได้แสดงความเห็นอย่างเสรี จะมีคนอ่าน คนให้ดอกไม้มากน้อยแค่ไหน ก็น้อมใจรับแค่นั้น
พอเห็นหัวข้อ “เคล็ดลับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้” แรกๆ อุทานว่า... แหม งานนี้ไม่ถนัด...(ฮาๆ) เนื่องจากเป็นคนชอบเขียน แต่มีโลกส่วนตัวสูง คิดเห็นไม่ค่อยเหมือนคนอื่น บางทียังขัดแย้งแม้กับตัวเอง (อิอิ) และยังขี้ขลาดขี้อายมาก ไม่ค่อยกล้าไปคุยกับใครก่อน นอกจากมีคนมาคุยด้วยจนคุ้นเคยแล้ว จึงกล้าที่จะไปชวนคุย ให้ความเห็น และทักทาย เลยสรุปและประเมินตัวเองว่า... เป็นคนชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แต่เป็นคนที่อยู่ใน ”ระบบปิด” คือ ต้องรู้จัก รู้สึกคุ้นเคยก่อนจึงจะกล้าเข้าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย แล้วอย่างนี้จะไปเขียนเรื่อง “เคล็ดลับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้” ได้อย่างไร แต่ไหนๆก็ตั้งใจจะเขียนแล้ว ต้องหาประเด็นเขียนจนได้ ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอออกตัวไว้ก่อนว่าที่เขียนนี้เป็นการสังเกต “วิธีการ” ของบล็อกเกอร์ที่เขียนบันทึกแล้วมีคนอ่านมาก มีดอกไม้มาก และมีคนให้ข้อคิดเห็นมากนะคะ พอสรุปได้ดังนี้ค่ะ
1. “เปิดใจ” คนที่เปิดใจยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นอย่างให้เกียรติและใช้คำสุภาพ แม้คิดต่างจากตนเอง ไม่เลือกว่าเป็นคนที่มีอาวุโสมากหรือน้อย มีความรู้ระดับไหน ก็ให้ความสำคัญกับความคิดเท่าเทียมกัน มักจะมีคนยินดีเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้ข้อคิดเห็นดีๆ เสมอ
2. “เปิดปาก” คนที่มักจะมีการตอบโต้/พูดคุยกับผู้ที่มาให้ความเห็นอย่างสม่ำเสมอและทันทีทันใด จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่มาอ่านยิ่งอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้กว้างขวางยิ่งขึ้น
3. “เปิดหูเปิดตา” การหมั่นไปทักทาย ให้ความเห็น ซักถาม และอ่านบันทึกของผู้อื่น รวมทั้งหมั่นให้ดอกไม้เป็นกำลังใจกับคนอื่นอย่างสม่ำเสมอจะมีคนมาทักทายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย เพราะธรรมชาติของคน เมื่อมีคนให้ความสนใจ มาทักททาย ย่อมอยากตอบแทนด้วยการไปเยี่ยม ไปอ่าน ไปรู้จัก และไปพูดคุยกับคนนั้นๆ ดังคำพระที่ว่า "ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง"

4. "เปิดสมอง” ข้อนี้สำคัญ หากต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้/ต้องการให้มีคนอ่านมาก ต้องเขียนบันทึกที่มีคุณภาพ เพราะบันทึกที่ดีมีสาระจากการกลั่นประสบการณ์จริง มีเนื้อหาที่ค้นคว้าอ้างอิงมาอย่างน่าเชื่อถือ พร้อมทั้งมีบทวิเคราะห์สังเคราะห์ครบถ้วน แม้เจ้าของบันทึกจะไม่เปิดใจ เปิดปาก เปิดหูเปิดตากับผู้มาอ่านเลย ก็ยังคงมีคนเข้ามาอ่านและอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยอยู่ดี เข้าทำนองของดีจริง ไม่ต้องโฆษณา ไม่ต้องทำการตลาดมาก คุณภาพเป็นตัวดึงดูดให้คนอยากมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เอง
5. “เปิดช่อง” ข้อนี้เป็น ความชอบ/ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนโดยตรง เนื่องจากเป็นคนสมาธิสั้น ไม่ชอบอ่านเรื่องที่ยาวๆ เกินไป ไม่ชอบตัวหนังสือติดเป็นพรืดโดยไม่มีเว้นวรรค ไม่มีช่องว่าง ไม่มีภาพ ดังนั้น การวาง “Space” ของตัวหนังสือ ภาพประกอบ และสีสันของตัวอักษรให้สบายตา น่าจะเป็นการเอื้อให้คนมาอ่านได้อย่างสุขสบายยิ่งขึ้น
