GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ควันหลงจากเสียงกู่จากครูใหญ่

หลังจากที่หนูได้ดูCD เรื่องเสียงกู่จากครูใหญ่หนูรู้สึกประทับใจมากที่ยังมีคนที่ยอมทุ่มเทตัวเองให้กับส่วนรวมได้ถึงขนาดนี้ซึ่งในปัจบันนั้นหายากยิ่งนักถ้ามีคนอย่างนี้ในโลกเราเพิ่มมากขึ้นโลกเราคงจะมีการพัฒนาไปไกลกว่านี้จากบทเรียนในเรื่องนี้สอนอะไรแก่เราในหลายๆอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งบทเรียนของนักพัฒนาโดยนักพัฒนาที่ดีนั้นอย่างแรกควรจะสร้างศรัทธาจากผู้อื่นให้ได้ก่อนเพื่อเป็นการง่ายในการพัฒนาถ้าเราไม่สามารถจะสร้างแรงศรัทธาจากผู้อื่นได้ก็ควรจะหาวิธีการในการที่จะสร้างศรัทธาก่อนเพราะว่าเมื่อคนเรามีศรัทธาในตัวผู้ใดแล้วคนๆนั้นก็จะยอมกระทำตามคำสั่งผู้นั้นด้วยความเต็มใจเหมือนอย่างครูใหญ่ที่ตอนแรกที่เจอกับคนที่จะมารับครูใหญ่คนๆนั้นไม่มีความศรัทธาในตัวครูใหญ่เพราะเห็นครูใหญ่ใส่รองเท้าขาดแต่ครูใหญ่ก็สามารถสร้างสรัทธาให้เกิดขึ้นได้โดยการพูดจาโน้มน้าวใจใช้คำพูดให้เกิดประโยชน์ อย่างที่สองคือการประสานความคิดของทุกคนถ้าความคิดของทุกคนไม่ไปในแนวทางเดียวกันแล้วก็ยากในการที่จะพัฒนาได้เมื่อความคิดของแต่ละคนแตกแยกกันเราต้องประสานความคิดของทุกคนให้ได้ด้วยการสร้างแรงจูงใจซึ่งครูใหญ่ก็ใช้วิธีการตั้งคำขวัญขึ้นว่า"การทำงานหนักเป็นดอกไม้ของชีวิต" และครูใหญ่ก็ต้องทำเป็นตัวอย่างด้วยเพื่อให้ทุกคนได้เห็นถึงความหมายของคำขวัญที่ตั้งขึ้นและต้องใช้ความอดทนในการเกิดผลซึ่งเมื่อทุกคนเห็นคุณค่าของการทำงานแล้วก็จะเกิดการร่วมแรงร่วมใจกันในการทำงานส่งผลใหการพัฒนานั้นเกิดผลมากขึ้นๆ แต่บางครั้งการพัฒนาในบางเรื่องก็ต้องใช้ทรัพยากรที่มากเช่นการพัฒนาโรงเรียนผู้พัฒนาจะต้องรู้จักในการดัดแปลงสิ่งต่างๆเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายโดยครูใหญ่ใช้วิธีการพึ่งตนเองและประหยัดจึงทำให้โรงเรียนสร้างเสร็จได้ด้วยกำลังจากชาวบ้านและอุปกรณ์ที่พอจะหาได้ซึ่งการทำงานด้วยความทุ่มเทของครูใหญ่ที่มั่นคงในอุดมการณ์นี้ทำให้เกิดการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างมากมายซึ่งงานพัฒนานี้เป็นงานที่สามารถทำได้ตลอดชีวิตเมื่อการพัฒนาเกิดขึ้นทั้งด้านความคิดในทางที่ดี ทำให้เกิดการสามัคคีร่วมพลังกันทุกคนอยู่ด้วยกันด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกันทำให้หมู่บ้านนั้นเป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยความสงบสุข

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 53221
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)