สวัสดีค่ะ วันนี้มีเรื่องราวของลูกชายหล่ามาเล่าให้สมาชิกที่ีมีลูกชายวัย11ขวบ ได้เรียนรู้รูปแบบการวางแผนการขอไปดูหนังตามลำพังให้ทราบกันค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายของลูกชายหล่า เค้าโทรมาขอไปดูหนังกับเพื่อนๆๆโดยให้เหตุผลว่าฉลองสอบเสร็จ ซึ่งปกติเวลาไปดูหนังจะมีพ่อ รึไม่ก็ดิฉันพาไป แต่ครั้งนี้ลูกขอให้ไปส่งแค่หน้าห้าง บอกว่าจะขึ้นไปซื้อตั๋วเอง ไม่รบกวนมาม๊า .....
หัวอกของแม่อย่างดิฉันกังวลอีกแล้วค่ะ เพราะไม่เคยให้ลูกไปดูหนังตามลำพัง การจัดการครั้งแรกของดิฉันคือ
.....สอบถามว่ามีใครไปบ้าง พ่อแม่ใครอนุญาตบ้าง และขอเบอร์โทรของพ่อแม่ของเพื่อนที่อนุญาตลูก เพื่อสอบถามและหาข้อมูลว่ามีพ่อแม่คนใดกังวลหรือคิดอย่างไรกับกรณีนี้ โดยมีเสียงแทรกของเพื่อนดังเข้ามาว่า...เราทำได้น่ะแม่...
ผลพบว่ามีผู้ปกครองมารับเพื่อนกลับไปทีละคนๆ โดยลูกชายหล่าจอมซนของดิฉัน บอกว่าเพื่อนร้องไห้กลับไปหมดแล้ว พ่อ แม่เค้าไม่อนุญาต เธอพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ .....(งานเข้าแล้วสิเรา)
.....ดิฉันรับฟังคำต่อว่าของลูกอย่างใจเย็น พร้อมจับมือลูกและบอกว่า" แม่ไม่ได้ไม่อยากให้ลูกไปดูหนังกับเพื่อนนะลูก หากลูกจะไปก็ควรจะคุยกับพ่อแม่ดีๆๆนัดกันก่อน พ่อแม่ จะได้คุยกัน ว่าคนไหนจะพาลูกไปส่ง ลูกๆมีเงินค่าตั๋วรึไม่ และเลิกแล้วใครจะมารับลูก หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นเช่น ไฟไหม้ รึมีคนทะเลาะกันในโรงหนัง ลูกจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร ลูกใครๆก็รัก แม่รักหนู...
ผลพบว่าลูกชายจอมซนรับฟังและบอกว่า"ก็ดูแลตนเองได้แล้ว หนูกลับบ้านได้เองแล้วไงเมื่อวาน"
ดิฉันถึงบางอ้อ...ที่เค้ามีเซอร์ไพลส์โดยการเดินทางกลับโดยรถเมล์ จากโรงเรียนเอง คือการวางแผนเตรียมการเพื่อแสดงให้เรารู้ว่าเค้าสามารถดูแลตัวเองได้ และคิดว่าเราจะอนุญาตให้ไปดูหนังโดยลำพังกับเพื่อนๆ
จากเหตุการวันนี้ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ และเข้าใจความคิดลูกมากขึ้น เด็กมีเหตุผลในการแสดงพฤติกรรม และเค้าเริ่มย่างเข้าสู่วัยรุ่น แล้ว แต่ด้วยความอ่อนประสบการณ์ เค้ายังต้องการการใส่ใจ และให้ข้อมูลที่จำเป็น จากพ่อแม่
จะรอให้ลูกโตก่อนค่อยบอกไม่ได้อีกแล้ว สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนเร็วมาก เด็กมีอิสระทางความคิดมากขึ้น โชคดีที่สัมพันธภาพของเราทั้งสองดี ผลคือ" ..มาม๊าพรุ่งนี้เราไปดูหนังกันนะ"..