..........พรมแดงบนผืนทราย......

         ทะเลอันดามันสีเขียวมรกตที่เคลื่อนไหวม้อนตัวเป็นคลื่นน้ำ เสมือนภูผามีชีวิตขนาดใหญ่น้อยที่กลิ้งตัวไปมาถาโถมเข้าสู่ฝั่งตามอิทธิพลแรงลมมรสุมตลอดเวลา ๗ - ๘ เดือนในปีหนึ่งๆ ซึ่งบางครั้งบางคราวก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินมากบ้างน้อยบ้างตามแต่สถานการณ์ นับเนื่องเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติปกติ สำหรับการดำรงชีวิตของผู้คนที่พักอาศัยเลี้ยงชีพ บริเวณใกล้เคียงชาดหาดหรือเกาะแก่งต่างๆเกือบ ๑๓๐ แห่ง ในอาณาเขตจังหวัดกระบี่  หากแต่สภาพความผันผวนไม่แน่นอนของคลื่นลมดังกล่าว กลับแปรเปลี่ยนไปเป็นความเงียบสงบของกระแสลมที่พัดเอื้อยๆ พร้อมเกรียวคลื่นเล็กๆที่ทยอยม้วนตัวตามกันเข้าสู่ชายหาดละลอกแล้วละลอกเล่าอย่างเป็นระเบียบ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของศักราชใหม่

