ความดีของเราเป็นกำลังใจของคนอื่น ว่าโลกนี้ยังมีความดี มีน้ำใจของคนใจเย็น จะทำให้คนอื่นละอายใจนิดๆ ความเป็นอยู่ของเราทำให้คนอื่นได้สัมผัสกับน้ำใจ ได้เห็นได้รู้สึก เราเป็นเนื้อนาบุญเล็กๆ ของเขา ได้บุญมาก


สงกรานต์ปีนี้ (๑๐ เม.ย.๕๖)  ดิฉันมีโอกาสได้ไปสรงน้ำขอพรพระอาจารย์ชยสาโรกับบรรดาญาติธรรม ที่ซอยระนอง ๒ ตั้งแต่เช้าตรู่  หลังจากที่พระอาจารย์นำนั่งสมาธิได้ราวครึ่งชั่วโมง โยมได้อาราธนาให้พระอาจารย์แสดงธรรมที่มีเนื้อความดังต่อไปนี้


สงกรานต์เป็นเทศกาลของการเกิดใหม่ เป็นเรื่องของปีใหม่ เป็นงานน้ำ น้ำหมายถึงชีวิต ร่างกายของมนุษย์  ต้นไม้  ประกอบด้วยน้ำ ๗๐ %  สมองของคนเราเป็นน้ำ ๘๐ % น้ำมีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่าง น้ำเป็นที่ตั้งของชีวิต


ในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง น้ำใหม่จะหนักกว่าน้ำเก่า จึงลงไปอยู่ข้างล่าง ทำให้น้ำสกปรกลอยขึ้นข้างบน  เมื่อถึงหน้าหนาวน้ำข้างบนจะเป็นน้ำแข็ง แต่น้ำข้างล่างจะยังเป็นน้ำอยู่ ข้างล่างจะทำให้ชีวิตยังอยู่ได้


ในทางศาสนาน้ำมีบทบาทสำคัญในทุกศาสนา ในพุทธศาสนาน้ำไม่มีความสำคัญทางพิธีกรรม แต่ในทางคำสอนมีเปรียบเทียบถึงน้ำอยู่บ่อยๆ


เมื่อครั้งพุทธกาล พระสารีบุตรมีศัตรูมุ่งร้ายอยู่ในวัด และได้ไปทูลเรื่องราวต่อพระพุทธเจ้า  พระพุทธเจ้าจึงทรงตรัสให้พระรูปหนึ่งตามกลับมา แล้วสอบถามเรื่องราวท่ามกลางที่ประชุมสงฆ์


พระสารีบุตรกล่าวต่อที่ประชุมสงฆ์ว่า ถ้าเราเป็นคนไม่มีสติ ไม่รู้ตัว เป็นไปได้  แต่สติเรามีอยู่  และจิตใจของเราเหมือนน้ำ  น้ำไม่รังเกียจของสกปรก ธาตุน้ำ  ธาตุลม  ธาตุดิน  ธาตุไฟ  ไม่เคยรังเกียจของสกปรก จิตใจเราเหมือนวัวที่ไม่มีเขา  ไม่มีกิเลส  พยาบาท  ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร


จิตใจของคนเหมือนที่แห้งแล้งในหน้าร้อนที่มีฝุ่นมาก สมาธิเหมือนฝนตกในหน้าร้อน หลังจากฝนตกครั้งหนึ่งไม่ได้หมายความว่าขี้ฝุ่น และความแห้งแล้งจะหายไป ถ้าจะทำให้ชุ่มฉ่ำฝนต้องตกบ่อยๆ  เหมือนฝนตกครั้งเดียว สองครั้งหายแห้งแล้งแล้วก็เลยขี้เกียจทำความเพียร


น้ำทำให้เราไม่เห็นความเป็นน้ำของน้ำ ความโกรธความเกลียดเหมือนน้ำเดือด ไม่อยู่ในภาวะปกติ ถ้าน้ำใสเราจะมองเห็นอะไรที่อยู่ในน้ำได้  จิตที่ไม่มีกำลังเป็นจิตที่ท้อแท้ต่ออุปสรรค  เมื่อสบายเกินไปจิตใจจะแข็งทื่อ  จิตที่ควรแก่งานจะเป็นจิตที่แข้มแข็ง มั่นคง แต่นุ่มนวล พร้อมที่จะรับรู้ พร้อมที่จะปลง มีภาวะทั้งนิ่ง และไหล ที่หลวงพ่อชากล่าวเปรียบว่าเหมือนน้ำไหลนิ่ง


หากมีของเขียวมาปกคลุมน้ำ เราจะมองไม่เห็นน้ำ เวลาง่วง หรือฟุ้งซ่าน เราเบียดเบียนสมอง จิตใจตัวเอง  เวลาที่เราคิดอย่างไม่มีระเบียบ ไม่มีวินัยในการคิด ใจเราก็เป็นน้ำที่ไม่สงบ แปรปรวน


เราเสียอิสรภาพของจิตเพราะความคิดได้พาไปโน่นไปนี่อยู่ตลอด ความลังเล สงสัย ทำให้จิตใจเศร้าหมอง  เหตุปัจจัยทำให้พบคำตอบ นิวรณ์ทำให้จิตอยู่ในความมืด ผู้ที่สงสัยจะหลงตัวเองว่าฉลาด เพราะเสียงนี้จะคล้ายเสียงของปัญญา


น้ำช่วยชำระ  ช่วยทำให้เย็น น้ำใจเป็นชื่อของความดี เพราะน้ำละลายของแข็งได้ มีพระธรรมบทที่กล่าวถึงเรื่องการเป็นคนไม่เห็นแก่ตัวท่ามกลางคนเห็นแก่ตัว  การเป็นคนที่ไม่โกรธไม่โมโห  ด้วยการเอาน้ำใจรักษาน้ำใจของเราไว้ เพราะเราเป็นที่สังเกตของผู้ที่รักในความดี


ความดีของเราเป็นกำลังใจของคนอื่น  ว่าโลกนี้ยังมีความดี  มีน้ำใจของคนใจเย็น จะทำให้คนอื่นละอายใจนิดๆ ความเป็นอยู่ของเราทำให้คนอื่นได้สัมผัสกับน้ำใจ ได้เห็นได้รู้สึก เราเป็นเนื้อนาบุญเล็กๆ ของเขา ได้บุญมาก


พืชปลูกได้ในดิน หินกลายเป็นดินได้เพราะน้ำ ถึงแม้จะใช้เวลาเป็นหมื่นเป็นแสนปีที่หดขยายๆ เป็นพลังของสิ่งที่ไม่น่ามีพลัง  ในที่สุดน้ำชนะหินได้  


เอาความดีอยู่เหนือความชั่ว ไม่อนุโลมให้กับความเสื่อม น้ำมีอะไรสั่งสอนเรามากมาย น้ำเมื่อเจอสิ่งใดก็ทำให้เย็นลง  เวลากระหายน้ำไม่มีอะไรชื่นใจเท่าน้ำเปล่า อดข้าว ๗ วันตาย  แต่ถ้าอดน้ำจะตายภายใน ๓ – ๔ วัน


โลกจะรอดได้เพราะน้ำใจ เราทำงานอนุรักษ์น้ำใจของหมู่มนุษย์  ตราบใดที่เรามีน้ำใจ เรายังมีความหวัง