หายไปนาน 2-3 สัปดาห์ครับ ช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยมีโอกาสเข้ามาที่ blog เลยครับ วันนี้จะมา update เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของโครงการ R2R คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีการประชุมกรรมการนโยบาย R2R มีท่านคณบดีเป็นประธาน ซึ่งมีกำหนดการประชุมประมาณทุก 6 เดือน การประชุมครั้งนี้เกือบไม่เกิดขึ้นทั้งนี้เพราะมีเหตุการณ์บ้านเมืองพิเศษครับ ก็เลยต้องเช็คกันวุ่นหน่อย</p>

 

การประชุมนโยบายฯมีขึ้นโดยมีจุดประสงค์หลักๆเพื่อ

1.       แสดงผลงานความก้าวหน้าของโครงการ R2R การดำเนินงานเรื่องทุนวิจัยและการบริหารจัดการด้านการเงิน ซึ่งในครั้งนี้ยังรวมผลการสำรวจ service quality การทำงานของโครงการ R2R ใน care team ต่างๆจำนวนประมาณ ร้อย care team ด้วย (โดยอ.นพ.กุลธร)

2.       ขอรับความคิดเห็นเพิ่มเติมของกรรมการอันประกอบหัวหน้าภาควิชาต่างๆ รองคณบดี ผอ.โรงพยาบาล ประธานEC หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล ท่านอาจารย์ประเวศ อาจารย์วิจารณ์ และอาจารย์สมศักดิ์จากมสช. ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่การประชุมนัดนี้ท่านอาจารย์ประเวศและอาจารย์วิจารณ์ติดภารกิจด่วนไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้

ผมสรุปตามแนวทางของ AAR ครับ

1.       สิ่งที่คาดหวังจากการประชุม ผมหวังว่าจะได้รับความเห็นจากท่านกรรมการเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของ R2R ต่อไปในอนาคต และลึกๆคือแรงสนับสนุนสำหรับทีมที่ทำงานวิจัยต่างๆจากหัวหน้าภาควิชาต่างๆด้วย

2.       สิ่งที่ได้ตามและเกินความคาดหมาย คือมุมมองจากกรรมการหลายท่านซึ่งพอสรุปเป็นประเด็นๆได้ดังนี้

2.1.     เป้าหมายของการดำเนินการ R2R ไม่ควรเน้นที่การสร้างงานวิจัยหรือการมีผลงานวิจัยตีพิมพ์เท่านั้นหากแต่กรรมการหลายท่านเห็นว่าควรให้ความสำคัญกับการเป็นกระบวนการในการพัฒนาศักยภาพบุคคลากรในองค์กรให้มี research mind ซึ่งสืบเนื่องต่อไปว่าความสำเร็จของโครงการไม่ควรพิจารณาจากยอดเงินทุนที่ให้ให้ทุนหรือจำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ตรงจุดนี้ทางโครงการR2Rเราต้องกลับมาพิจารณาครับว่า เราจะวัดผลได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งอันที่จริงในขณะนี้โครงการR2Rกำลังดำเนินการสนับสนุนงานวิจัยที่เกิดจากงาน KM ของคณะฯเพื่อวัดความเป็น learning organization (LO) ส่วนตัวผมคิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับโจทย์ข้อนี้อย่างมาก

2.2.     การตอบรับจากภาควิชาขนาดใหญ่ให้โครงการ R2R เข้าไปร่วมทำงาน แต่อย่างไรก็ดีกรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่าหากความต้องการนั้นเริ่มต้นมากจากผู้ปฏิบัติงานในแต่ละภาควิชา (มีการปลุกระดมมาก่อนระดับหนึ่ง) แล้ว R2R เข้าไปเสริมน่าจะมีโอกาสมีความเสร็จสูงกว่าการที่ R2R เสนอตัวเข้าไปเอง ทั้งนี้เนื่องจากความรู้สึกของผู้ปฏิบัติงานซึ่งมีภาระงานมากมายอยู่แล้วจะแตกต่างกันโดยหาก R2R เสนอตัวเข้าไปก่อนต้องระวังอย่างยิ่งว่าผู้ปฏิบัติงานอาจรู้สึกได้ว่า R2R กำลังนำงานมาเพิ่มให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งอาจได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรงได้ โดยคณะกรรมการได้ยกตัวอย่างประสบการณ์ในอดีตหลายตัวอย่างมาเหล่าให้ฟัง

2.3.     ทำให้หายสงสัยหลายๆประเด็นด้านจริยธรรมการทำวิจัยเกี่ยวกับงานวิจัยในการปรับปรุงกระบวนการดูแลผู้ป่วย

3.       สิ่งที่ยังไม่ได้

3.1.     ความเห็นของคณะกรรมการเกี่ยวกับการดำเนินงานที่ผ่านมาของR2Rและแนวทางที่จะก้าวต้องไปของโครงการR2R ตามความรู้สึกผมคิดว่ายังได้ความเห็นค่อนข้างน้อย ถ้าคิดเข้าข้างตัวเองก็คือว่าทีมงาน R2R ทำงานได้ดีพอสมควรแล้ว

4.       สิ่งที่จะดำเนินการต่อไป

4.1.     ผมจะพยายามดำเนินการประสานกับทางภาควิชาฯต่างๆที่มี request อยากให้ R2R เข้าไปร่วมทำงาน และขณะเดียวกันผมก็ต้องคิดต่อด้วยว่าทำอย่างไรจะทำให้มี request นั้นๆเกิดขึ้นด้วย

4.2.     ดำเนินการเอื้ออำนวยความสะดวกในการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย (Facilitate, Storage, Format) ซึ่งก่อนการประชุมบ่ายวันนี้ ทางโครงการได้รับความกรุณาเป็นอย่างสูงจากท่านอาจารย์ธาดาในช่วงเช้ามาพูดคุยให้ความเห็นและแนวทางปฏิบัติเพื่อดำเนินการสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานวิจัย

4.3.     ทำให้เกิด non-MD Cluster facilitator และทำให้บุคคลากรกลุ่มนี้เข้มแข็งขึ้น

5.       หากจัดงานนี้ครั้งต่อไปผมคงต้องเลือกช่วงเวลาที่ไม่ใกล้กับช่วงเกษียณอายุราชการ การประชุมครั้งนี้พบว่ากรรมการหลายท่านเข้ามาประชุมแล้วต้องออกไปงานมุทิตาจิตแล้วจึงกลับเข้ามาใหม่ ครั้งนี้ผมลืมนึกถึงตรงจุดนี้จริงๆครับ อีกอย่างคือเรื่องเหตุการณ์บ้านเมืองซึ่งอยู่เหนือความคาดหมายของการจัดงาน ถ้าจัดคราวหน้าคงต้องสืบข่าวเหตุการณ์บ้านเมืองให้ดีครับ :-P

 

มีอีกเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังครับ คือเมื่อวานนี้ท่านอาจารย์วิจารณ์ได้กรุณามาเป็น facilitator ในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง Cluster facilitator ของโครงการครับ แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อไปครับ

</span>