ชื่อเรื่อง วิจัยโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียน
โรงเรียนบ้านทุ่งเคล็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1
ผู้วิจัย นายมานะ สบายใจ
บทคัดย่อ
เด็กที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในระดับประถมศึกษาอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นวัยที่ต้องการหาเอกลักษณ์ของตนเอง อยากรู้อยากเห็น ต้องการอิสระจากครอบครัว และการยอมรับจากเพื่อน จึงต้องดูแลช่วยเหลือ เพราะเป็นวัยที่ต้องการให้ความเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษ การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการดำเนินงานของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งเคล็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 และเพื่อเปรียบเทียบปัญหาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งเคล็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 จำแนกตามสถานภาพ ประสบการณ์ในการทำงานกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าเป็นข้าราชการครูโรงเรียนบ้านทุ่งเคล็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์เขต 1 จำนวน 7 คน ได้มาโดยไม่มีการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพและปัญหาการดำเนินงานของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของข้าราชการครูแบบมาตราส่วนประมาณค่าประกอบด้วย คำถาม 53 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ด้านการคัดกรองนักเรียน ด้านการส่งเสริมนักเรียน ด้านการป้องกันและช่วยเหลือนักเรียน และด้านการส่งต่อนักเรียน มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ .20 ถึง .87 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .89 วิเคราะห์ความแปรปรวนสามทาง ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏ ดังนี้
1. สถานภาพการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ของโรงเรียนบ้านทุ่งเคล็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์
เขต 1 โดยภาพรวม ข้าราชการครูมีการปฏิบัติงานดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยภาพรวม
คิดเป็นร้อยละ 79.52เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน
พบว่า ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล คิดเป็นร้อยละ 85.71 ไม่ปฏิบัติ
คิดเป็นร้อยละ 14.29 ด้านการคัดกรองนักเรียน คิดเป็นร้อยละ 80.95 ไม่ปฏิบัติ
คิดเป็นร้อยละ 19.05 และด้านการส่งต่อ คิดเป็นร้อยละ 80.95 ไม่ปฏิบัติ
คิดเป็นร้อยละ 19.05
2. ปัญหาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนบ้านทุ่งเคล็ดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 โดยรวม อยู่ในระดับปานกลางเมื่อพิจารณาเป็น รายด้าน อยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการส่งเสริมนักเรียน ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ด้านการคัดกรองนักเรียน ด้านการป้องกันและช่วยเหลือนักเรียน และด้านการส่งต่อนักเรียน
3. ข้าราชการครูที่มีสถานภาพในการทำงานและประสบการณ์ในการทำงานต่างกันมีปัญหาการดำเนินงานของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยรวมและเป็นรายด้าน 5 ด้าน พบว่า จากการเปรียบเทียบการจำแนกตามสถานภาพในการทำงานและประสบการณ์ในการทำงาน โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยจากการจำแนกตามตามประสบการณ์ในการทำงานมากกว่าค่าเฉลี่ยจากการจำแนกตามสถานภาพในการทำงานจากการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ผู้วิจัยได้องค์ความรู้ คือ ครูมีบทบาทในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นอย่างมาก เพราะครูคือผู้ที่ได้ดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดรองจากผู้ปกครอง ครู ได้ศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคลทำให้รู้ปัญหาของนักเรียนและสามารถที่จะช่วยเหลือนักเรียนได้ทันท่วงที โดยเฉพาะข้าราชการครูที่มีประสบการณ์การดูแลช่วยเหลือนักเรียนมานานจะประสบความสำเร็จในการดำเนินการช่วยเหลือนักเรียนได้เป็นอย่างดี