เมื่อประมาณเดือน กุมภาพันธ์ 2556 เรื่องใหม่ที่เข้ามาใน ชีวิตของลูกสาวคนโตของผม ก็คือ การเตรียมตัวสอบเข้าเรียนในชั้นมัธยมศึกษา () ม.1 () โดยสถานการณ์ตอนนั้น เธอชิลล์ ชิลล์ มากไม่อ่านหนังสือไม่เตรียมตัวอะไร เรากำชับให้ทำอะไร เขาก็ทำเฉพาะ ต่อหน้าเท่านั้นไม่คำนึงถึงอนาคตอะไรเลย คงจะเป็นตามคำพังเพยโบราณที่ว่า ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่ง น้ำตา เขาบอกว่า มีโรงเรียนในพิษณุโลกตั้งเยอะ เรียนที่ใหนก็ได้ จากการแลกเปลี่ยนความเห็นดังกล่าวระหว่างผมกับ ลูกสาวคนโต ผมจึงแจ้ง พันธกิจ กับเธอว่า พ่อไม่ปลื้ม กับความคิดอย่างนี้นะ คนเราต้องมีความรับผิดชอบ ต้องมีเป้าหมายในชีวิต การที่จะได้สิ่งที่ดี ต้องผ่านการคัดสรรมาที่ยากลำบาก ดูอย่างชีวิตของ ใครหลายๆคน ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนะ สิ่งที่ผมกำหนดก็คือให้สิทธิในการสมัครสอบแค่ 2โรงเรียน คือ โรงเรียน สาธิต มหาวิทยาลัยนเรศวร กับโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี เท่านั้น และต้องอ่านหนังสือ เพราะถ้าไม่ได้จะไม่ให้เรียน จากโปรโมชั่นดังกล่าว เธอถึงเริ่มอ่านหนังสือได้ จากนั้นมาหลังเลิกงานผมประมาณ สองทุ่ม กับเสาร์-อาทิตย์ จึงเป็นช่วงเวลาที่ผมบังคับให้อ่านหนังสอบ ทำแบบทดสอบ กับผม พอ ผลออกมา โรงเรียนสาธิตสอบเข้าไม่ได้ เหลือเฉิมขวัญสตรีที่เดียว ความเครียด ของเธอก็ยังไม่เกิด (ยังแอบดูการ์ตูน ตลอด) จนต้นเดือนมีนาสอบห้อง SMART/EP Programme ของโรงเรียนเฉลิมขวัญไม่ได้ เหลือด่านสุดท้ายคือ รอบปกติ มีคนสมัคร 600 กว่าคน ตอนนี้เห็นได้เลยว่า เธอตั้งใจมากขึ้น พยายามที่จะอ่านและทำตามข้อกำหนด สั่งการณ์ของพ่อทุกอย่าง สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบให้ตามไปอยู่กับผมที่ ณ ที่ทำงาน โดยให้นั่งข้างนอกห้องมีน้องสาวเขาเป็นเพื่อน ร่วมชะตากรรม ติวหนังสือโดย พ่อจอมโหดครั้งนี้ด้วย ส่งแบบทดสอบทุก 15 นาที ผมสนุกมาก เขาก็ดูว่าสนุกด้วย ชอบที่จะทำตามคำสั่ง มาก พอปล่อยให้คิดเองว่าจะทำอะไร ก็จะทำไม่ได้ การที่ผมได้สอนหนังสือ และอยู่กับเขาเต็มๆ ตลอดเวลานี้ พบว่า จุดอ่อน ของเขามีอะไรบ้าง โรงเรียน ไม่ได้แก้ให้ ผมต้องเป็นคนแก้ในช่วงสัปดาห์เดียว เหมือนสถานการณ์ในภาพยนต์ที่เราชอบดูกันที่เดียวเพียงแต่นี่เป็นการเรียนของเด็กๆ ผมติวแค่ 2 วิชา ภาษาอังกฤษ กับคณิตศาสตร์ ส่วนอื่นๆ วัดดวงกัน วันศุกร์ที่ผ่านมา ดูจากคะแนน ที่เขาทำได้ ภาษาอังกฤษ ประมาณ 38 ข้อจาก 60 ส่วนคณิตศาสตร์ได้ครบ แต่เรื่องเวลายังไม่ทันที่จะวางแผน เขาสอบวันเสาร์ บอกว่า ภาษาอังกฤษ พอได้ แต่คณิตศาสตร์ ทำได้ประมาณ 30 ข้อ อีก30 ข้อครูคุมสอบให้ตอบมั่วๆเอา ลุ้นผลสอบในวันที่ 27 มีนาคม 2556 เวลา 8.00 น. ขณะผมขับรถมาทำงาน มีเสียงโทรศัพท์ จากแม่ของเขา โทรมาบอกว่า เขาทำสำเร็จแล้ว สอบเข้าเรียนต่อได้ สำหรับผม ก็รู้สึกดีใจที่ทำได้ตามที่ผมวางแผนไว้ แต่บทเรียนที่ดีในครั้งนี้สำหรับ ลูกสาวของผมก็คือ การวางแผนชีวิต สำคัญมาก ความรับผิดชอบ ความมีวินัย คือเรื่องที่เขาได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ส่วนเรื่องที่ผมต้องทำต่อไปก็คือ นับจากนี้ไป ต้องกำกับเขาให้ไปในทางที่จะทำให้เขามีระเบียบวินัยมากขึ้น เพราะ รู้ว่าถ้าเราปล่อยเขา หรือทำแต่ปาก บ่นว่าเขาอย่างเดียวจะไม่ได้ผล ต้องมีส่วนร่วมจากกิจกรรมของเราที่ทำเสริมจากโรงเรียน เพราะ โรงเรียนไม่ได้ค้นหา ว่าเด็กแต่ละคน มีลายระเอียดปลีกย่อย ไม่เหมือน กัน พอดีลูกของผม เขามีเอกลักษณ์ส่วนตัวสูง สมาธิก็ไม่ยาว ความคิดเรื่องแข่งขันน้อย ไม่ทำอะไรเลยเพราะที่บ้านมีให้หมด ดังนั้นจากนี้ไป เขาน่าจะมีทัศนคติใหม่ๆ และผมก็จะต้องเป็นผู้ประคับประคองส่งเขาให้ไปตาม เส้นทางนี้ต่อไป อย่างไม่ละสายตา...........
เมื่อตัดสินใจว่า ไม่ใช้เส้นสาย ในการสอบเข้า ม. 1
2 คนชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
tanamud · 27 มี.ค. 2556
ดร.เฉลิม ฟักอ่อน · 27 มี.ค. 2556
Prof. Vicharn Panich · 27 มี.ค. 2556
เกียรติก้องไกร บุญนำ · 27 มี.ค. 2556
ภูสุภา · 27 มี.ค. 2556
tuknarak · 27 มี.ค. 2556
คนถางทาง · 27 มี.ค. 2556