บนเส้นทางถนนเลียบชายทะเลจากตัวเมืองกระบี่ไปประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ผ่านอุทยานผีเสื้อที่ตั้งอยู่บนเนินเขา หันหน้าออกสู่ทะเล ดารดาษไปด้วยสวนดอกไม้สีแดง ส้ม เหลือง น้ำเงิน ขาว ฯลฯ นานาชนิด ที่กระจายอยู่ตามบริเวณที่ราบในความลาดชันของเนินเขาที่ลดหลั่นลงไปสู่เบื้องล่าง และภายใต้แผงตาข่ายขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมโขดเนิน หินผา  ต้นไม้สูงใหญ่และสุ่มทุ้มพุ่มไม้ที่ขึ้นอยู่เป็นกลุ่มๆ ละลานตาไปด้วยสีสรรสดใส หลายต่อหลายสีที่ประดับกลมกลืนอยู่บนปีกของเจ้าสัตว์บินได้ประเภทผีเสื้อ ซึ่งน่าจะมีอยู่เกือบทุกชนิดและทุกประเภทตามสายพันธุ์ เมื่อพ้นบริเวณอุทยานผีเสื้อไปในระยะพอสมควร จะพบชายหาดสีขาวหม่นเป็นพื้นทรายละเอียด    ทอดตัวยาวเหยียดเกือบ ๓ กิโลเมตร บริเวณแนวบนของชาดหาด มีแนวต้นสนสีเขียวเชื่อมต่อกันเป็นฉากเบื้องหลัง โดยมีหมู่บ้านชาวประมงปรากฏให้เห็นอยู่ประปรายกลืนอยู่ในแนวสน ช่วงนอกฤดูมรสุมหรือนับจากปลายเดือนพฤศจิกายนถัดไปประมาณ ๔ เดือน หากเดินทางมาถึงในยามบ่ายประมาณ ๓ โมง น้ำทะเลจะเริ่มลดระดับลงเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว จากชายหาดด้านบนทอดไปสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่ของอันดามัน ในระยะกว่าหนึ่งกิโลเมตร หลังน้ำลดจะปรากฏเกาะแก่งโขดหิน โผล่ขึ้นเป็นสีดำปนเทาตัดกับหาดทรายขาวหม่นเป็นระยะๆ นอกจากนี้บนความเวิ้งว้างของผืนทราย ยังมีแอ่งน้ำขนาดย่อมเกิดขึ้นมากมาย พร้อมกับเจ้าสัตว์น้ำตัวน้อยประเภทปลาดาว ปลากระโปรงและหอยเจดีย์จำนวนหนึ่ง ที่หลงระเริงเล่นกันอยู่ในกระแสน้ำอย่างเพลิดเพลิน จนลืมที่จะเคลื่อนตัวตามระดับน้ำทะเลที่ลดต่ำลงไป ทำให้มันถูกขังทิ้งให้ดำรงชีวิตรอคอยการกลับขึ้นมาใหม่ของกระแสน้ำทะเลในวันรุ่งขึ้น และในขณะที่น้ำทะเลค่อยๆถอยห่างไปจากชายฝั่ง เกิดเป็นพื้นทรายราบชื้นๆ หากมองไกลๆ จะมองเห็นแผ่นพื้นสีแดงปนชมพูทาบอยู่บนผืนทราย มีลักษณะพริ้วไหวเสมือนผืนพรมผ้าที่ต้องกระแสลม ซึ่งหากเดินหรือวิ่งเข้าไปใกล้ พรมสีแดงปนชมพูที่แลเห็นอยู่เมื่อครู่ จะจางหายไปจากสายตาอย่างประหลาดล่้ำ และเมื่อเพ็งมองนิ่งๆสักครู่โดยมิได้เคลื่อนไหว ให้เกิดแรงสั่นสะเทือนบนพื้นทราย สีแดงพริ้วไหวจะปรากฏขึ้นจางๆเป็นกลุ่มที่ละน้อยๆจนชัดเป็นผืนแผ่นพริ้วสีแดงอีกครั้งหนึ่ง ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ดังกล่าว เมื่อเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิดจะพบว่า แท้จริงสีแดงที่พริ้วไหวให้เห็นอยู่นั้น คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยฝังตัวเองอยู่ในพื้นทรายของท้องทะเลตื้นๆริมชายฝั่ง ยามที่ระดับน้ำทะเลลดระดับลง และเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้สัมผัสได้ด้วยประสาทตามธรรมชาติว่า อาณาจักรของมันบนพื้นทรายปราศจากความฉ่ำเย็นของกระแสน้ำที่ปกคลุมอยู่เบื้องบนแล้ว มันจะแทรกตัวขึ้นมาเหนือพื้นทรายและรีบเร่งเคลื่อนตัวตามระดับน้ำทะเลไป ทำให้ผู้คนที่เฝ้ามองอยู่ไกลๆเห็นเสมือนผืนพรมผ้าสีแดงปนชมพูที่พริ้วตามกระแสลม อันเกิดขึ้นจากอาการของการเคลื่อนตัว และเมื่อเหล่ามนุษย์ผู้ปรารถนาใคร่รู้เห็นในอุบัติการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นโดยใกล้ชิด จากการเดินเหยียบย่ำไปบนพื้นทรายเข้าใกล้กลุ่มสัตว์ชนิดนี้ สัตว์ดังกล่าวก็สามารถสัมผัสได้ด้วยประสาทรับรู้พิเศษ และมุดตัวแทรกหายไปในผืนทรายสีขาวหม่นอย่างรวดเร็ว ทำให้พื้นทรายบริเวณนั้นซีดจางไปจากสีแดงชมพู เจ้าสัตว์ชนิดนี้มิใช่สัตว์ประหลาดมหัศจรรย์อื่นใด แต่เป็นสัตว์ประเภทปูชนิดหนึ่ง ที่ขนาดและลักษณะรูปร่างคล้ายเจ้าปูลมที่เรารู้จักกันอยู่ทั่วไปบนชายหาด และมีอาการเคลื่อนไหวอย่างแคล่วคล้อง เพียงแต่ธรรมชาติน่าจะโน้มนำให้เจ้าปูชนิดนี้อาศัยอยู่ในพื้นทรายใต้น้ำทะเลตื้นๆ มากกว่าการอยู่ในพื้นทรายแห้งเช่นเจ้าปูลม รวมทั้งการมีสีกายแดงสดใสเป็นจุดเด่นประการสำคัญ เจ้าปูตัวใหญ่ที่สุดที่พบเห็นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงเหรียญสลึง ทั้งนี้หากถูกจับตัวได้ ปูชนิดนี้จะเปลี่ยนสีตัวเองจากสีแดงเข้มให้ซีดจางขาวลง ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการหวาดกลัวต่อศัตรู ชาวบ้านบริเวณแถบนี้เรียกขานสืบต่่อกันมาว่า     " ปูมดแดง"

ในยามเย็นแหล่งพำนักของปูมดแดง นับเป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อนของครอบครัวคนเมือง ซึ่งได้รับควานิยมแห่งหนึ่งของกระบี่ โดยจะมีการนั่งรถร่วมกันมาเป็นหมู่คณะ ปูเสื่อรับประทานข้าวปลาอาหารและสวนเสเฮฮาร่วมกันในกลุ่มผู้สูงวัย ท่ามกลางความสดชื่นของกระแสลมทะเล ขณะที่บรรดาเด็กลูกๆหลานๆวิ่งเล่นกันอย่างเพลิดเพลินสนุกสนานตามอัธยาศัยบนชายหาด รวมทั้งการวิ่งตามดูพรมแดงผืนใหญ่ที่พริ้วไหวเคลื่อนที่ตามระดับน้ำทะเลที่ลดลงเป็นระยะๆบรรยากาศสบายๆ สำหรับการพักผ่อนที่ชื่นมื่นของผู้คนในครัวเรือนหรือกลุ่มมิตรสหายเครือเดียวกัน จะปรากฏแก่สายตาและสัมผัสได้ด้วยความรู้สึกดื่มด่ำกับธรรมชาติซึ้งๆที่ หาดนพรัตน์ธารา.......

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นานาสาระ



ความเห็น (0)