เราจ่ายเกินจำเป็นไปหรือเปล่า

เราจ่ายเงินบำเรอชีวิตเกินความจำเป็นแค่ไหน

  ต้นเดือนก็เจียนสิ้นใจ  เป็นกันไหมคะ 
กดเอทีเอ็มเอาเงินเดือนออกมาไม่กี่ชั่วโมง 
เป็นอันล่องลอยไปในสายลม 
เพราะมีภาระรายจ่ายหนี้สินความจำเป็นรออยู่  (แต่ก็ยังดีนะ ที่มีพอให้จ่ายอยู่ ) ไอ้ที่ต้องจ่ายก็จ่ายไปพรวดๆ  แล้วก้มดูที่มีอยู่  โถ ชีวิต 
จะมีกินมีใช้ไปอีกกี่วันเนี่ย 
เดือนหนึ่งมีสามสิบวัน 
ก็ดูช่างยาวนาน เหมือนสามปี 
กว่าจะถึงวันเงินเดือนออกอีกทีหนึ่ง 



  บางครั้งอยากทำเกเรจังเลย  เบี้ยวดีไหม 
ไม่ไปจ่ายมันซะเลย  บัตรเครดิต  ค่าผ่อนรถ 
ค่าเช่าบ้าน  ค่าโทรศัพท์  ค่าไฟ 
ค่าน้ำ  ค่าใช้จ่ายของครอบครัว  ค่าซองค่าการ์ดภาษีสังคม  ค่าผ่อนสินค้า(ที่ค้างคามานานก็ยังไม่หมดสักที )  ไม่รู้ว่ามันเริ่มมาแต่ไหนเมื่อไหร่  กว่าจะสำนึก 
ภาระหนี้สินมันก็รุงรังพันตัว 
จนหัวหมุน 
แล้วก็ต้องมาเกยคางค้างเติ่งคิดหาหมุนเงินเพื่อมาวนใช้  ก็ไม่พ้นเพิ่มหนี้สินให้ตัวเองอีก
  เป็นเพราะเราได้ไม่พอจ่าย  หรือจ่ายไม่พอดีกับได้กันแน่ ..



  ในชีวิตของคนทำมาหากินซกๆทุกวันนี้  ทำมา หากิน”  หามา ก็ต้องกินต้องใช้ก็จริงอยู่  ความจำเป็นมันมี  แม้ว่าที่ได้มามันไม่พอดีกับความจำเป็น แถมยังมีค่าความไม่จำเป็นมาเบียดเพิ่มอีก ค่าครองชีพก็หูฉี่แล้ว  ก็ยังมีค่าครองตนในสังคมอีก ค่าเที่ยว ค่ากิน
ค่าใช้  ค่าเสริมภาพลักษณ์  ค่าบำเรอความยุ่งยาก ค่าบำบัดความจมไม่ลง  กิจกรรมเหล่านั้นแทบจะเลี่ยงกันไม่ได้ 



  เมื่อเงินหมดไปกับกิจกรรมเกินจำเป็น  เลยทำให้ชีวิตเสียสมดุลไป  ยอมรับกันได้ว่า  เงินเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิต  ที่เป็นตัวแปรต้นให้กับหลายๆอย่าง  ถ้าเราสามารถจัดการ การเงินของเราเองได้  ความขลุกขลักในชีวิตคงบรรเทาเบาบางจางลงไปบ้าง 



ถ้าตัดส่วนที่เกิน  เพื่อเอาไปเติมส่วนที่ขาด  ชีวิตคงสมดุลขึ้นมาบ้าง ลองนึกดูสิว่าชีวิตเราวันๆได้จ่ายเงินไปกับเรื่องที่เกินความจำเป็นไปแค่ไหน



1.กินเพื่อความบันเทิง  ทั้งๆที่ไม่หิว  เป็นกิจกรรมที่เป็นนิสัยมากกว่า ตั้งแต่ส้มตำน้ำตกข้างออฟฟิศ  คอฟฟี่ช็อป 
หลบร้อนเอาแอร์ตามห้าง 
อาหารสารพัดชาติ(ที่เมดอินไทยแลนด์) กินเพื่อสังสรรค์บันเทิงมากกว่าหิวจริงๆ  ลองเปลี่ยนจากการสังสรรค์บันเทิงจากการกิน  พากันไปใส่ขาสั้นจ๊อกกิ้งยามเย็นที่สวนสาธารณะดีไหม  ไปแอโรบิคตามโรงยิมก็ยังไหว  ตีแบดหน้าออฟฟิศให้พี่ยามดูก็ดี  ประหยัดตังค์แถมยังได้สุขภาพดีด้วย  หัวใจปลอดโปร่งอีกต่างหาก



