ตั้งใจอยู่จนถึงชั่วโมงสุดท้ายเพียงเพราะเพื่อเก็บเกี่ยวความหมายของคำว่า " คุณค่าในชีวิต "
ก็ไม่รู้ว่าตัวเองไปถูกจริตอะไรนักหนากับคำว่า " Salutogenesis " หรืออาจเป็นเพราะว่ามันทำให้เราได้ค้นพบตัวตนของตัวเองเองว่า" ฉันทำอะไรได้และฉันได้ทำอะไร " กระมัง คำบรรยายอาจถ่ายทอดออกมาได้ไม่ทั้งหมดแต่บางประโยค บางวลีที่กินใจที่สติและสมาธิตื่นรู้ แม้ว่าภาคเช้าจะเข้าไปฝึก พัฒนาจิตในฐานสติ มาบ้างแล้วแต่ดูเหมือนว่าสมาธิการรับรู้ในลมหายใจเข้า-ออกของเรายังทำได้ไม่ดีพอต้องขอเวลาฝึกอีกหน่อยอาจจะทำให้สติมาปัญญาเกิดกับเขาได้บ้าง อจ.สกล ได้สะท้อนบางคำที่ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะนึกถึงว่าแท้จริงแล้วตัวเราเป็นเช่นไรกับประโยคที่ว่า เราอาจใช้เวลาทั้งชีวิตแสวงหา " ความสมบูรณ์ " ทั้งที่สิ่งที่เราอยู่กับมันทุกวันคือ " ความไม่สมบูรณ์ " มนุษย์อยู่ในโลก Imperfectionis ควรเรียนรู้ที่จะอยู่และยอมรับความจริงในความไม่สมบูรณ์ให้ได้เมื่อไหร่ที่เรามองเห็นและยอมรับความไม่สมบูรณ์ของคนอื่นได้เราจึงจะยอมรับความไม่สมบูรณ์ของตัวเองได้และถ้าในเวลาที่ชีวิตของเราต้องเจอหรือเผชิญกับความไม่สมบูรณ์เราจะทำอะไรกับมัน.....นั่นสินะเราจะยอมเป็นคนที่อยู่อย่างไม่มีความหวังว่าชีวิตสมบูรณ์แบบได้เลยหรือเป็นคนที่อยู่และยอมรับได้กับความไม่สมบูรณ์ของบางสิ่งในชีวิตเรานั้น
Self trancendence ก้าวข้ามตัวตนไปหาบางสิ่งบางอย่างที่เราให้ความหมายกับมัน...สำหรับคนแต่ละคนนั้นฉันไม่รู้ว่าใครจะให้ความหมายหรือให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุด...แต่สุดท้ายฉันก็มานึกทบทวนว่าฉันเองเหลือเวลาในชีวิตอยู่เท่าไหร่...แล้วยังมีอะไรที่ฉันอยากทำแต่ยังไม่ได้ลงมือทำเท่าที่ศักยภาพฉันทำมันได้แม้ที่ผ่านมาอาจทำบางอย่างได้ไม่สมบูรณ์
ประโยคหนึ่งที่อาจารย์หมอสกล พูดให้คิด และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเองได้คือ
"จงดูแลคนไกล้ชิดอย่างอาคันตุกะ"
(ขอบคุณมิตรภาพชาว กทน,)
ขอบคุณข้อคิดดีๆที่นำมาแบ่งปันกันค่ะ..
@พี่ใหญ่ คิดถึงมากมายและหวังว่าคงมีโอกาสได้พบกันนะคะ
@ บังวอ...ใช่คะมิตรภาพเป็นสิ่งสวยงามเสมอ
ขอบคุณการก้าวข้าวเพื่อพบบางสิ่ง ขอบคุณที่คุณOraphan นำมาแบ่งปันนะคะ