• วันที่ 15 กันยายน 2549 ดิฉันและทีมงานกศน.เกาะคา ได้ร่วมกับชาวบ้านทุ่งขามจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อคุยกันถึงผลที่ได้ใช้เตาอบพริกที่สมาชิกกลุ่มพริก ได้เรียนรู้จากภูมิปัญญาชาวบ้าน และได้ทำเตาอบพริกไว้ในสวนพริกของตนเองคนละ 1 เตานั้น เวลาได้ผ่านมา 8 เดือนแล้วเนื่องจากช่วงที่ทำเตาอบพริกนั้น ไม่ใช่ฤดูการปลูกพริก ช่วงเวลานี้ถึงฤดูกาลปลูกพริก สมาชิกกลุ่มพริกจึงได้เริ่มใช้เตา เวทีนี้จึงได้มาแลกเปลี่ยนกันถึงผลการใช้เตาอบพริก
  • นายสุนทร อินบุญส่ง เล่าว่าเตาอบพริกได้ผลดีมาก เพราะทุกครั้ง เวลาทำพริกแห้งต้องเก็บแล้วนำมาย่างไฟ แล้วต้องนำไปตากแดดอีก ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน แต่เมื่อได้มาใช้เตาอบพริกที่สร้างเองนี้ ใช้เวลาเพียง 1 วัน กับ 1 คืน ก็ได้พริกแห้ง ทำให้ประหยัดเวลา ประหยัดฟืน และพริกแห้งก็มีสีสวยด้วย ทำให้ขายได้ราคาดี นอกจากนั้นการใข้เตาอบพริกยังทำให้การอบพริกได้ปริมาณมากกว่า การนำไปตากแดด
  • นางเหลี่ยม เทพศิริ ได้พูดถึงปัญหาการอบพริกว่าต้องหมั่นคน จึงจะได้พริกสีสวย และการอบพริกบางเม็ดก็ไหม้
  • นายสุนทร อินบุญส่งได้บอกสาเหตุที่พริกไหม้ อาจเกิดจากตอนที่ทำเตาอบพริก ใส่ดินโคลนกลบลงบนตัวถังบางไป ต้องกลบให้หนา ๆ เพราะดินจะเก็บความร้อนได้ดี และการติดไฟให้ใช้ไฟอ่อน ๆ อย่าใช้ไปแรงเกินไป ซึ่งจะทำให้พริกไหม้ได้
  • เวทีนี้นอกจากจะได้แลกเปลี่ยนในเรื่องของการใช้เตาอบพริกแล้ว นายสุนทร อินบุญส่ง ยังได้แนะนำสมาชิกให้รู้จักวิธีการป้องกันแมลงโดยใช้วิธีธรรมชาติ ที่นายสุนทร อินบุญส่งคิดค้นขึ้นมาเอง  ทำให้การแลกเปลี่ยนวันนี้สมาชิกได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ขึ้นอีก
  • ดิฉันได้เล่าให้สมาชิกได้ฟังว่ามีชุมชนอื่นสนใจอยากมาเรียนรู้การใช้ชีวิตของหมู่บ้านเรา มีคนลงชื่อไว้เป็นจำนวนมากแล้ว สมาชิกจึงเสนอว่าน่าจะทำแผ่นพับแนะนำหมู่บ้าน
  • ในเวทีได้แลกเปลี่ยนกันกัน ได้ข้อสรุปออกมาว่า เนื้อหาที่จะบรรจุในแผ่นพับสำหรับแนะนำหมู่บ้านนั้นจะประกอบไปด้วย ประวัติหมู๋บ้าน โดยสอบถามจากผู้อาวุโสในหมู่บ้าน ประวัติศาลเจ้าพ่อโดง กลุ่มอาชีพต่าง ๆ ดอยฮาง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งกลุ่มต่าง ๆ ในหมู่บ้าน และที่ขาดไม่ได้คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วย
  • เราจึงตกลงกันว่าจะช่วยกันแผ่นพับแนะนำหมู่บ้าน เพื่อไว้ประชาสัมพันธ์ต่อไป

ณราวัลย์ นันต๊ะภูมิ

15 กันยายน 2549