การบริหารแบบ “ยอม”
โดย ถวิล อรัญเวศ
รอง ผอ.สพท.ชำนาญการพิเศษ
สพป.นครราชสีมา เขต ๔
บทนำ
หลายคนอาจจะมองว่า
หลักการบริหารจะต้องใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ
คือมีบทลงโทษและให้บำเหน็จความชอบไปพร้อม ๆ กัน กล่าวคือ ใครทำงานดี
ทำงานเก่งก็ปูนบำเหน็จความดีความชอบให้
แต่ถ้าใครขี้เกียจ ไม่ตั้งใจทำงาน
หรือเช้าชาม เย็นชาม ก็ต้องว่ากล่าว ตักเตือนไม่ฟังก็ลงโทษตามแต่กรณี
เพื่อไม่เป็นเยี่ยงอย่างกันต่อไป ซึ่งความจริง ก็คงเป็นเช่นนั้น แต่ทว่า
การบริหารเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคนจำนวนมาก
อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับคน มักจะยุ่งยาก เพราะคำว่า “คน” ก็คงทราบว่าต้องคนไปคนมาหลักการบริหารแบบ
“ยอม”
ผู้เขียนขอนำเสนอหลักการบริหารแบบ “ยอม” คือ บางครั้ง ต้องยอมเขา เพราะการบริหารบางครั้ง ถ้าเอาแต่ใจเอง บริหารตามความรู้สึกตนเอง ไม่สนใจคำแนะนำของเพื่อนร่วมงานแล้วไซร้ ก็มีแต่จะวุ่นวาย เป็นปัญหา และก่อให้เกิดการต่อต้านตามมา
หลักการบริหารแบบ “ยอม”
ย.ตัวแรก มีนัย ดังนี้
๑. ยืดหยุ่น
๒. ยุติธรรม
๓. ยิ้มแย้ม
๔. เยินยอ
อ.ตัวที่สอง มีนัย ดังนี้
๑. ไม่มีอคติ ๔ คือ ลำเอียงเพราะรัก ลำเอียงเพราะโกรธกัน ลำเอียงเพราะไม่รู้ขาดข้อมูลที่ดีพอ และลำเอียงเพราะกลัว
๒. ไม่เป็นผู้อารมณ์โมโหโกรธง่าย ต้องสุขุมรอบคอบ เยือกเย็น
๓. ไม่เป็นอวดเก่ง อวดรู้หมดทุกอย่าง ต้องสามารถรับฟังความคิดเห็นเพื่อนร่วมงาน ให้เกียรติที่จะนำข้อคิดข้อเสนอแนะไปปรับปรุงการบริหารงานในองค์กร
ม.ตัวที่สาม มีนัย ดังนี้
๑. เมตตาธรรม ผู้บริหารจำต้องมีเมตตาธรรม เพราะเมตตาธรรม ค้ำจุนโลก ถ้าคนเราปราศจากเมตตาธรรมแล้วไซร้ โลกนี้คงจะมีแต่รบราฆ่าฟันกัน คงไม่มีสันติสุขได้ ฉะนั้น ควรมีเมตตาธรรมกับลูกน้อง
๒. ไม่มีมลทินมัวหมองในเรื่องการเงิน ชู้สาว และเมาสุราเป็นอาจิณ
๓. มาดของผู้บริหาร คือต้องมีมาดหรือบุคลิกของผู้บริหาร เช่น การแสดงออกทางกายแต่งกายสุภาพ พูดจาไพเราะเหมาะสมกับการเป็นผู้นำหรือผู้บริหาร
สรุป
หลักการบริหารแบบ “ยอม” ย.ตัวแรก มีความยืดหยุ่น ยุติธรรม ยิ้มแย้ม เยินยอคือรู้จักให้คำชมเชยลูกน้อง อ.ตัวที่สอง คือ ไม่มีอคติ ๔ ได้แก่ ลำเอียงเพราะรัก ลำเอียงเพราะโกรธกัน ลำเอียงเพราะไม่รู้ขาดข้อมูลที่ดีพอ และลำเอียงเพราะกลัว ไม่เป็นผู้อารมณ์โมโหโกรธง่าย ต้องสุขุมรอบคอบ เยือกเย็น ไม่เป็นอวดเก่ง อวดรู้หมดทุกอย่าง ต้องสามารถรับฟังความคิดเห็นเพื่อนร่วมงาน ให้เกียรติที่จะนำข้อคิดข้อเสนอแนะไปปรับปรุงการบริหารงานในองค์กร ส่วน ม. ตัวที่สาม คือ มีเมตตาธรรม ผู้บริหารจำต้องมีเมตตาธรรม เพราะเมตตาธรรม ค้ำจุนโลก ถ้าคนเราปราศจากเมตตาธรรมแล้วไซร้ โลกนี้คงจะมีแต่รบราฆ่าฟันกัน คงไม่มีสันติสุขได้ ฉะนั้น ควรมีเมตตาธรรมกับลูกน้อง ไม่มีมลทินมัวหมองในเรื่องการเงิน ชู้สาว และเมาสุราเป็นอาจิณ มีมาดของผู้บริหาร คือต้องมีมาดหรือบุคลิกของผู้บริหาร เช่น การแสดงออกทางกายแต่งกายสุภาพ การแสดงออกทางวาจา คือพูดจาไพเราะเหมาะสมกับการเป็นผู้นำหรือผู้บริหารการแสดงออกทางใจ คือไม่ริษยาลูกน้อง มีมุทิตาจิต มีคุณธรรมประจำใจสำหนับผู้บริหาร




ขอคำปรึกษา ว่า ลูกน้องทำานแย่ขนาดไหน ถึงจะประเมินว่า ต่ำกว่าเกณฑ์ ค่ะ
และมีเทคนิกการดูแล บริหารทรัพยากรบุคคลอย่างไร ให้มีความสุขทั้งงานและ
คน
ทำงานแย่โดยได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 นะครับ เพราะตามเกณฑ์เสนอเลื่อนขั้นเงินเดือน
จะได้เลื่อนขั้นได้ต้องได้คะแนนทั้งหมดร้อยละ 60 ขึ้นไป เรียกว่า "ขั้นยอมรับได้"
เทคนิคการดูแลก็ดัง บทความที่ผมนำเสนอครับผม ลองอ่านดูก่อนครับ