วงจรการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Cycles)
การเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Cycles) เป็นวิธีการเรียนรู้ในแต่ละบุคคล มีผู้คิดค้นโดย David Kolb โดยมีขั้นตอนทั้งหมด 4 ขั้นตอนคือ
1. Concrete Experience (Act) การสร้างประสบการณ์
- การเรียนการสอนในห้องเรียน
- การอ่านหนังสือ
- การดูวีดีทัศน์
- การทดลอง
- การพูดคุยและการประชุม
2. Reflective Observation (Reflect) การสะท้อนการเรียนรู้ / ทบทวนการเรียนรู้
- การเขียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
- การบันทึกการเรียนรู้
- การทำการบ้าน
- การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน (Dialogue / Discussion)
3. Abstract Conceptualization (Conceptualize) การสรุปองค์ความรู้
- การเขียนแผนภาพมโนทัศน์ (Mind Mapping)
- การสรุปการเรียนรู้ออกมาเป็น Model หรือ Framework
- การนำเสนอผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
4. Active Experimentation (Apply) การประยุกต์ใช้ความรู้
- สิ่งที่จะต้องเรียนรู้ต่อไป
- แนวทางในการพัฒนาต่อ / ศึกษาต่อ
- รวบรวมสิ่งที่เรียนรู้ถูกต้องหรือผิดพลาดเพื่อการดำเนินการเรียนรู้ในขั้นตอนที่ 1

ภาพอ้างอิงจาก http://finntrack.co.uk
รูปแบบการเรียนรู้ในอดีต
รูปแบบการเรียนรู้ในอดีตนั้นจะเป็นในรูปแบบ เรียนในห้องเรียน, ทำการบ้านและส่งงานให้คะแนน ซึ่งเมื่อเทียบกับวงจรการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Cycles) จะได้เรียนรู้แค่ 2 ขั้นตอนคือ Concrete Experience (Act) ซึ่งได้รับจากการเรียนในห้องเรียน และ Reflective Observation (Reflect) ซึ่งได้รับจากการทำการบ้านโดยนักเรียนจะต้องได้รับการได้ข้อมูลที่ถูกต้องหรือผิดพลาดจากการทำการบ้าน
จากข้างต้นเมื่อนักเรียนไม่ได้ทำการสรุปองค์ความรู้มาเป็นของตัวเองจากขั้นตอนที่ 3 Abstract Conceptualization (Conceptualize) และการรวบรวมประเด็นต่างๆจากการเรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้องหรือผิดพลาดในขั้นตอนที่ 4 Active Experimentation (Apply) นักเรียนจะไม่สามารถนำไปสู่การเรียนรู้แบบต่อยอดองค์ความรู้ได้
ดังนั้นแล้วการเรียนรู้ของผู้เรียนนั้นจะต้องให้เกิดวงจรการเรียนรู้เพื่อการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ (Life-Long Learning)
จุดเริ่มต้นของแหล่งเรียนรู้
จากการเข้าร่วมการอบรมเชิงปฎิบัติในเรื่อง "หลากวิธีสอนและการเลือกใช้สื่อการสอน" ในโครงการพัฒนาบุคคลากรใหม่สายวิชาการ (New Academic Staff) สถาบันการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมจากโครงการได้ที่ http://www2.li.kmutt.ac.th/ และ Facebook ของผู้เขียน https://www.facebook.com/rakrok12