  2.เอกเขนกใช้บริการบิวตี้ซาลอน  อยากสระผม  ทำเล็บ 
ครั้นคุณพี่คุณน้องจะไปร้านเสริมสวย 
ร้านเจ๊ตามห้องแถวก็อายคน 
เดี๋ยวหาว่าไร้รสนิยม 
เอาร้านหรูๆหน่อยแม้แพงกว่าก็ยอม  แต่จริงแล้วจะร้านเจ๊ร้านเฮียไหนก็เหอะ 
ถ้าคุณยังต้องการซื้อมือคนอื่นเกาหัวให้ก็ต้องเบียดเบียนเงินเหลือเก็บของคุณไปได้มากเช่นกัน  ทำเองที่บ้านดีกว่าค่ะ 



  3. จ่ายเงินซื้อความสะดวก  คุณตื่นสาย 
เลยไม่ทันจัดการกับอาหารเช้าตัวเอง 
ตะลีตะลานเอากับอาหารแพ็คตามร้านสะดวกซื้อ 
ที่เป็นเมนูพื้นๆ 
แต่ต้องจ่ายในราคาแพงกว่าถึง 2-3 เท่า 
ทั้งที่สามารถหากินได้จากร้านข้าวทั่วไป ที่ทำสดๆใหม่ๆ 
เราเลยต้องมีค่าใช้จ่ายชดเชยความมักง่ายอยู่เป็นประจำประจำ



  4.เครื่องสำอางแบรนด์นอก
บางทีก็ราคาเกินจำเป็น 
เลี่ยงไม่ได้ที่ผู้หญิงเราจะไม่ใช้ 
ของมันต้องแต่งเติมถึงจะดูดี 
หลายยี่ห้อราคามันมากเกินไป 
ทั้งที่คุณภาพในการบันดาลความสวยก็ไม่ได้วิเศษไปกว่ากัน  ลดรสนิยมลงมาเกาะเคาท์เตอร์ยี่ห้อกลางๆดีกว่าถ้าจมยังไม่ลง  แล้วจะพบว่าเราเหลือตังค์อีกหลายร้อยหลายพันนะ



  5. ตลาดนัด  เปิดท้าย ซอยละลายทรัพย์  ตรอกซอยถนนคนเดินทั้งหลาย  จะดูดตังค์เราโดยไม่ได้ตั้งใจซื้อ  ก็เล่นพากันไปประสาเพื่อนสาวสุดซี้  เดินๆชมๆหยิบๆจับๆ  แล้วก็มานั่งนับเศษตังค์ที่บ้านแทน  แล้วหน้าเหี่ยวแห้ง  ซื้อมาทำไม 
ทั้งที่ยังไม่จำเป็น เงินส่วนนี้ 
มันเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ออยู่อีกนับเดือน
….ยับยั้งและชั่งใจ  ท่องไว้



  6. เบื่อ เหนื่อย  เครียด 
กินเหล้า
 
พากินไปปลดปล่อยนานๆทีก็ไม่เป็นไร 
แต่บ่อยครั้งเกินไปก็ไม่ไหว  คนนี้ไปก็เฮ  คนนี้มาก็เฮ 
เฮกันไปบ่อยๆเข้า 
ไอ้คนเราเมาได้ที่  มือที่มีก็ไวจ่ายง่ายล้วงคล่องเชียว  ไปดื่มๆกันแต่ละครั้ง หัวละพันสองพัน  เติมน้ำมันรถได้เป็นเดือนๆนะนั่น



  7.ที่ซุกหัวนอนสุดหรู  ดูดี มีระดับ ที่เช่าอยู่อาศัยเป็นเดือนๆทุกวันนี้  เราจ่ายเกินความจำเป็นไปหรือเปล่า  ห้องพักระดับกลางๆรองลงมา  ราคาย่อมเบากว่าแน่นอน สามารถลดการจ่ายไปถึง
2-3 พันบาท 
จะอยู่หรูเพื่อแสดงรสนิยมให้ใครเขามาชื่นชมด้วยล่ะจ้ะ



