เท่าที่ผมมีส่วนร่วมใน KM แบบอยู่ข้างเวทีการจัดการความรู้มากว่า ๒ ปี ก็พอจะเริ่มเห็นบุคคลแบบต่างๆของนักแสดง KM ที่พอจะจำแนกด้วยกรอบความคิดของผมเอง ได้ดังนี้

๑. ระดับเทวดา เป็นผู้ที่ไม่ต้องมีความรู้เป็นของตนเอง หรือมีก็เพื่อคนอื่นใช้ จัดการความรู้แบบเพ้อฝันอยู่ในอากาศ เช่นการสร้าง โมเดลต่างๆ อาจมีคนมองเห็นได้บ้าง แต่จับต้องไม่ได้ บางทีก็ลอยไปลอยมาแบบเทวดา มีคนเซ่นไหว้ก็มาช่วยเขาซักหน่อย แต่ส่วนใหญ่จะล่องลอยไปในอากาศ ตามกระแสลมฟ้าอากาศที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเอง หรือสร้างร่วมกับคนอื่น บางทีก็แกล้งทำให้อากาศวิปริต เพื่อให้คนอื่นเห็นความสำคัญของตนเอง แล้วแต่ประเภทเทวดา ว่าดีมากน้อยเพียงใด บางตนก็กินแต่ของเซ่นไหว้ ไม่เคยไปช่วยใครเลยก็มี ความรู้ที่ให้คนอื่นก็เป็นความรู้ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ แต่ก็ให้ๆไปอย่างนั้นแหละ เดี๋ยวจะมีคนว่าไม่ทำหน้าที่ ก็สักแต่ว่าทำนั่นแหละครับ ประเภทนี้ส่วนใหญ่ผมต้องแหงนหน้ามอง และเพ่งสายตาก็จะเห็นได้บ้าง แต่ผมไม่ค่อยมองคนกลุ่มนี้ เพราะเมื่อยคอ และเสียเวลาของผมเปล่าๆ

๒. ระดับหุ่นยนต์ เป็นผู้ที่จัดการความรู้ตามคำสั่ง ไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่าความรู้ใดดี หรือเหมาะกับใครหรือไม่ มีหน้าที่รวบรวมก็รวมไป เวลามีคนมากดปุ่มก็ปล่อยความรู้ออกไปตามปุ่มที่กด พอแบตตารีหมด ก็ทำงานไม่ได้ ต้องรอให้คนมาเสียบไฟให้ หรือมาจัดระบบให้ และบางทีก็เก็บความรู้ไว้ผิดช่อง หรือเอาความรู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกันไปปนกัน เพียงเพราะมีคำคล้ายกันอยู่ เป็นต้น คนระดับนี้จะมีที่ทำงานประจำ ท่องกฏระเบียบคล่องแคล่ว ถ้าใครจะหวังอะไรจากเขาก็ต้องเหนื่อยหน่อยนะครับ

๓. ระดับคนธรรมดา เป็นผู้จัดการความรู้เพื่อการใช้งานของตนเอง จัดไปใช้ไป ใช้ทั้งความรู้เก่า และใหม่ แล้วแต่จะหยิบฉวยอะไรได้ ก็จัดไปตามความจำเป็น มีขั้นตอนบ้าง ไม่มีบ้างก็แล้วแต่ระดับขีดความสามารถของแต่ละคน แต่ก็สามารถยกระดับความรู้ไปได้เรื่อย เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ตามสถานการณ์รอบตัวและความรู้ที่มีโดยไม่ต้องรอคำสั่ง คนเหล่านี้จะพัฒนาตนเองอยู่ในวังวนของความรู้อย่างสอดคล้องกับชีวิตของตนเอง ตามสาขาอาชีพที่ตนเองชอบ ผมเรียกคนเหล่านี้ ว่าคนจริง อยู่กับธรรมชาติ อย่างธรรมดา ตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นคนที่น่าคบ และคบได้แบบไม่เสียเวลาเปล่า

๔. ระดับผีสางนางไม้ เป็นผู้จัดการความรู้คล้ายกับเทวดา คือไม่มีความรู้ที่ตัวเองต้องใช้เลย มีแต่ความรู้ไว้หลอกคนอื่น เพราะอยู่กับการกินของเซ่นไหว้ มีคนทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ก็จะได้กิน การจัดการเพื่อให้ตัวเองได้กินก็คือก็มีหลายวิธี ตั้งแต่เอาความรู้ไม่จริงไปหลอกให้คนกลัว เขาจะได้มาเซ่นไหว้ หรือไปเข้าฝันให้เขาซื้อหวยถูกจะได้มาเซ่นไหว้ และอีกหลายร้อยวิธี ที่ผีเหล่านี้จะคิดหาวิธีเอาตัวรอดจากการหลอกลวงให้คนหลงเชื่อ จริงบ้างไม่จริงบ้างปนๆกันไป ถ้าหลอกซะทั้งหมดคนก็จะขาดศรัทธา หากินต่อไม่ได้ แต่ถ้าจริงทั้งหมดคนก็อาจจะไม่เชื่อความเป็นผี และผีก็จะแปลงตัวเป็นเทวดา แบบชั่วคราวหรือถาวรก็แล้วแต่บุญกรรมของผีตนนั้นเอง

ลองดูนะครับว่าท่านสมาชืก KM เคยเห็นแบบอื่นๆอีกไหม ผมคิดว่ามีอีกมาก เพีงแต่ผมเสนอแค่นี้ KMระดับผีกับเทวดา ก็คงอยากจะหาวิธีโต้ตอบและเหยียบผมให้จมธรณีอยู่แล้ว ระดับหุ่นยนต์ผมไม่ห่วงหรอก เพราะเขาไมรู้ร้อนรู้หนาวกับใครอยู่แล้ว

ขอบคุณล่วงหน้ากับผู้ที่จะเพิ่มเติมความรู้ตรงนี้

แสวง

๔ ตค ๔๙