GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

แรงบันดาลใจในรัก

เมื่อแรงบันดาลใจ เป็นดั่งความหมายขับเคลื่อน ด้วยผลักให้ชีวิตก้าวอย่าง ความลับของแรงบันดาลใจ มีเรื่องราวใดแวดล้อมบ้าง

แรงบันดาลใจในรัก  

3 ตุลาคม 2549  

สำหรับผู้เริ่มต้นก้าวย่างของการสร้างสรรค์  ไม่ว่าจะผลงานในรูปแบบใด ข้ออ้างประการหนึ่งซึ่งมักติดปากไว้คอยปกป้องตัวเอง ในยามไม่อาจผลิตผลงานได้ดั่งใจ หรือในยามขี้เกียจจนเกินขอบเขต จนเป็นเรื่องหมั่นไส้ของผู้พบเห็น ข้ออ้างในเรื่องการขาดแรงบันดาลใจ กลายเป็นคำซื้อขายติดปาก พอๆกับวินัยการทำงานที่หดหาย

แต่ในขณะเดียวกันที่เราชื่นชมบทวิพากษ์ถึงพลังแห่งนักสร้างสรรค์รุ่นใหญ่ หรือรุ่นอมตะซึ่งสร้างงานประดับโลก กลับความหมายของแรงบันดาลใจให้กลายเป็นเรื่องตรงข้าม จนถูกพาดเป็นสะพานไว้เชื่อมโยง จากความธรรมดาของมนุษย์ สู่ความเป็นสมมุติเทพของผู้สร้างงานเหล่านั้น ทำให้แรงบันดาลใจกลายเป็นเรื่องแตกต่าง และยิ่งใหญ่ได้ไม่ยากนัก   ในหลักเหตุผลและท่วงทำนองธรรมดาเพื่อเปรียบเทียบชิ้นงาน ของผู้สร้างสรรค์งานชั้นเทพเหล่านั้น ความที่เขาไม่ใช่คนธรรมดา จนถูกถามหาว่าเขาต้องเป็นอะไรสักอย่างในโลกนี้นั้น

ความจริงของแรงบันดาลใจก็เป็นส่วนสำคัญที่มิอาจปฏิเสธ ซึ่งทำให้เราเห็นว่า อะไรเป็นตัวผลักดันหรือแรงถีบหลังเขา ให้ต้องเดินไปข้างหน้า หรือก้าวย่างไปเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน การค้นหาแรงบันดาลใจเพื่อถามไถ่ เสมือนหนึ่งอ่านหนังสือสืบสวนสอบสวนคดีฆาตกรรมซ่อนเงื่อน ว่าจะต้องมีเหตุปมและเงื่อนงำจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นแน่แท้ เป็นหนึ่งในขั้นตอนเพื่อเติมเต็มให้เรื่องราวในการเสพงานสร้างสรรค์ กลายเป็นการค้นหาเนื้อความซึ่งสมบูรณ์ครบถ้วนให้ได้   หมายเหตุแห่งจุดเริ่มต้นการสร้างสรรค์งาน ดูจะก้าวพ้นวินัยการทำงานไปชั่วขณะ หากเขาสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง หรือก้าวผ่านไปในความสำเร็จเพียงข้ามคืน

แต่การตีความและคุณค่าในการสร้างงาน ผ่านกฎเกณฑ์ของวินัยกลับบอกด้วยคำว่า การทำงานอย่างสม่ำเสมอ หรือการมุ่งมั่นมุมานะสร้างสรรค์ผลงาน โดยไม่พยายามเอาคำว่าวินัยมาเกี่ยวข้อง อาจคงเพราะว่า วินัยเป็นเพียงบันไดขั้นแรกของนักเริ่มต้น นักทดลอง มือสมัครเล่น หรือผู้ฝึกงานในแต่ละสายอาชีพ จนดูเหมือนว่าหากก้าวผ่านวินัยหรือใช้วินัยในแต่ละวันให้ได้ จะต้องผสมให้คำนี้ละลายไปกับลมหายใจ จนเมื่อหมดจดดีแล้ว ก็จะระเหยออกมาในทุกส่วนของชิ้นงาน ชีวิตและการสร้างสรรค์ จึงจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวของเรื่องราวในแต่ละวัน   