  8. ขับรถยนต์ส่วนตัว  เครื่องยนต์เขื่องๆ  เดินทางไปทำงานแต่ละวัน  ซดน้ำมันวันละหลายร้อย  ถ้าจอดรถยนต์ไว้ที่บ้าน 
แล้วใช้บริการขนส่งมวลชนจะประหยัดเงินได้โขล่ะ  ไม่หรู 
ไม่ดูดี 
แต่มีตังค์เหลือเก็บเหลือจ่ายนะคะ
  ถ้าที่ทำงานไม่ไกลเท่าไหร่ 
แต่คุณใช้บริการแท็กซี่ทุกวัน 
ซึ่งจ่ายมันมากกว่าคุณพี่กั๊กเขียวๆแดงๆปากซอย  ใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างคงจะประหยัดขึ้นมาหน่อย



  9.ผ่อนรถป้ายแดงคันงาม  แล้วต้องมาหืดขึ้นคอ  กับการหมุนเงินแต่ละเดือน  เพื่อผ่อนชำระ 
ลำพังผ่อนรายเดือนก็แสนสาหัสแล้ว 
แถมบางรายยังผ่อนเงินที่ใช้ไปดาวน์อีกด้วย 
ตัดสินใจใหม่ก็ยังได้ 
ขายดาวน์ไปดีไหม  แล้วเปลี่ยนมาพิสมัยเห็นใจรถยนต์มือสอง  ที่หายใจได้คล่องคอกว่า  หรือถ้าทำใจไม่ได้จริงๆ  ก็ปรับเป็นรถยี่ห้อรองๆลงมาดีกว่า 
อย่างน้อยก็ทำให้เราเบาเนื้อตัวในการชำระรายเดือนขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง



  10.หิวเผื่ออนาคต  หัวก็ซื้อไม่หิวก็ซื้อ  เพราะความเคยชิน  ประเภทเห็นของกินเป็นไม่ได้  รี่เข้าไปซื้อด้วยเหตุผล  เอาไว้กินตอนหิว  แม้ขณะนี้ยังไม่หิวก็ตาม  อย่างนี้ต้องเรียกสติและสมาธิตัวเองดีๆ  อย่าได้ปล่อยให้ผีนักช้อปมาเข้าสิง  ไม่เว้นแม้แต่ของกินแล้ว



  11.โปรโมชั่นค่าโทรศัพท์ที่ทำเอาตาถลน 
เดี๋ยวนี้มีแต่แข่งขันประชันกันเอาใจลูกค้า  แต่ละเจ้าก็สรรหาโปรโมชั่นถูกๆมาให้  แล้วลูกค้าตางามทั้งหลาย  ก็ระรื่นดีใจ 
กระหน่ำใช้ด้วยความงกในความถูก  หารู้ไม่ว่าไอ้ที่ว่าถูกๆน่ะ  ถ้าใช้มากๆและมากๆ  มันก็คือค่าใช้จ่ายที่บานตะไท
กว่าตอนที่ใช้โปรโมชั่นปกตินั่นซะอีก 
เตือนสติตัวเองดีๆ  อย่างกสิจ้ะ



  12. บัตรเครดิต 
ที่เป็นเหมือนแผ่นยันตร์กักขังคนไม่ให้หลุดพ้นจากหนี้สิน  หักอกหักใจเลิกใช้มันไปซะ  เนื่องจากความอยาก กับดอกเบี้ยแพงยับ 
มันช่างเสริมแรงกลั่นแกล้งคนได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย  อยากได้ชุดสวย 
รองเท้า กระเป๋า  เครื่องใช้
อุปกรณ์ประดับยศ  รูดๆกันเข้าไป  ตอนรูดไม่คิดอะไรไกล 
แค่ให้ได้ของมาแล้วตูข้าค่อยๆผ่อนชำระไปเป็นเดือนๆ  แต่หลายรูดเข้า  สูเจ้าชักหัวหมุนแล้วล่ะ
 



  13. ใครตะลอนไหนตะลอนด้วย  ประเภทใครชวนไปทัวร์ไหนก็ไป  ทั้งที่ปัจจัยตัวเองไม่พร้อม  ความอยากเที่ยวอยากทัวร์มีเหมือนกันหมดค่ะ  แต่ถ้าไม่มีการปฏิเสธทุกนัดที่ถูกชวน 
ก็คงกลายเป็นกิจกรรมที่เกินความพอดีแก่ชีวิต 
ที่เราต้องเพิ่มรายจ่ายตัวเองกับการไปเที่ยว  การนำเงินในอนาคตมาเที่ยวก่อนแล้วผ่อนใช้  มันสบายอุรา 
แต่ต้องระอากับหนี้สิน