6. “เปิดรับ” การยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล ไม่ควรคาดหวังว่าเมื่อเรามุ่งมั่น ทุ่มเทในการเขียน ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมากแล้ว ทำไมจึงไม่มีคนมาอ่าน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้ดอกไม้น้อย ทั้งที่เราก็แสนจะตั้งอกตั้งใจนำเรื่องดีๆ มาเสนอเสียขนาดนี้ จนหลายท่านพาลหมดกำลังใจไม่อยากเขียนบันทึกไปเลยก็มี ผู้เขียนเห็นว่าเราคงต้องยอมรับว่า มนุษย์ย่อมต่างจิตต่างใจต่างความคิดและต่างจริตนิสัยใจคอ ลางเนื้อชอบลางยา ยกตัวอย่างตัวผู้เขียนเอง ไม่ชอบอ่านเรื่องที่เขียนยาวๆ ไม่ชอบอ่านเนื้อหาเครียดๆ ใช้คำพูดแรงๆ นัยเสียดสีประชดประชัน (อ่านแล้วไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าใคร) ด้วยความเชื่อส่วนตัวที่ว่า เราสามารถเลือกคำพูดดีๆ บวกๆ มาใช้แม้ในเรื่องที่แย่ๆ ก็ตามที เป็นต้น
สรุปไว้แล้วมาอ่านทวนอีกครั้ง ต้องขออภัยที่เขียนยืดยาว เพราะไม่สามารถเขียนได้ย่นย่อกว่านี้ค่ะ พร้อมนี้ขอให้กัลยาณมิตรทุกท่านได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างมีความสุขค่ะ
โอ้ !!!! ช่างสังเกตอุปนิสัยชาว GTK วิเคราะห้แยกแยะชัดเจน
สังเคราะ์ห์ประเด็นเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนรู้ได้ตรงใจจริง ๆ ......เห็นด้วยมาก ๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะ
ดีใจมีคนมาอ่านจนจบและให้ข้อคิดไว้...
ขอบคุณค่ะ :)
เป็นบทวิเคราะห์ที่ "เยี่ยมมากๆ" ค่ะ เพราะมีความครบถ้วน สมบูรณ์และตรงกับข้อเท็จจริง
เป็นแนวหนึ่งของการเขียนตามคำสำคัญ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" ที่อยากจะเห็น เคยคิดจะเขียนเองในแนวนี้ แต่เวลาและปัจจัยอำนวยความสะดวกไม่สนับสนุน เลยเลี่ยงไปเขียนแบบใช้เวลาสั้นๆ คือ สืบค้นบทความจากต่างประเทศที่คิดว่านำมาประยุกต์ใช้ได้ในสังคมไทยแล้วแปลถอดความค่ะ...ดีใจที่ "น้องหยั่งราก ฝากใบ" เขียนแทน เขียนได้ตรงใจ และลึกซึ้งสมบูรณ์กว่าที่พี่จะทำได้
อยากให้ทีมงาน GotoKnow ใส่ไว้ในกรอบบันทึกแนะนำ ให้กัลยาณมิตรได้อ่านมากๆ ค่ะ หรือว่าใส่ไว้แล้วคะ
พี่เองเขียนใน GotoKnow แบบไม่มุ่งจำนวนดอกไม้และคนอ่านเป็นหลักค่ะ แต่เขียนตามแรงบันดาลใจบ้าง และตามที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมบ้าง...แต่ก็ยอมรับว่า จำนวนดอกไม้และคนอ่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบันทึกที่มุ่งประโยชน์ต่อส่วนรวม เป็นส่วนหนึ่งของแรงจูงใจในการเขียนค่ะ
เยี่ยมค่ะ
เป็นอีกคนที่เขียนได้ไม่เก่งนัก
และเขียนได้ไม่ยาวค่ะ
ทั้งหมด อายตนะ 6 พี่ก็เปิดหมดแล้ว........ ครบชุดไม่รู้จะเปิดอันใดอีกเลี้ยวววว...... 555
ขอบคุณมากค่ะ เห็นด้วยทุกๆ ข้อนะคะ
แต่หากข้อ 1 ไม่มาก่อน ... ข้ออื่นๆ ก็ไม่มาค่ะ
เปิดใจในการเป็นผู้ให้............และเปิดใจในการเป็นผู้รับ ..........................
เปิดไป เปิดมา บ่อยๆ ก็เก็บเป็นผลึกความคิด นำไปต่อยอดได้มากมายค่ะ
กล่อมเกลา ให้เรากลมเกลี้ยงยิ่งขึ้นค่ะ
ขอบคุณบันทึกที่เป็นตัวตนแท้ๆ ของคุณหยั่งราก ฝากดิน ..ที่เราติดตามกันมาแสนนาน และจะติดตามต่อไปนะคะ
Bright lily
วิเคราะได้ชัดเจน เห็นกลุ่มคนในกทน.