ด้วยความหมายเหล่านี้ทำให้พบว่า หลายครั้งที่ความเจ็บปวดของสงครามในใจ และสงครามภายนอก ใจ ผลักดันให้ผู้คนมากมายสร้างสรรค์ชิ้นงาน แรงบันดาลใจซึ่งอาจสรุปว่า มาจากความสมหวังและความไม่สมหวัง ทั้งในโลกที่ปรารถนาและโลกที่ไม่ปรารถนา กลายเป็นส่วนสำคัญของเนื้อหาในการสร้างสรรค์

อาจแตกแยกย่อยไปตามแต่ละช่วงขณะของอารมณ์ อาจนำผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง หรือนำสถานการณ์คลื่นลมแสงแดดสายน้ำของโลกเบื้องหน้ามาประกบให้การสร้างสรรค์สมบูรณ์ขึ้นมา แต่เราก็จะพบว่า องค์ประกอบของการเติมแต่งให้ความสมบูรณ์ จากสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์พบเห็น จนมาปรุงแต่ง ตัดทอน ดัดแปลงให้อยู่ในอารมณ์ ในแต่ละเครื่องมือแห่งการแสดงออกของเขาเหล่านั้น ซึ่งต้องอาศัยแรงบันดาลใจเป็นตัวจุดประกายสำคัญอยู่เสมอ  

อาจคล้ายคลึงและแตกต่าง ในยามที่มีโอกาสพบเห็นผู้คนซึ่งประสบความสำเร็จ มุขหนึ่งสำหรับประโยคหากินในแวดวงสื่อมวลชน เมื่อต้องสัมภาษณ์แหล่งข่าวที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเชื่อมโยงจุดกำเนิดของการสร้างสรรค์ชิ้นงานจนมาสู่ความสำเร็จ มักจะใช้แรงบันดาลใจ มาเป็นส่วนขยายประโยคให้สมบูรณ์ขึ้นมา มากไปจนเลี่ยนเหมือนมันหมูก็มี โรแมนติคหยดย้อยเหมือนอ่านหนังสือรักย้อมน้ำผึ้งก็มาก หรือกระด้างจนไม่รู้สึกว่าจำเป็นจะต้องถามประโยคนั้นก็เยอะ จนบางครั้งกลายเป็นประโยคล้อเล่นในแต่ละวงเหล้า เมื่อเหล่านักข่าวมานั่งประชดประชันกัน  

ครั้งหนึ่งที่มีโอกาสอ่านงานเขียนของฝรั่งชิ้นหนึ่ง ที่เขียนงานเพื่อให้คนอื่นแอบแปลไปอ่าน ประเภทที่จับมือใครดมไม่ได้ว่าเขียนจากมันสมองของใคร ทำให้ผมเข้าใจความหมายบางอย่างในรัก

เมื่อเนื้อหาความรักจากข้อเขียนแปลในหน้าหนังสือพิมพ์ ไม่ยอมบอกเล่าที่มาที่ไป หรือแม้กระทั่งชื่อของผู้เขียนให้รับรู้   เพียงแต่บอกว่ามีศิลปินชายที่ประสบความสำเร็จระดับโลกคนหนึ่ง ซึ่งเขียนเรื่องราวในความงามแห่งรักได้อย่างยิ่งใหญ่เหลือใจ โดยตลอดเวลาของการสร้างสรรค์ผลงาน หรือหลายปีหลังประสบความสำเร็จ เขาไม่เคยปริปากบอกใครถึงความลับอันยิ่งใหญ่นั้นเลย ว่าสิ่งใดเป็นแรงบันดาลใจของการเขียนงาน

จนวันหนึ่งมีนักข่าวสาวได้โอกาสสัมภาษณ์ จนสามารถค้นพบว่า สิ่งที่เขาเขียนขึ้นนั้นมีแรงบันดาลใจมาจากหญิงสาวคนหนึ่ง เธอตื่นตะลึงด้วยแววตาเบิกกว้างจากการค้นพบ และอ้าปากถามนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่เพื่อต้องการชื่อหญิงคนนั้น ก่อนคำถามนำที่ว่า เพราะคุณรักเธอมากใช่ไหม ถึงนำแรงบันดาลใจเหล่านั้นมาเขียน เขากลับตอบด้วยใบหน้านิ่งเฉยอย่างมาก ก่อนตอบว่า

เปล่า เพราะผมเกลียดเธอ และเกลียดเธอมาก ผมจึงต้องเขียน      

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 53046
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)