  14. พระเวสสันดรกลับชาติ  มีอะไรเป็นอุทิศให้ใครต่อใครไปหมด  ตัวเองต้องลำบาก อัตคัดขัดสนขาดแคลน  แทบจะไม่มีกินมีใช้  เพราะใจบุญใจกว้างสละให้คนอื่นอยู่เป็นประจำ  อันนี้ต้องสะกิดตัวเองดีๆ
น้ำใจกับการอุทิศไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป 
เราสามารถมีน้ำใจกับผู้คนได้  แต่ถ้าใจดีอยู่ร่ำไป  ซื้ออันนั้นอันนี้ให้ใครต่อใคร  ยิ่งถ้าสร้างความเคยชินให้ตัวเองและคนรอบข้างแล้ว 
มันจะกลายเป็นรูปแบบและประเพณีที่มัดตัวเองไป  แต่ก็ต้องชั่งใจดีๆ  ระหว่างการประมาณตนกับความตระหนี่  ที่มันอาจใกล้กันนิดเดียว



  15.บ้าของสะสม  นิสัยที่ชอบเอาชนะ  เป็นอยู่ในเส้นเลือดของคนที่ชอบสะสม  ที่เป็นต้องเสาะหามาสุมสะสมไว้  เพื่อให้ได้มากกว่าคนอื่น  การได้มาก็หมายถึงค่าใช้จ่ายที่แลกไป  การสะสมแม้เป็นรสนิยมความชอบส่วนบุคคล 
แต่ถ้าเป็นค่านิยมที่เพื่อโชว์อวดคนอื่นแล้ว  มันเป็นค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นไป  ควรสะสมของที่ชอบจริงๆ  และรู้จักรอคอยเพื่อที่มันจะมีจังหวะมาให้เราสะสมครอบครองในแต่ละโอกาสดีกว่า  อย่ากำหนดเป้าหมายและปริมาณการสะสมดีกว่าค่ะ



  หลายเรื่องที่ไม่สามารถงดได้  แต่ก็ไม่ลำบากเกินไปถ้าจะลดลงมาบ้าง



  อยากมีเงินเหลือไว้บำรุงชีวิต  ก็ลดการบำเรอลงบ้าง 
อย่างน้อยก็บรรเทาภาระการจ่ายลงทำให้มีเงินเหลือขึ้นมาอีกหน่อย  ไว้ให้ได้ใจอุ่นมาบ้าง  กินอยู่ ใช้ชีวิตแค่พอดีๆกับความจำเป็น  ไม่ต้องถึงกับอดอยาก  ตัวลีบเล็กในสังคมหรอก  แค่ตัดส่วนเกินออกไป  แล้วปรับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน  ให้เหลือแค่ความจำเป็น  พอดี 
และอย่าลืมสั่งจิตใจสติปัญญาให้รู้สึกถึง 
ความพอใจพอเพียง 



ลองสำรวจพฤติกรรมการบำเรอชีวิตของคุณดูนะคะ  ว่ามันเกินจำเป็นไหม  แล้วลดๆตัดๆมันออกไป แล้วจะได้
ความสุข คืนมาบ้าง  ใช้ชีวิตอย่างมีสติด้วยความพอดี  มีความพอเพียงค่ะ... 



 



 




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มหกรรมการให้..



ความเห็น (2)

ขอบคุณมากคะ  ที่นำมาให้คิด  

ทำมาหากิน เงินมีไว้ใช้ ส่วนหนึ่ง เก็บไว้อีกส่วนหนึ่งคะ  

จริงตามที่บอกไว้คะ สองเดือนแล้วที่ใช้เงินเกินเงินเดือน มาก ๆ เพราะว่าคิดว่าทำงานมาทั้งปี  

เสียภาษีให้รัฐอีก เยอะมาก เงินเดือนเกือบทั้งเดือน

ขอใช้เงินให้รางวัลกับชีวิตบ้าง เที่ยวปีละครั้ง 

ตอนนี้ซื้ออุปรณ์จัดสวน จัดบ้านใหม่ งบประมาณบานปลาย ดีที่มีเงินเก็บ ไปดึงเงินเก็บมาใช้ 

เดือนหน้าปรับพฤติกรรมใหม่ 

สวัสดีปีใหม่ไทยครับ     ขอบคุณในสาระดี ๆ ครับ