สำหรับผม ยึดหลัก"ผลัดกันเขียน เวียนกันอ่าน วานกันชม" จะเกิดการพัฒนา ในคิด เขียน และแสดงความเห็น
มาชื่นชอบ..บทความนี้..เจ้าค่ะ..(ได้เคยเรียนรู้..ตอนเริ่ม หัดเขียนบล้อกใหม่ๆ..จาก..คุณคนไม่มีรากว่า..เขียนติดกันเป็นพืด..ไม่มีเว้นวรรค..ขั้นตอน..แอบหัวเราะชอบใจ..อ้ะะๆๆๆ)...ยายธี)
สวัสดีค่ะ
เห็นด้วยค่ะ เปิดใจ ให้ใจกว้างขึ้นจนมองเห็นโลกกว้างนะคะ
เป็นบันทึกหนึ่งที่ทำให้ผม "กล้าที่จะเขียน" ต่อไป
กำลังใจ มันยิ่งใหญ่พอที่จะให้ชีวิตเดินต่อได้ ทีเดียวนะครับ....
เห็นด้วยครับ..ชอบบทความนี้มากๆ
ความเห็นตรงกับคุณ Bright lilly คะ :)
ลักษณะการเขียนแบบ 'ผู้ให้' เป็นเช่นนี้เอง
คือ ประสานร้อยเรียงสิ่งที่เห็นจากผู้อื่น เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
ขออนุญาตส่งเป็นบันทึกแนะนำนะคะ
เริ่มจากเปิดใจ...ก็เปิดอะไรทั้งหมดทั้งสิ้นออกมา...ชื่นชมมากครับ
3. “เปิดหูเปิดตา” การหมั่นไปทักทาย ให้ความเห็น ซักถาม และอ่านบันทึกของผู้อื่น รวมทั้งหมั่นให้ดอกไม้เป็นกำลังใจกับคนอื่นอย่างสม่ำเสมอจะมีคนมาทักทายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย เพราะธรรมชาติของคน เมื่อมีคนให้ความสนใจ มาทักททาย ย่อมอยากตอบแทนด้วยการไปเยี่ยม ไปอ่าน ไปรู้จัก และไปพูดคุยกับคนนั้นๆ ดังคำพระที่ว่า "ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง"
ขอบคุณพี่ ไอดิน-กลิ่นไม้ มากค่ะ
คำชื่นชมด้วยความเมตตาของพี่ทำให้น้องมีกำลังใจขึ้นมากค่ะ
ไม่คิดว่าบันทึกที่เขียนเร็วๆในเวลาจำกัด จะตรงใจและมีคนมาอ่านมากขนาดนี้
น้องเห็นจริงดังพี่ว่าค่ะ แม้เราจะไม่ได้มุ่งเน้นจำนวนคนอ่านและดอกไม้ แต่เมื่อเห็นจำนวนคนอ่านและดอกไม้ รวมทั้งคนมาให้ข้อคิดเห็น ก็ทำให้เรามีกำลังใจยิ่งขึ้นจริงๆ ค่ะ :)
ดูเหมือนว่าผมจะ "เฉี่ยว" ครบทั้ง 6 ประเด็นเลยนะครับเนี่ย 555
สวัสดีค่ะคุณ Bonnie
ส่วนตัวรู้สึกว่า การเขียนยาวง่ายกว่าการเขียนสั้นนะคะ เพราะเขีียนยาวนั้นไม่ต้องคิดไม่ต้องเลือกคำมาก แต่การเขียนสั้นต้องคัดสรรคำให้น้อยเพื่อสื่อ "เนื้อหา/ความหมาย" ให้ครบถ้วนครอบคลุมค่ะ :)
ท่าน วิชญธรรม
บางทีการเปิดอายตนะทั้งหมด คงไม่ใช่ทางที่ปลอดภัยนักนะคะ
ที่เลือกประเด็นให้ "เปิด" ทั้งหมดที่ว่ามานั้น เนื่องจากพี่เป็นคน "ปิด" ไงคะ ดังนั้นควรเลือกแต่ละประเด็นไปใช้ให้เหมาะกับตัวเอง... จริงไหมคะ :)
สวัสดีค่ะพี่ Bright Lily
ขอบคุณพี่สำหรับมิตรภาพดีๆ ที่ให้ต่อกันมาเสมอนะคะ
ชอบดอกไม้สวยๆและเพลงเพราะๆ ในบันทึกพี่มากค่ะ
อีกประเด็นหนึ่งที่คิดได้ก็คือ บันทึกที่มีจำนวนคนอ่านมากหรือได้รับดอกไม้มาก อาจไม่ได้หมายถึงการเป็นบันทึกที่ดีเด่นกว่าบันทึกที่มีคนอ่านและได้ดอกไม้น้อย เพราะจำนวนคนอ่านและจำนวนดอกไม้นั้นขึ้นกับอีกหลายปัจจัย... จริงไหมคะ ;)
สวัสดีค่ะท่าน วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei
เห็นด้วยอย่างที่สุดและเชื่อในวลีที่ว่า "ผลัดกันเขียน เวียนกันอ่าน วานกันชม" ค่ะ
ขอบคุณค่ะ