โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์
อาจารย์ประจำศูนย์ประชาคมอาเซียนศึกษา
มหาวิทยาลัยสยาม
นิยายเรื่อง Harry Potter เป็นผลผลิตจากความรักและหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่ง
แต่หากชีวิตของเธอไม่ได้เผชิญกับหายนะทั้งการตกงานและหย่าร้างกับสามี เธอก็คงต้องอดทนทำในงานที่เธอไม่ได้รัก เพื่อแลกกับความเชื่อที่ว่า งานเหล่านั้นจะนำมาซึ่งความมั่นคงในชีวิต
บางครั้งวิกฤตจึงเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับชีวิตที่ต้องการเติบโต เพราะมันได้ทำลายความคิดปรุงแต่งของตัวเรา เพื่อให้เราได้ค้นพบกับความจริงที่ไม่จำเป็นต้องโหดร้ายเสมอไป
“ความกลัว” มักเป็นศัตรูสำคัญที่ทำให้เราเริ่มต้นปรุงแต่งจิตขึ้นมา เมื่อได้รับข่าวดีหรือข่าวร้ายมาเพียง 1 บรรทัด เราก็เริ่มต่อยอดและคิดค้นหากลยุทธ์เพื่อรับมือไป 10 หน้ากระดาษ
แต่แล้วเมื่อโลกความจริงที่ซับซ้อน เปราะบาง และไร้ระเบียบในยุคนี้ เกิดความเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่เราเตรียมไว้ก็พลันสูญสลายเป็นอากาศธาตุ
กลยุทธ์รับมือกับความกลัว จึงไม่ใช่การคิดค้นวิธีการรับมือไปล่วงหน้า หากเป็นการรักษาสติและการตื่นรู้เอาไว้ เพื่อไม่ให้จิตใจของเราปรุงแต่งความคิด จนกระทั่งเกินเลยกว่าข้อมูลที่ได้รับมา
มันเป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าอะไรเป็นข้อมูลที่แท้จริง อะไรเป็นสิ่งที่เราปรุงแต่งขึ้น หากทว่า การฝึกฝนสติให้ตื่นรู้อย่างต่อเนื่อง ย่อมทำให้เราสามารถรู้เท่าทันกระบวนการปรุงแต่ง และช่วยลดภาพลวงตาที่เราสร้างขึ้นเอง
เพียงแค่ปรุงแต่งน้อยลง โลกก็สดใสขึ้นมากมาย

เรามักเชื่อกันว่า “ความคิดสร้างสรรค์” เป็นผลผลิตของการเชื่อมร้อยสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน แต่ระหว่างเส้นทางแห่งการเชื่อมร้อยนั้น ก็มีศิลปินและนักคิดจำนวนมากต้องกลายเป็นบ้า วิตกจริต และเข้ากับสังคมไม่ได้เลย
จินตนาการเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงานสร้างสรรค์ แต่เราก็ควรฝึกฝนสติและสมาธิควบคู่ไปด้วย เพื่อจะได้คอยกระตุกและตรวจสอบในยามที่จินตนาการเริ่มฟุ้งซ่านจนเกินกว่าขอบ เขตที่ควรเป็น
ไม่มีวันรู้ว่าขอบเขตแห่งอัจฉริยะและความบ้าอยู่ที่ใด แต่สติที่ฝึกฝนไว้อย่างต่อเนื่อง อาจจะช่วยเราได้ในนาทีวิกฤตที่สุด
มนุษย์เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์ หากทว่า หลายคนกลับดูเหมือนเกียจคร้านและเฉื่อยชา ก็เพราะสัญชาตญาณหวาดกลัวความล้มเหลวได้ปรุงแต่งให้เราเลิกล้มความฝันก่อน ที่จะได้ลงมือทำ
การเลิกปรุงแต่งจิต จึงไม่ได้เท่ากับการไม่ทำอะไรเลย หากทว่า กลับเป็นการลงมือทำอย่างฉลาด ไม่เอาความคิดและอารมณ์เป็นที่ตั้ง มองเห็นโลกอย่างที่มันเป็น พร้อมจะปรับตัวเข้ากับความจริง โดยไม่ติดในกรอบอุดมคติหรือความกลัวที่ตนเองสร้างมันขึ้นมา
ชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แทนที่เราจะมัวกังวลใจหรือหมกมุ่นกับความคิดในการรับมือ เราควรจะออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ปรับตัวและเรียนรู้จากความผิดพลาด จนกระทั่งบรรลุวุฒิภาวะและความสำเร็จ
หากโชคร้ายพบกับความล้มเหลว เราก็จะได้มองเห็นสัจธรรมและความงามท่ามกลางความล้มเหลวนั้น