ด่า ให้ด่าต่อหน้า...ชม ให้ชมลับหลัง
...ได้ยินมาจากปากแ่ม่ผมเอง (นางอุทัย จิตรสมบูรณ์ เกิดและโตเป็นสาวที่ อ.วัฒนานคร จ.ปราจีนบุรี) ..เมื่อพศ.ประมาณ ๒๕๒๐ ซึ่งผมมีอายุได้ ๒๒ ปีพอดี ส่วนแม่ แก่กว่าผม ๒๖ ปี
ซึ่งผมขอวิพากษ์ว่าเป็นคำสอนไทยที่ยอดเยี่ยมมาก
หากเรายึดถือทำกันได้หมดเช่นนี้ ผมว่าจะทำให้ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจโลกเป็นแน่ (อย่างน้อยในด้านจริยธรรม)
น่าสังเกตว่าวันนี้เรามักทำตรงข้าม คือ ชมต่อหน้า แล้วด่าลับหลัง (ซึ่งผมชาชินกับเรื่องแบบนี้มาก)
--
I (try to) follow this one 'ด่าของเสีย ชมคนดี' from my mother's family.
But most people hold all things to be theirs too. So, they feel the heat.
แถมด้วย..เน้อ..ไม่มี มูลฝอย..หมาไม่ขี้..อ้ะ..(ยายธี)
น่าจะลองช่วยกันรวบรวม แยกเป็นหมวดหมู่ นำมาวิเคราะห์ นิยามความหมายที่ถูกต้องนะครับ
คือเป๋น project ระยะยาว ซัก หนึ่งปี น่าจะมากพอ
ขอเห็นต่างๆค่ะ เพราะจากประสบการณ์แล้วพบว่า ชมต่อหน้าทันทีในสิ่งที่เราเห็นดี (แต่ที่สำคัญคือต้องจริงใจและพอดี) มีผลดีเสมอกับคนทุกเพศทุกวัย แต่ด่านี่ถ้ามองไม่เห็นว่าจะมีผลดี เงียบเสียจะดีกว่านะคะ เพราะเหมือนการจุดไฟ คือเผากันทั้งคนด่าและคนถูกด่า ไม่ว่าจะเรื่องจริงหรือไม่ แต่ถ้าเลือกตอบสนองโดยไม่ใช่วิธีด่า แต่เป็นการพูดด้วยเหตุผลเมื่อคนฟังพร้อมจะมีผลดีกว่า
แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็น่าจะอยู่ที่บริบทและบุคลิกของคนทำนั่นแหละค่ะ จะด่าหรือจะชมถ้าจริงใจและหวังดีก็น่าจะมีผลดี (ถ้ารู้จักกันไปนานๆ)