ผมคิดมาประมาณได้สัก ๒๐ ปีแล้ว (พศ. ๒๕๕๖ – ๒๐) ว่ากลับมาเมืองไทยหากหางานทำไม่ได้จะทำธุรกิจรับซักผ้า และส่งอาหารปิ่นโต ตามหมู่บ้านจัดสรร 

แต่นิสัยผมคิดทำอะไรแล้ว ไม่หวังเอาเงิน แต่โลภมากกว่านั้นเสมอ โดยหวังเอาบุญด้วย ต้องช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างลดทุกข์ แม้ทุกข์ทางกายก็ยังดี

ผมเฝ้ามองว่าพฤติกรรมคนไทยที่เปลี่ยนไปมากแต่ประมาณพศ. ๒๕๒๐ คนชั้นกลางจำนวนมาก ที่มีกำลังซื้อ หันเข้าไปอยู่บ้านจัดสรรกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ผัวเมียทำงานหาเงินส่งลูกเรียนกันมาก (เอาใจกันเข้าไป เพื่อให้ลูกมันกลายเป็นเอี้ยกันหมด เพราะตามใจกันมาก เนื่องจากมีลูกน้อย ไม่ค่อยมีเวลาทำลูก เหมือนสมัยก่อน ทำกันแต่เงิน)

นี่เป็นช่องทางทำเงินมหาศาล แต่วันนี้ ๒๐ ปีผ่านมา ผมก็ยังไม่เห็นมีใครทำ อีกหน่อย บริษัทฝรั่ง มันวิเคราะห์การตลาด เห็นข้อมูล มันคงมาทำเป็นแน่ แล้วเอาคนไทยเป็นบ๋อยปฏิบัติการ

ถ้าผมเปิดเว็บ ประกาศว่าผมจะส่งปินโตอาหารถึงบ้านทุกเช้า และหรือเย็น (แล้วแต่จะเลือก ) โดยท่านสามารถเลือกอาหารได้นับร้อยอย่าง จากรายการที่เรามี ผ่านอินเตอร์เน็ต มีรูป หน้าตาอาหารให้ดูเสร็จ พร้อมราคา ..มื้อไหนอยากกินอะไร สั่งได้ ไม่มีจำเจ 

และรับรองว่า อาหารทำสด ใหม่ ใช้สารชีวภาพล้วน ไม่มีผงชูรส เคมี ใดๆ ทั้งสิ้น 

ทั้งหมดนี้ส่งถึงบ้าน ราคาถูกว่าไปกินเหลา สิบเท่า (แถมสะอาดกว่า สะดวกกว่า ไม่ต้องทิป) 

ทำการตลาดให้พอควร น่าจะมีลูกค้าเป็นแสนรายในกทม. แห่งเดียว ขายวันละสองร้อยบาท แสนรายก็ได้แล้ววันละ 20 ล้าน กำไรสัก 20 ปซ.ก็เพียงวันละ 4 ล้านเอง ...น้อยไปหน่อยนะ (แต่กำไรแบบนี้เขาเรียกว่า วินๆ เพราะคนกินก็วิน คนขายก็วิน คือ คนกินประหยัดเงิน เวลา ได้อาหารสุขภาพ คนขายก็ได้กำไรตามอัตตภาพ พอซื้อลัมบอกินี่มาปลูกสะระแหน่ได้กะเขาบ้าง) 

ถ้าจะกำไรให้มากขึ้น ก็เสริมด้วยการับซัก รีด ผ้า ด้วย

เอาอาหารมาส่ง เสียเวลาทั้งที่ ก็มารับผ้าไปซักรีดให้ด้วยซะเลยดีไหม มาเก็บปินโต ก็เอาผ้าซักรีดแล้วมาส่งด้วย ...ก็ไม่เสียเที่ยวเปล่า วินๆ อีกแล้ว ทำแบบนี้ทั่วกทม. จะช่วยบรรเทาปัญหาจราจรได้ด้วย คุณภาพชีวิตชาวบ้านจัดสรรกทม. ก็สูงขึ้น

ที่เหลือ ท่านผู้อ่านช่วยคิดเสริมด้วยสิ ว่าจะเอาธุรกิจอะไรไปเสริมกิจการนี้ได้อีก ..ผมได้คิดไว้แล้ว...มีอีกเป็นอีกสิบอย่าง แต่เหนื่อยแล้ว จะให้บอกหมดอะไรหนักหนา เดี๋ยวรวยกันตายห่ะ ลัมบอกินี่เต็มเมือง ให้รำคาญตาอีก 

...คนถางทาง (๒๘ มีนาคม ๒๕๕๖)