ผู้เขียนเจอหนังสือศิลปะอยู่ 2 เล่ม
จากกองหนังสือที่ขายเลหลังในราคาถูก
หนังสือทั้งสองเล่มถูกพิมพ์จำหน่ายในวันเวลาที่พร้อมกันเมื่อ ปี พ.ศ.2544 และนี่คือหนึ่งในนั้น
..
..
หนังสือราคาถูกแต่อัดแน่นด้วยภาพและชีวประวัติของบุคคลประวัติศาสตร์ทางศิลปะท่านหนึ่งที่ใช้ช่วงชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ.1841-ค.ศ.1919(พ.ศ.2384 - พ.ศ.2462)
งานศิลปะของเรอนัวร์ เป็นงานศิลปะที่หากใครได้เห็น หรือยืนจ้องมองภาพแต่ละภาพที่เขาเขียนแล้ว อาจซึมซับความรู้สึกอิ่มเอมและสุขใจได้เช่นเดียวกับที่ผู้เขียนรู้สึกก็เป็นได้
ความรู้สึกที่จ้องมองภาพเขียนของเขาจากหนังสือที่ผู้เขียนได้ไว้เป็นกรรมสิทธิ์โดยไม่คาดฝันมาก่อน
ภาพที่เขาวาดไว้มีมนต์เสน่ห์ชวนหลงใหล มองมีชีวิต และรับรู้ถึงความสุขภายในจิตใจของเขาได้เป็นอย่างดี
เรอนัวร์เคยพูดไว้ว่า....หากเขาเกิดในตระกูลสูง เขาคงมีมือไม้ที่งุ่มง่าม และมิอาจค้นพบความจริงได้...
เหตุที่เขากล่าวเช่นนั้นเพราะ...เขามีช่วงชีวิตในวัยเยาว์ที่ลำบาก รักงานเขียนภาพมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทำงานเก็บเงินเรียนศิลปะที่ตัวเองรัก แม้กระทั่งต้องเที่ยวเก็บหลอดสีที่คนเรียนศิลปะด้วยกันเหวี่ยงทิ้งไปแล้วมาบีบใช้ต่อจนหมด เขาก็ยอมทำ เพราะขัดสนในการเรียนศิลปะ
อาจกล่าวได้ว่า...เมื่อเริ่มต้นชีวิตการเขียนภาพของเรอนัวร์นั้น อาจพูดได้ว่า เขาเป็นศิลปินไส้แห้ง ที่เขียนภาพออกมาแล้วขายไม่ได้ เหตุเพราะสมัยนั้นภาพที่ขายได้จะเป็นภาพศิลปะแบบเดิมที่เน้นความสวยงาม เรื่องราวประวัติศาสตร์หรือเทพนิยาย แต่ภาพที่เรอนัวร์เขียนเป็นภาพชีวิตผู้คนที่แสนจะธรรมดา
แต่เขากลับไม่ย่อท้อหรือเปลี่ยนใจที่จะเขียนภาพในลักษณะดังกล่าว
..
..
[ ภาพเขียนของเขาจัดอยู่ในกลุ่มอิมเพรสชั่นนิสทฺ(impressionist) : กลุ่มจิตกรที่ยึดหลักการสร้างงานให้เหมือนจริงและเป็นจริงดังสายตาเห็น สนใจความเป็นอยู่ของมนุนย์ โดยเห็นว่าความจริงนั้นมีความงามอย่างสมบูรณ์อยู่แล้ว(อ้างจากหนังสือ หน้าที่ 62 บรรทัดที่ 20-23) ]
ภาพเขียนของเขามีเสน่ห์ของชีวิตอยู่อย่างลึก ๆ ....เหตุเพราะเขาเป็นคนที่มีจิตใจดีงาม มองโลกในแง่ดี สดใส เขียนภาพด้วยความรู้สึกต่อภาพที่เขียน รู้สึกเช่นไรก็เขียนเช่นนั้น ภาพที่เขาเขียนเขาพยายามมองหาความงามของชีวิต และสื่อสิ่งที่เห็นด้วยหัวใจ ...ซึ่งผู้เขียนรู้สึกเช่นนั้นเมื่อผู้เขียนมองภาพเขียนของเรอนัวร์
..
..
ภาพวาดที่เก็บรายละเอียดในของความรู้สึกจากสิ่งที่ตัวเรอนัวร์เห็นออกมา... มันช่างได้อารมณ์ร่วมดีเหลือเกิน
ภาพที่ทำให้ผู้เขียนเห็นลีลาชีวิตของผู้คนสมัยเมื่อกว่าร้อยปีมานั้น ณ ช่วงเวลานั้น รายละเอียดของภาพมีชีวิตแทบไม่ต่างกับภาพที่ถ่ายด้วยกล้องถ่ายรูปเลยทีเดียว....หากแต่ว่ามันมีความตื่นเต้น น่าค้นหาท่วงทำนองของชีวิตที่ผู้คนแสดงออกมามากเสียกว่าภาพถ่ายเสียอีก...ผู้เขียนรู้สึกเช่นนั้น
..
(**)
ภาพวิถีชีวิตอันรื่นรมย์ ที่เรอนัวร์ วาดออกมาได้อรรถรสในการใช้ชีวิตของผู้คนสมัยเมื่อกว่าร้อยปีนั้น มองดูอบอุ่นและได้อารมณ์จากการมองภาพนี้เป็นอย่างมาก หากผู้เขียนสรุปไม่ผิด ภาพข้างบนนี้(**)แหละ...คือภาพวาดที่เป็นผลงานชิ้นเอกของเรอนัวร์เลยทีเดียว นางแบบและนายแบบหลาย ๆ คนจากภาพที่เรอนัวร์วาดนั้น เป็นมิตรสหายและคนที่เรอนัวร์คุ้นเคยและรู้จัก ภาพวาดภาพนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นภาพวาดที่สวยที่สุดในศตวรรษที่ 19 เลยก็ว่าได้
ภาพวาดหลาย ๆ ภาพของเขาแฝงไปด้วยเสน่ห์ของชีวิต
..
..
ผู้เขียนชอบธรรมชาติของชีวิต เห็นความเป็นไปของศิลปะที่ถ่ายทอดจากเรอนัวร์ แล้ว
ผู้เขียนยังได้เห็นความมุ่งมั่น ความไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาที่ตัวเองพบเจอ และได้เห็นจิตใจอันงดงามของผู้ถ่ายทอดภาพเขียนเหล่านี้ออกมาด้วยหัวใจที่แสนจะซื่อสัตย์
หากได้อ่านวิถีชีวิตและการดำรงอยู่ของเรอนัวร์.... ศิลปินวาดภาพชีวิตที่ผู้เขียนมองว่า....เค้าทิ้งแบบอย่างการใช้ชีวิตดีๆ หลายอย่างในตัวเค้าไว้ให้กับโลกใบนี้ของเราพอๆ กับภาพเขียนลีลาชีวิตของผู้คนแบบง่าย ๆ และแสนจะธรรมดา แต่กลับที่เป็นอมตะและตราตรึงจิตใจผู้คนที่ได้ชมภาพเขียนเหล่านั้นของเค้าเลยทีเดียว....
เค้าละ : ปิแยร์ โอกุสต์ เรอนัวร์(Pierre-Auguste Renoir)
ผู้เขียนขอขอบคุณหนังสือเก่าที่ทรงคุณค่าเล่มนี้
เรอนัวร์ : ลีลาชีวิตอันรื่นรมย์
The Great Impressionist
กิติมา อมรทัต เรียบเรียง
ภาพวาดสวยมากเลยครับ
ของโอกุสต์ เรอนัวร์นะครับ
อยากมีลีลาชีวิตที่สดชื่นจังครับ
ขอบคุณบันทึกนี้ ที่เป็นแรงจูงใจด้วยมาก ๆ เลยนะครับ
ชอบครับ สวยงาม มีชีวิตชีวา...
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะคะ
ขอบคุณคะ
ภาพของเรอนัวร์ได้อารมณ์ ชีวิต มากเลยครับอาจารย์ขจิตครับ
แม้กระทั่งภาพหญิงสาวที่เค้าวาด
เค้าใส่อารมณ์ ชีวิต และจิตใจไว้เต์มเปี่ยมเลยครั็บ
ลีลาชีวิตของเรอนัวร์ที่สื่อถึงมา
ได้แรงจูงใจมากเลยครับอาจารย์ชยพรครับ
ผมก็รู้สึกเช่นเดียวกันครับคุณ พ.แจ่มจำรัส ครับ
ภาพที่มีชีวิต ดูแล้วรื่นรมย์มากเลยครับ
ขอบคุณ คุณ หมูหวาน มากนะครับ
ศิลปะจรรโลงใจเราเสมอ ไม่ว่า วันไหนเวลาไหนที่ใจอยากเสพ
..
ขอบคุณครับ
krutoiting
ขอบคุณ ครูต้อยมากนะครับ